in    yout   

ชาวไต้หวันล้มป่วยในต่างแดน ฉือจี้เคียงข้างดูแลดั่งญาติมิตร

20170807-005-byratree

          คุณเจิ้งชาวไต้หวัน วัย 36 ปี ซึ่งเดินทางมาท่องเที่ยวไทยและเกิดเป็นลมหมดสติที่โรงแรมเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ.2560 ที่ผ่านมา และโรงแรมได้รีบนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงในพื้นที่พัทยา จนเมื่อทางโรงพยาบาลในพื้นที่ไม่สามารถทำการรักษาได้ จึงส่งตัวไปยังโรงพยาบาลเอกชนที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่ง ในวันที่ 26 กรกฎาคม โดยคุณเจิ้งได้พักรักษาอยู่ในห้องไอซียู ด้วยอาการหลอดเลือดดำในสมองอุดตัน ส่งผลให้ร่างกายซีกซ้ายเป็นอัมพฤกษ์ ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ แพทย์จึงให้การรักษาด้วยการรับประทานยาและฉีดยา โดยไม่จำเป็นต้องรับการผ่าตัด

          เนื่องจากญาติของคุณเจิ้ง ซึ่งเป็นสมาชิกผู้บริจาคของฉือจี้ไต้หวัน รู้สึกเป็นห่วงหลานชายที่ล้มป่วยอยู่ต่างบ้านต่างเมือง จึงได้ส่งอีเมลขอความช่วยเหลือไปยังสำนักงานใหญ่ฉือจี้ที่ไต้หวัน เพื่อขอให้อาสาสมัครฉือจี้ในประเทศไทยเป็นสื่อกลางแห่งความรักความห่วงใย พร้อมทั้งบอกเล่าว่า หลังจากพี่ชายของคุณเจิ้งทราบข่าว เนื่องจากไม่เคยเดินทางออกนอกประเทศ จึงไม่มีหนังสือเดินทาง ประกอบกับตรงกับช่วงที่พายุเข้า สถานที่ราชการหลายแห่งในไต้หวันปิดทำการ วันที่ 31 กรกฎาคม พี่ชายจึงรีบติดต่อกับบริษัทท่องเที่ยว ให้ช่วยประสานงานเรื่องการทำหนังสือเดินทางเร่งด่วน จนได้รับหนังสือเดินทางในวันที่ 1 สิงหาคม และเดินทางโดยเครื่องบินมายังเมืองไทยในวันที่ 2 สิงหาคม จากนั้นเจ้าหน้าที่ของสํานักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจําประเทศไทย จึงรับพี่ชายจากสนามบิน ไปส่งยังโรงพยาบาลที่น้องชายพักรักษาตัว วันที่ 3 สิงหาคม คุณเจิ้งสามารถออกมาพักรักษาตัวในห้องผู้ป่วยธรรมดาได้ ทว่ายังคงต้องรับประทานยาและฉีดยา เพื่อฟื้นฟูอาการอย่างต่อเนื่อง แพทย์อธิบายว่าอย่างน้อยภายใน 2 สัปดาห์ถึง 1 เดือน ผู้ป่วยยังไม่สามารถโดยสารเครื่องบิน เพื่อเดินทางกลับบ้านที่ไต้หวันได้

