in    yout   

บรรเลงดนตรี เพิ่มชีวิตชีวาให้กิจกรรมรักษาพยาบาลฟรี

20170827-03-bydatchanee

 

         27 สิงหาคม 2560 กิจกรรมรักษาพยาบาลฟรีของมูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวันในประเทศไทยครั้งที่ 32 ครั้งนี้นอกจากจะมีผู้มารับบริการรักษา 600 กว่าคนแล้ว ยังมีผู้ที่เปี่ยมด้วยน้ำใจจำนวนไม่น้อยมาร่วมแรงร่วมใจ ทุ่มเทเสียสละแก่ผู้มารับบริการด้านการแพทย์ในสถานธรรมแห่งนี้


นศ.ฉือจี้ไต้หวันร่วมทำกิจกรรมสันทนาการ มอบความสุขให้ผู้ป่วย


        จุดรอพบแพทย์วันนี้เต็มไปด้วยความสดใสร่าเริง เพราะว่ามีอาจารย์และนักศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีฉือจี้ 13 คน อาจารย์และนักศึกษาสาขาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีฉือจี้ 9 คน อาจารย์และนักศึกษาสาขาภาษาและวรรณกรรม มหาวิทยาลัยฉือจี้ 11 คน รวม 33 คน พวกเขาใช้โอกาสอันดีที่เดินทางมายังเมืองไทย ตั้งใจมาร่วมกิจกรรมรักษาพยาบาลฟรีครั้งนี้เป็นพิเศษ เพื่อเรียนรู้การทุ่มเทเสียสละแก่ผู้ป่วยซึ่งจำต้องห่างไกลจากบ้านเกิดเมืองนอนเหล่านี้
       แบ่งปันบทเพลงผ่านเสียงไวโอลินอันไพเราะ โดยคุณหม่าอิงเจิน นักศึกษาสาขาภาษาและวรรณกรรม มหาวิทยาลัยฉือจี้ไต้หวัน ผู้บรรเลงบทเพลงแบ่งปันความรู้สึกว่า “ อย่างที่ทุกคนทราบอยู่แล้วว่า เพลง “Canon in D” เป็นเพลงที่ไพเราะ ดิฉันก็เลยอยากจะแบ่งปันบทเพลงนี้ สร้างความสุขให้ผู้ลี้ภัยบ้างค่ะ”
       แสดงภาษามือประกอบเพลง “เด็กๆบนโลกใบนี้” เพื่อสื่อถึงวัฒนธรรมอันดีงามของชาวฉือจี้ และด้วยท่วงทำนองเพลงอันสนุกสนานนี้ ทำให้ใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยรอยยิ้ม คุณเฉินเหม่ยหลิง นักศึกษาสาขาภาษาและวรรณกรรม มหาวิทยาลัยฉือจี้ไต้หวัน แบ่งปันความรู้สึกว่า “การที่พวกเราได้มาร่วมกิจกรรมรักษาพยาบาลฟรีครั้งนี้ ทำให้เราได้ทำอะไรเพื่อผู้ลี้ภัยบ้าง เมื่อได้เห็นพวกเขายิ้มออกมาจากใจด้วยความสุข แค่นี้ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว”

20170827-02-bydatchanee 20170827-01-bydatchanee

        “เห็นทุกข์ รู้บุญ”ในหมู่มวลชน นำประสบการณ์อันล้ำค่าพัฒนาตน ด้วยปฏิบัติต่อผู้ลี้ภัยด้วยความจริงใจ จึงทำให้สามารถก้าวผ่านทุกอุปสรรค คุณเจิ้งอวี่ซาน นักศึกษาสาขาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีฉือจี้ แบ่งปันความรู้สึกว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่ดิฉันได้มาร่วมกิจกรรมรักษาพยาบาลฟรี แม้ว่าจะมีอุปสรรคด้านภาษา แต่พวกเราก็ใช้รอยยิ้มแสดงออกถึงความเป็นมิตรและความจริงใจ ซึ่งดิฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นการสื่อสารที่ดีที่สุด”

