รวมใจญาติธรรม ร่วมเรียนรู้ในค่ายจตุสัมพันธ์

20180909-319-bylek resize

▲ทุกท่านร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกในกิจกรรมค่ายจตุสัมพันธ์พัฒนาอาสาสมัคร ประจำปี 2561

          ค่ายจตุสัมพันธ์พัฒนาอาสาสมัคร ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำปีละหนึ่งครั้ง ถือเป็นวันที่รอคอยของจิตอาสาฉือจี้ในเมืองไทย เพราะเดิมทีแล้ว จิตอาสาฉือจี้จะอาศัยอยู่กระจัดกระจายไปตามจังหวัดต่างๆ ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะมารวมตัวกัน กิจกรรมนี้จึงไม่เพียงเป็นชั้นเรียนสำหรับให้ว่าที่กรรมการฉือจี้ ที่จะเดินทางไปรับรองวุฒิที่ไต้หวันได้ทบทวนความรู้ต่างๆ หากยังเป็นโอกาสอันดีให้จิตอาสาจากต่างจังหวัดมารวมกัน โดยค่ายจตุสัมพันธ์พัฒนาอาสาสมัครจัดขึ้นในวันที่ 8-9 กันยายน 2561 ณ สถานธรรมจิ้งซือ มูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวันในประเทศไทย ฉะนั้น จึงจะเห็นจิตอาสาผู้ที่รับผิดชอบในหน้าที่ฝ่ายทำอาหาร ฝ่ายสวัสดิการ จัดเตรียมสถานที่ จัดทำตารางอบรม และอื่นๆ เดินทางมาถึงสถานที่ตั้งแต่ 7 โมงเช้า ร่วมแรงร่วมใจกันจัดเตรียมกิจกรรมกันอย่างเต็มที่

20180908-004-bylek resize

▲ผู้เข้าร่วมอบรมจากพื้นที่ต่างๆเดินทางมาถึง และลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม

          เวลาประมาณ 8.00 น. ค่ายจตุสัมพันธ์เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยมีคุณสุกัญญา ริมพนาเวศ ประธานบริหารมูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวันในประเทศไทย กล่าวให้กำลังใจแก่จิตอาสาทุกท่านว่า “ท่านธรรมาจารย์ขอให้พวกเรารักษาจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์ สรรค์สร้างสังคมให้สงบสุข โดยเริ่มจากตัวเราเอง  ความมุ่งมั่นไม่ใช่เรื่องยาก อยากพัฒนาต้องไม่ท้อถอย ขอให้ทุกคนเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน ” จากนั้นคุณจารุวรรณ หีบท่าไม้ ซึ่งรับหน้าที่เป็นพิธีกร แบ่งปันคณะทำงานแก่ผู้เข้าร่วมอบรมทุกท่าน

          คุณหลี่อี๋กง จิตอาสาฉือจี้จากไต้หวัน ซึ่งในอีกบทบาทก็คือแพทย์วิชาชีพ และมีประสบการณ์ช่วยเหลือภัยต่างประเทศหลายครั้งหลายครา ครั้งนี้ได้เดินทางไปเยี่ยมเยียนและสำรวจค่ายผู้ลี้ภัยแม่ลา อ.แม่สอด จ.ตาก กับเจ้าหน้ากระทรวงต่างประเทศของไต้หวัน เมื่อทราบว่าฉือจี้เมืองไทยจัดค่ายจตุสัมพันธ์ฯในช่วงเวลาดังกล่าว คุณหลี่อี๋กงจึงคว้าโอกาสอันดีนี้ มาร่วมแบ่งปัน “การช่วยเหลือภัยพิบัติในแง่มนุษยธรรม” โดยคุณหลี่อี๋กงได้แบ่งปันประสบการณ์การออกหน่วยรักษาพยาบาล และการช่วยเหลือภัยพิบัติในต่างประเทศ ในการแบ่งปันช่วงหนึ่ง คุณหลี่อี๋กงเล่าว่า “สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกประทับใจในระหว่างออกหน่วยรักษาพยาบาลในต่างประเทศนั้น ก็คือนอกจากแพทย์จะช่วยรักษาอาการเจ็บป่วยของผู้คนได้แล้ว ยังต้องช่วยปลอบโยนจิตใจพวกเขา ดังนั้น “การกุศลและการรักษาพยาบาล” จึงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ครับ ”

20180908-170-bylek resize

คุณหลี่อี๋กงได้แบ่งปันประสบการณ์การออกหน่วยรักษาพยาบาลช่วยเหลือภัยพิบัติต่างประเทศในหลายปีที่ผ่านมา