 20170807-025-byratree resize  20170814-005-bydatchanee resize

          วันที่ 4 สิงหาคม หลังจากที่ญาติของคุณเจิ้งได้ส่งอีเมลมายังสำนักงานใหญ่ฉือจี้แล้ว วันที่ 5 สิงหาคม อาสาสมัครฉือจี้ประเทศไทยจึงได้รับทราบความต้องการช่วยเหลือดังกล่าวข้างต้น ดังนั้น รุ่งขึ้นในวันที่ 6 สิงหาคม แม้จะเป็นวันอาทิตย์และทราบว่าแพทย์จะไม่เข้าโรงพยาบาล แต่เนื่องจากห่วงใยสองพี่น้องที่ต้องอยู่อาศัยตามลำพังในต่างแดน อาสาสมัครฉือจี้จึงได้รีบเดินทางออกจากกรุงเทพมหานคร ผ่านระยะทางกว่า 100 กิโลเมตร ด้วยเวลาประมาณ 1.30 ชั่วโมง มุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลที่ชลบุรี เพื่อดูแลเคียงข้างคุณเจิ้งและพี่ชาย
          อาการของคุณเจิ้งในขณะนั้น มีสติสมบูรณ์ทุกประการ เนื่องด้วยมีพี่ชายอยู่เป็นเพื่อน จึงไม่รู้สึกโดดเดี่ยว วันจันทร์ที่ 7 สิงหาคม อาสาสมัครฉือจี้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวันในประเทศไทย จึงได้ออกเดินทางไปยังโรงพยาบาลอีกครั้ง ด้วยระยะเวลาสั้นๆ เพียงแค่ 10 กว่าวัน แต่ค่ารักษาได้พุ่งสูงถึง 600,000 กว่าบาท สองพี่น้องจึงแจ้งกับอาสาสมัครว่า มีความประสงค์ที่จะกลับบ้านให้เร็วที่สุด ดังนั้น อาสาสมัครจึงช่วยประสานงานเรื่องออกจากโรงพยาบาล พร้อมทั้งขอความอนุเคราะห์ให้ทางโรงพยาบาลช่วยลดค่ารักษา โดยฉือจี้ประเทศไทยช่วยสมทบค่ารักษาอีก 50,000 บาท พร้อมทั้งบริการรับส่งทั้งคู่เดินทางไปยังที่พักชั่วคราว
          นอกจากนี้ ชาวฉือจี้ยังช่วยติดต่อประสานงานกับโรงแรมที่ตั้งอยู่ใกล้กับโรงพยาบาล เนื่องจากคุณหมอชี้แจงว่า ผู้ป่วยไม่สามารถเดินขึ้นลงบันไดได้ อีกทั้งที่พักต้องสามารถถ่ายเทอากาศได้เป็นอย่างดี เจ้าหน้าที่ฝ่ายสังคมสงเคราะห์มูลนิธิฉือจี้ คุณนิตยา ทุมมานนท์ จึงได้โทรศัพท์ไปขอความอนุเคราะห์จากเจ้าของโรงแรม พร้อมทั้งบอกเล่าเรื่องราวความยากลำบากของคุณเจิ้งและพี่ชายในปัจจุบัน จนกระทั่งเจ้าของโรงแรมตกปากรับคำว่า "ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นเรามาร่วมด้วยช่วยกันนะ" เจ้าของโรงแรมจึงให้ความอนุเคราะห์ห้องพักที่ติดกับชายทะเล และมีสภาพแวดล้อมที่ดีที่สุดให้สองพี่น้องพักอาศัย พร้อมทั้งยังคิดราคาพิเศษ จากเดิมที่ราคาห้องละ 950 บาทต่อคืน ก็ลดราคาให้เหลือเพียง 400 บาทต่อคืน อีกทั้งร่วมกันอวยพร ขอให้อาการของคุณเจิ้งฟื้นตัวโดยเร็ว ในวันนั้น หลังจากติดต่อประสานงานเสร็จ ก็เป็นเวลาที่ท้องฟ้ามืดพอดี ทว่าชาวฉือจี้ยังคงยืนหยัดเคียงข้าง เพื่อบริการส่งคุณเจิ้งและพี่ชายไปพักผ่อน ณ โรงแรมที่ติดต่อประสานงานไว้