        นอกจากนี้ นักศึกษาก็ยังสาธิตวิธีล้างมือที่ถูกต้อง เพื่อรณรงค์ให้ทุกคนรักษาสุขอนามัยของตน ซึ่งการร่วมทำกิจกรรมสันทนาการด้วยความสนุกสนานนี้ ทำให้ทั้งนักศึกษาและผู้ลี้ภัยที่รอพบแพทย์ต่างก็เปี่ยมไปด้วยความปีติ ก่อเกิดเป็นรอยยิ้มที่มีความสุขยากที่จะลืมเลือนได้ หลังจากนั้น นักศึกษายังช่วยตักอาหารเที่ยงบริการผู้ลีภัยอีกด้วย

กิจกรรมรักษาพยาบาลฟรี สร้างโอกาสการทำงานให้ผู้ลี้ภัย

20170827-04-bydatchanee 20170827-05-bydatchanee


           คุณราเมลและเอลิจาห์ สองพ่อลูกซึ่งทำงานเป็นล่ามแปลที่จุดรอพบแพทย์ในกิจกรรมรักษาพยาบาลฟรี พวกเขามาจากปากีสถาน มีสมาชิกในครอบครัวทั้งหมด 6 คน เดิมทีแล้วคุณราเมลเป็นครูสอนระดับชั้นมัธยมศึกษา แต่ด้วยความขัดแย้งด้านศาสนา ทำให้เขาและครอบครัวลี้ภัยมาเมืองไทย ปัจจุบันพวกเขาอาศัยอยู่ในเมืองไทยมา 3 ปีครึ่งแล้ว ทุกวันอังคารและวันพฤหัสบดี คุณราเมลจะไปช่วยงานแปลเอกสารที่สำนักงานองค์กรเซ็นเตอร์ ฟอร์ อไซลัม โพรเทคชั่น (Center for Asylum Protection,CAP)และได้รับเงินเดือนเดือนละ 5,000 บาท ซึ่งถือเป็นรายได้ทางเดียวของครอบครัว ทว่า จะต้องนำเงินส่วนนี้ใช้จ่ายสำหรับค่าเช่าห้อง ชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขางจึงค่อนข้าลำบาก ทรัพย์สินที่นำมาจากบ้านเกิดก็แทบจะไม่หลงเหลือ ชีวิตแต่ละวันผ่านไปด้วยความน่าเบื่อหน่ายในห้องเหลี่ยมเล็กๆ
        กิจกรรมรักษาพยาบาลฟรีทำให้ราเมลและครอบครัวได้รู้จักมูลนิธิพุทธฉือจี้ พวกเขาไม่เพียงได้รับบริการด้านการแพทย์ ยังทำให้เขามีโอกาสทำงาน เพราะว่า มีเพื่อนของเขาคนหนึ่งได้แนะนำคุณกวอเหมยจวิน ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานล่ามแปลภาษาว่าราเมลร้องเพลงได้ พอดีกับช่วงนั้นทีมอาสาสมัครกิจกรรมรักษาพยาบาล มีแนวคิดอยากให้มีการร้องเพลงสร้างสีสันในกิจกรรม คุณกวอเหมยจวิน จึงเชิญชวนให้คุณราเมลและลูกชายมาร่วมทำงานล่ามแปล เพื่อเพิ่มรายได้ให้พวกเขาบ้างเล็กๆน้อยๆ และมิใช่เพียงโอกาสในการทำงาน หากยังทำให้พวกเขาได้มีโอกาสก้าวข้ามประตูห้องเช่า ออกมาพบเจอกับสิ่งใหม่ๆอีกด้วย คุณราเมลแบ่งปันว่า “ในแต่ละเดือนเราไม่ได้ทำอะไรเลย มีแต่กินๆนอนๆในห้อง การมาร่วมกิจกรรมรักษาพยาบาลฟรี มันจึงเป็นโอกาสดีที่ทำให้ผมได้พบเจอเพื่อนๆเดือนละครั้ง และยังได้รู้จักเพื่อนผู้ลี้ภัยชาติอื่นๆอีกด้วย ”