          คุณสวี่ลี่เจวียน จิตอาสาฉือจี้จากไต้หวัน แบ่งปัน “การนำธรรมะเพิ่มพูนปัญญาของชาวฉือจี้”    โดยคุณสวี่ลี่เจวียนได้หยิบยกนิทานเรื่อง “หลวงตากับสามเณร” ให้ทุกคนเข้าใจถึงคุณค่าของชีวิต ซึ่งมีสาระสำคัญว่า “สภาพแวดล้อมต่างกัน สถานที่ต่างกัน คุณค่าของชีวิตเราก็ย่อมต่างกัน ” คุณสวี่ลี่เจวียนยังได้แบ่งปัน “การดูแลญาติธรรม” อันเป็นส่วนสำคัญในครอบครัวแห่งรักของฉือจี้ รวมทั้งระบบงานในจตุสัมพันธ์ ซึ่งจิตอาสาฉือจี้ต้องร่วมใจ ร่วมแรง สมัครสมาน สามัคคี ไม่แบ่งแยกชนชั้น ทุกคนล้วนเสมอภาค เพราะในครอบครัวแห่งรักของชาวฉือจี้ ทุกคนล้วนเป็นลูกศิษย์ของท่านธรรมาจารย์ ต้องมุ่งมั่นสืบสายธรรมจิ้งซือ เผยแผ่แนวคิดฉือจี้ให้กว้างไกล

          8 กันยายน คณะทำงานจัดชั้นเรียนให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้เรียนรู้ถึงวัฒนธรรมอันดีงามของชาวฉือจี้ผ่านการปฏิบัติจริง จากการลงมือทำด้วยตนเอง ทั้งการรับประทานอาหาร การสำรวจการแต่งกาย การยืน การเดิน การเก็บที่นอน ทำให้กรรมการฉือจี้ใหม่ซึ่งจะเดินทางไปรับรองวุฒิกรรมการในปีนี้ ได้ทบทวนความรู้ความเข้าใจในเรื่องวัฒนธรรมอันดีงามของชาวฉือจี้จากที่เคยเรียนรู้มาก่อน

20180908-449-bylek resize

▲สาธิตการรับประทานอาหารแบบวัฒนธรรมอันดีงามของจิตอาสาฉือจี้

          คุณหวังจงเสียนแบ่งปัน “กิจกรรมบริการชุมชน รักษาพยาบาลฟรี” ตั้งแต่มูลเหตุของกิจกรรม และการต่อยอดความช่วยเหลือในด้านต่างๆ โดยคุณหวังจงเสียนแบ่งปันว่า “กิจกรรมบริการชุมชน รักษาพยาบาลฟรี เป็นกิจกรรมที่ช่วยเหลือดูแลสุขภาพกายและใจของผู้ลี้ภัย ปัจจุบันต่อยอดสู่การช่วยเหลือด้านการกุศล ให้การช่วยเหลือดูแลระยะยาว ช่วยเหลือด้านการศึกษา และเผยแพร่วัฒนธรรมอันดีงามของฉือจี้ โดยแปลละครต้าอ้ายเป็นภาษาต่างๆ หวังสร้างเมล็ดพันธุ์ฉือจี้ในกลุ่มผู้ลี้ภัย ”

20180908-524-bylek resize

▲คุณหวังจงเสียนแบ่งปัน “กิจกรรมบริการชุมชน รักษาพยาบาลฟรี” ตั้งแต่มูลเหตุของกิจกรรม และการต่อยอดความช่วยเหลือในด้านต่างๆ

          9 กันยายน ผู้เข้าร่วมอบรมเริ่มต้นชั้นเรียนค่ายจตุสัมพันธ์ ด้วยการร่วมฟังธรรมะตอนเช้า จากนั้น จิตอาสาฉือจี้ คุณจางอิงหม่าน แบ่งปันหลักการและข้อควรปฏิบัติของการช่วยเหลือผู้ยากไร้ ท่านธรรมาจารย์เคยกล่าวไว้ว่า “การเยี่ยมเยียนผู้ยากไร้ในภารกิจการกุศล เป็นกิจกรรมพื้นฐานของกรรมการฉือจี้ทุกคน” เพราะทุกคนเข้าสู่ครอบครัวแห่งรักของฉือจี้ได้จากการกุศล และต้องเยี่ยมเยียนผู้ยากไร้ด้วยตนเอง จึงจะเห็นความทุกข์ยากของพวกเขา ในระหว่างที่เยี่ยมเยียนผู้ยากไร้นั้น จะต้องใช้ความเมตตา กรุณาเป็นหลัก ตามด้วยปัญญา และให้เคารพต่อผู้ยากไร้