20170814-023-bydatchanee resize

          วันที่ 14 สิงหาคม คุณหมอนัดให้คุณเจิ้งกลับไปตรวจรักษาเพื่อติดตามอาการ ครั้นแล้วอาสาสมัครจึงออกเดินทางไปยังจังหวัดชลบุรีอีกครั้ง เพื่อเคียงข้างพวกเขาไปพบแพทย์ ณ โรงพยาบาล นอกจากช่วยด้านการแปลภาษาแล้ว ฉือจี้ยังช่วยสนับสนุนค่ารักษาในการตรวจรักษาครั้งนี้ (ประมาณ 3,900 บาท) เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของพวกเขา จากเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่เกิดขึ้น ขณะอยู่ในต่างบ้านต่างเมือง
          พลังแห่งความรักอันยิ่งใหญ่ นำมาซึ่งปาฏิหาริย์ วันนี้อาสาสมัครฉือจี้พบว่า อาการป่วยของคุณเจิ้งทุเลาลงไปเยอะมาก อาสาสมัครฉือจี้ คุณเฉินซิ่วเจีย บอกเล่าถึงความรู้สึกที่ได้ร่วมดูแลคุณเจิ้งตั้งแต่ช่วงแรกว่า "วันนี้เมื่อได้พบกับคุณเจิ้ง ก็เห็นว่าอาการของเขาทุเลาไปเยอะมาก ไม่เพียงสามารถเดินได้ด้วยตัวเอง มือซ้ายแม้จะยังเคลื่อนไหวได้ไม่สะดวก แต่ก็อาการดีกว่าสัปดาห์ก่อนเยอะมากค่ะ เมื่อได้เห็นเขาอย่างนี้ ทำให้เราเองก็ดีใจตามไปด้วยค่ะ" นอกจากนี้อาสาสมัครยังช่วยประสานงานกับคุณหมอ ว่าสามารถออกหนังสือรับรอง เพื่อให้คุณเจิ้งโดยสารเครื่องบิน เพื่อเดินทางกลับไปรักษาต่อที่ไต้หวันได้หรือไม่
          คุณเจิ้งบอกเล่าอาการป่วยในปัจจุบันของตนเอง พร้อมทั้งความรู้สึกขอบคุณในหัวใจว่า "อาการของผมตอนนี้ก็ดีวันดีคืนครับ ขอบคุณฉือจี้อย่างมาก เพราะฉือจี้ช่วยเหลือเราไว้มากจริงๆ ครับ"
          พี่ชายของคุณเจิ้ง ยังได้บอกเล่าความรู้สึกในหัวใจของตนเองเพิ่มเติมอีกว่า "ตอนแรก ผมไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี รู้สึกโดดเดี่ยวตัวคนเดียว แต่โชคดีที่มีอาสาสมัครฉือจี้ในเมืองไทย ที่คอยช่วยเหลือด้วยความเอาใจใส่ เป็นธุระปะปังให้เราเยอะมาก ทำให้รู้สึกเบาใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพักรักษาตัวในโรงพยาบาล เรื่องการช่วยแปลภาษา ไม่อย่างนั้น เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะต้องทำอย่างไร ขอบคุณความช่วยเหลือของทุกคนเป็นอย่างมากครับ"
          หลังจากคุณเจิ้งได้รับหนังสือรับรองแพทย์ อนุญาตให้สามารถโดยสารเครื่องบินได้ ประกอบกับวีซ่าของพี่ชายจะหมดอายุในวันที่ 16 สิงหาคม พวกเขาจึงตัดสินใจเดินทางกลับไต้หวันในช่วงบ่ายของวันดังกล่าว อาสาสมัครฉือจี้ยังคงเคียงข้าง บริการรับส่งจากชลบุรีมายังสนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมทั้งส่งมอบคำอวยพร ขอให้คุณเจิ้งและพี่ชาย เดินทางกลับไต้หวันโดยสวัสดิภาพ และหายจากอาการป่วย กลับมาสุขภาพแข็งแรงดังเดิมในเร็ววัน

20170816-287-bylek resize


ผู้ถ่ายภาพ:ราตรี ญาติมาก, ดรรชนี สุระเทพ, พิณญ์ธิชา จันทร์สุขศรี     ผู้จดบันทึก:บุษรา สมบัติ