ขับขานบทเพลงพื้นเมือง ปลอบโยนจิตใจผู้ห่างไกลถิ่นเกิด


         ในวันกิจกรรมรักษาพยาบาล คุณราราเมลและลูกชายเดินทางมามาช่วยงานล่ามแปลตั้งแต่เช้า คุณราเมลช่วยจัดคิวรอพบแพทย์ มือถือไมค์โครโฟนแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับการรักษาสุขอนามัยในชีวิตประจำวันแก่ผู้รอพบแพทย์ และประชาสัมพันธ์ให้ทุกคนใส่หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันสุขอนามัยของตนเอง ฯลฯ ส่วนลูกชายก็คอยควบคุมเครื่องเสียงอยู่ข้างๆผู้เป็นพ่อ
        11.30 น. เมื่อเวลาของอาหารเที่ยงมาถึง บ่งบอกว่าเวลาที่คุณราเมลรอคอยมาถึงแล้วเช่นกัน ทั้งสองปล่อยวางท่าทางอันเคร่งขรึม เป็นตัวของตัวเอง เมื่อเอลิจาห์ ผู้เป็นลูกชายดีดกีตาร์ ท่วงทำนองเพลงก็บรรเลงขึ้น ส่วนราเมล ผู้เป็นพ่อนั้นเริ่มถือไมค์ร้องเพลง ในเวลานี้ กิจกรรมรักษาพยาบาลฟรีอบอวลไปด้วยเสียงเพลงสไตล์ตะวันออกกลาง และในท่ามกลางเสียงเพลงนั้น จะเห็นว่าใบหน้าของราเมลแสดงออกถึงความสุขอย่างชัดเจน เพราะว่า “ตอนที่ผมได้ร้องเพลง มันเหมือนกับว่า ผมได้เอื้อมถึงสิ่งที่ผมใฝ่ฝัน เพราะว่า 3 ปีครึ่งที่ผ่านมา ผมไม่ได้ร้องเพลงหรือได้ทำอะไรแบบนี้เลย ผมจึงมีความสุขมากๆที่ได้ร้องเพลงครับ”

20170827-06-bydatchanee 20170827-07-bydatchanee
       

        บรรยากาศกิจกรรมรักษาพยาบาลในช่วงเวลานี้คล้ายกับงานเลี้ยงอาหาร ในขณะที่ทุกคนรับประทานอาหาร ยังได้ดื่มด่ำกับบทเพลงพื้นเมือง ทุกหนแห่งล้วนเต็มไปด้วยกลิ่นไอแห่งบรรยากาศบ้านเกิดของผู้ลี้ภัย ผู้ลี้ภัยรับประทานอาหารไปด้วย ฟังเพลงไปด้วย ท่าทางนิ่งๆนั่นแสดงถึงว่าพวกเขากำลังตั้งใจฟังเพลง อาจจะมีบางคนที่มีความสนใจเป็นพิเศษ ก็จะเดินเข้ามาดู มาฟังเพลงอยู่ใกล้ๆ เมื่อเพลงจบลงแล้ว ก็ไม่ลืมยกนิ้วโป้งเพื่อแสดงถึงความชื่นชมและให้กำลังใจ อย่างเช่น คุณเซฟ ที่แบ่งปันความรู้สึกว่า “ผมไม่เคยคิดว่าที่นี่เป็นที่อื่นใด เพราะว่าที่นี่ทำให้ผมรู้สึกว่าผมยังอยู่ที่ปากีสถาน แม้ว่าชีวิตผมจะพบเจอปัญหาต่างๆมากมาย แต่เมื่อได้มาร่วมกิจกรรมรักษาพยาบาลที่นี่ ผมรู้สึกได้ถึงความอิสระเสรีครับ”

        ภาพที่ทุกคนปีติและมีความสุขกับเสียงเพลง แสดงถึงความสำเร็จของราเมลและลูกชาย และเป็นกำลังใจที่มีความหมายสำหรับพวกเขา เอลิจาห์ แบ่งปันความรู้สึกว่า “ผมคิดว่าดนตรีทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย ก็เหมือนเวลาเราฟังเพลงเร็ว เราก็อยากจะเต้นตามจังหวะเพลง ถ้าเราฟังเพลงช้า เราก็จะรู้สึกผ่อนคลายหรืออาจจะหลับ และผมก็คิดว่าดนตรีเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ถ้าไม่มีดนตรี ชีวิตก็ขาดสีสัน”

 


ภาพ & จดบันทึก :ดรรชนี สุระเทพ