20180909-015-bylek resize

▲ผู้เข้าร่วมอบรมไขว่คว้าบุญสัมพันธ์อันดี ร่วมฟังธรรมะยามเช้า

           ซึ่งสิ่งที่เรียกว่าการให้เคารพต่อผู้ยากไร้ อย่างแรกก็คือ ความเห็นอกเห็นใจ เคารพในความเป็นมนุษย์เช่นเดียวกัน หากต้องการถ่ายภาพ สัมภาษณ์ หรือจดบันทึก จะต้องได้รับความยินยอมจากเคสผู้ยากไร้เสียก่อน ควรนัดหมายจิตอาสาฉือจี้ 2-3 คนร่วมลงพื้นที่เยี่ยมบ้านทุกครั้ง และไม่รบกวนเวลาเคสผู้ยากไร้นานเกินไป ซึ่งปกติมักจะใช้เวลาพูดคุยสอบถามไม่เกิน 30 นาที 

          คุณวรภาแบ่งปันสิ่งที่ได้รับจากการแบ่งปันจากคุณจางอิงหม่านว่า “ได้เรียนรู้ภารกิจการกุศลที่คุณจางอิงหม่านได้แบ่งปัน ทั้งเรื่องการช่วยเหลือ ดูแลเคสผู้ยากไร้ที่บ้าน เพราะปกติเราจะดูแลเฉพาะผู้ป่วยที่อยู่ในโรงพยาบาลค่ะ”  

IMG 4156 resize

▲คุณจางอิงหม่าน แบ่งปันว่า ในระหว่างที่เยี่ยมเยียนผู้ยากไร้นั้น จะต้องใช้ความเมตตา กรุณาเป็นหลัก ตามด้วยปัญญา ให้เคารพต่อผู้ยากไร้ ซึ่งสิ่งที่เรียกว่าการให้เคารพต่อผู้ยากไร้ อย่างแรกก็คือ ความเห็นอกเห็นใจ เคารพในความเป็นมนุษย์เช่นเดียวกัน

        จิตอาสาฉือจี้ คุณจิ้นหรงกาง แบ่งปันถึงขอบเขตการช่วยเหลือภัยพิบัติฉุกเฉิน ซึ่งหมายรวมถึงอุบัติภัยต่างๆ เช่น วาตภัย อุทกภัย อัคคีภัย เป็นต้น หลังจากทีมช่วยเหลือภัยพิบัติฉุกเฉินมีมติจะดำเนินการช่วยเหลือภัยแล้ว ต้องแจ้งผ่านระบบจตุสัมพันธ์ และเคารพระบบการทำงานจตุสัมพันธ์ จากนั้นจึงจะดำเนินการเชิญชวนให้จิตอาสามาร่วมกิจกรรม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการแสดงออกถึงความขอบพระคุณ ความเคารพ รัก อันเป็นวัฒนธรรมอันดีงามของฉือจี้  

IMG 4171 resize

▲จิตอาสาฉือจี้ คุณจิ้นหรงกาง แบ่งปันถึงขอบเขตการช่วยเหลือภัยพิบัติฉุกเฉิน ซึ่งหมายรวมถึงอุบัติภัยต่างๆ เช่น วาตภัย อุทกภัย อัคคีภัย เป็นต้น หลังจากทีมช่วยเหลือภัยพิบัติฉุกเฉินมีมติจะดำเนินการช่วยเหลือภัยแล้ว ต้องแจ้งผ่านระบบจตุสัมพันธ์ และเคารพระบบการทำงานจตุสัมพันธ์

          ท่านธรรมาจารย์เคยกล่าวไว้ว่า เมื่อเกิดภัยพิบัติขึ้น จิตอาสาฉือจี้จะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเองก่อนเสมอ โดยปกติแล้ว จิตอาสาจะลงพื้นที่เข้าไปดำเนินการช่วยเหลือเป็นทีมที่สอง ให้บริการช่วยเหลือสนับสนุนในด้านต่างๆ เช่น ปรุงอาหารร้อน บริการน้ำดื่มสะอาด เยี่ยมเยี่ยนให้กำลังใจผู้ประสบภัย มอบสิ่งของบรรเทาภัยเป็นส่วนใหญ่ สำหรับการช่วยเหลือภัยนั้น ขอให้เป็นหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญเป็นหลัก   

          จากนั้นจิตอาสาฉือจี้ คุณเอเลน เฉิน ซึ่งร่วมเดินทางไปช่วยเหลือบรรเทาภัยที่สปป.ลาวในครั้งนี้ ก็ร่วมแบ่งปันประสบการณ์กับผู้เข้าร่วมค่ายจุตสัมพันธ์ฯ โดยคุณเอเลน เฉิน แบ่งปันกับทุกคนว่า “สปป.ลาว เป็นประเทศที่ 96 ที่ฉือจี้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือ”

IMG 4181 resize

▲ คุณเอเลน เฉิน แบ่งปันกับทุกคนว่า “สปป.ลาว เป็นประเทศที่ 96 ที่ฉือจี้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือ”

          ศิริบังอร แบ่งปันสิ่งที่ได้รับว่า “การมาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ของการทำงานจิตอาสาค่ะ แล้วเราก็ได้รู้ว่าจิตอาสาฉือจี้ในแต่ละพื้นที่ ไปทำหน้าที่จิตอาสาอย่างไรกันบ้าง เพื่อจะได้นำความรู้เหล่านี้มาปรับใช้ค่ะ”

          คุณหวง เคท เดินทางมาไกลจาก อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ร่วมแบ่งปันผลสำเร็จจากโรงเรียนฉือจี้เชียงใหม่ โดยคุณปัทมาพร ต๋าคำ ผู้ปกครองของนายชลธี ต๋าคำ แบ่งปันว่า “ลูกชายเรียนที่โรงเรียนฉือจี้เชียงใหม่ นอกจากได้เรียนรู้ประเพณี วัฒนธรรมอันดีงามของไทยแล้ว ยังได้เรียนรู้วัฒนธรรมอันดีงามของฉือจี้ รู้สำนึกคุณ รู้เคารพ และจิตวิญญาณของความรักอันยิ่งใหญ่”

IMG 4204 resize

▲คุณหวง เคท ร่วมแบ่งปันผลสำเร็จจากโรงเรียนฉือจี้เชียงใหม่

          คุณบังอร แสงโรจน์ศิริกุล ซึ่งจะเดินทางไปรับรองวุฒกรรมการฉือจี้ในปลายปีนี้ แบ่งปันความรู้สึกว่า “ถ้าให้นิยามกิจกรรมค่ายจตุสัมพันธ์พัฒนาอาสาสมัคร ดิฉันคิดว่าเหมือนเป็นวันคืนสู่เหย้า เพราะว่าจิตอาสาฉือจี้ทุกรุ่นได้มาเจอกัน ที่นี่ก็เหมือนเป็นแหล่งเรียนรู้ของชาวฉือจี้ หนึ่งปีได้มาเจอกันถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมากเลยค่ะ และดิฉันก็คิดว่าดิฉันจะมาทุกปีค่ะ ”

          คุณบังอรไขว่คว้าโอกาสอันดี ร่วมกิจกรรมด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจรับฟังการบรรยาย คอยจดบันทึกสิ่งที่ตนได้เรียนรู้ ตักตวงความรู้อย่างเต็มที่ คุณบังอรแบ่งปันสิ่งที่ได้เรียนรู้จากกิจกรรมครั้งนี้ว่า “พอเรามาฟังเรื่องการให้อภัยแล้วว่า การให้อภัย แล้วมันดีค่ะ เพราะว่าถ้าเราไปยึดติด โกรธเขา ไม่ให้อภัยเขา เรานั่นแหละที่จะไม่สบายใจ”

20180908-024-bydatchanee resize

▲คุณบังอร แสงโรจน์ศิริกุล จิตอาสาจากโพธาราม ไขว่คว้าโอกาสอันดี ที่มีญาติธรรมฉือจี้จากพื้นที่ต่างๆมารวมตัวกัน ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับงานคืนสู่เหย้านี้ ร่วมค่ายจตุสัมพันธ์พัฒนาอาสาสมัคร

          คณะทำงานจัดชั้นเรียนให้มีความหลากหลาย ทำให้เหล่าญาติธรรมและกรรมการฉือจี้ใหม่ผู้ที่จะเดินทางไปรับรองกรรมการที่ไต้หวัน ได้รับความรู้กลับบ้านไปอย่างเต็มเปี่ยม ตอนท้ายของกิจกรรม ผู้เข้าร่วมอบรมต่างก็แบ่งปันความรู้สึกหน้าชั้นเรียน สร้างความทรงจำอันดีที่ยากจะลบเลือน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ค่ายจุตสัมพันธ์พัฒนาอาสาสมัครปีต่อๆไป จะมีเหล่าญาติธรรมและจิตอาสารุ่นใหม่ๆ มาร่วมกิจกรรมและสัมผัสกับความอบอุ่นของครอบครัวแห่งรักของชาวฉือจี้กันมากยิ่งขึ้น   


ภาพ :คุณพิณญ์ธิชา จันทร์สุขศรี คุณดรรชนี สุระเทพ คุณหลู่กุ่ยหลาน      เรื่อง :คุณดรรชนี สุระเทพ