เคียงข้างดูแลด้วยรัก พลิกชีวิตด้วยความกล้าหาญ

เรื่อง/ภาพ ไช่ชิวหลิง

       คุณสุรชัยในวัย 39 ปี เนื่องจากอุบัติเหตุรถยนต์เมื่อ 20 ปีก่อนขณะที่เขามีอายุเพียง 19 ปีและกำลังศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษาปีที่ 1 นั้น การบาดเจ็บของกระดูกทรวงอก ส่งผลต่อเส้นประสาทหลังจนต้องตัดร่างกายช่วงล่างเพื่อรักษาชีวิตไว้ ทำให้เขาไม่สามารถนั่งได้นาน เส้นประสาทที่ถูกกดทับ ยังทำให้มือข้างหนึ่งไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง เดิมทีมีคุณแม่คอยเป็นที่พึ่ง ดูแลเคียงข้างไม่เคยห่าง แต่ต่อมาคุณแม่ได้เสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งเมื่อสิบกว่าปีก่อน ไม่มีคุณพ่อมาคอยเหลียวแล น้องชายคนกลางก็ออกจากบ้านไป เหลือเพียงน้องชายคนเล็กวัย 33 ปี ที่เคียงข้างคอยดูแลพี่ชายมาโดยตลอด

           หลังจากคุณแม่ของสุรชัยเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ.2550 วันที่ 7 กรกฎาคมปีเดียวกัน ผู้มีจิตเมตตาคนหนึ่งซึ่งเป็นพนักงานในบริษัทของจิตอาสาฉือจี้ คุณกานชิงอี้ ได้เป็นตัวแทนคุณสุรชัยแจ้งขอความช่วยเหลือมายังฉือจี้ จนคุณสุรชัยได้กลายมาเป็นหนึ่งในสมาชิกครอบครัวที่ฉือจี้ให้การดูแลระยะยาว ตราบจนถึงทุกวันนี้เป็นระยะเวลากว่า 12 ปี โดยน้องชายของเขายังคงทำงานในโรงงานเหมือนก่อน ทุกวันก่อนออกไปทำงาน จะเตรียมน้ำดื่มไว้ในจุดที่พี่ชายสามารถหยิบเองได้ ด้านการขับถ่ายของคุณสุรชัยก็ต้องอาศัยถุงปัสสาวะจึงจะช่วยเปลี่ยนให้ ด้านอาหารการกิน ก็ช่วยกำชับร้านขายข้าวแกงใกล้บ้าน ให้ช่วยเป็นธุระจัดส่งมาให้เป็นประจำทุกวัน จิตอาสาฉือจี้ยังได้เดินทางไปช่วยอาบน้ำ ทำความสะอาดที่พักให้ครอบครัวคุณสุรชัยเป็นประจำทุกเดือน เดือนละ 2 ครั้ง การพบเจอกันนี้ เป็นวันที่คุณสุรชัยตั้งตารอคอยอย่างใจจดใจจ่อ

จิตอาสาฉือจี้ คุณกานดา มะเฟืองช่วยกันทำความสะอาดห้องนอนคุณสุรชัย 

ช่วยอาบน้ำชะล้างร่างกาย สบายใจตอบแทนด้วยรอยยิ้ม

 


           วันที่ 27 มีนาคม พ.ศ.2561 จิตอาสาฉือจี้เดินทางมายังบ้านของคุณสุรชัยอีกครั้ง แม้จะมีกลิ่นไม่พึงประสงค์โชยมา แต่เมื่อเห็นคุณสุรชัยส่งรอยยิ้มมาให้ ทุกคนก็ยิ้มตอบกลับด้วยความสดใสทันที เดิมทีจิตอาสาฉือจี้วางแผนจะอาบน้ำให้กับคุณสุรชัย แต่เนื่องจากเขาไม่สามารถนั่งเองได้นาน อีกทั้งการจะเคลื่อนย้ายคุณสุรชัยต้องอาศัยกำลังคนที่ค่อนข้างแข็งแรง ทว่าเนื่องจากวันนี้กำลังคนมีจำกัดอีกทั้งเพื่อความปลอดภัยของคุณสุรชัย จิตอาสาจึงตกลงใจช่วยกันสระผม แปรงฟันและทำความสะอาดร่างกายให้คุณสุรชัยบนเตียงของเขานั่นเอง แม้จะไม่สามารถอาบน้ำให้คุณสุรชัยได้ ทว่าเขาก็ยังตอบกลับมาด้วยความอ่อนโยนว่า “แค่นี้ก็เพียงพอแล้วครับ” จิตอาสาฉือจี้ คุณกานดา มะเฟือง ซึ่งมีความชำนาญในการดูแลผู้ป่วยติดเตียง และบุตรชายของจิตอาสาฉือจี้ ที่ถูกเรียกตัวให้มาช่วยงานอย่างกะทันหัน ต่างก็ร่วมแรงร่วมใจกัน ช่วยทำความสะอาดร่างกายให้คุณสุรชัย เปลี่ยนผ้าปูที่นอนและปลอกหมอน อีกทั้งขนน้ำถังแล้วถังเล่าเข้ามาช่วยเช็ดล้างสิ่งปฏิกูลออกไป ทำให้ร่างกายของคุณสุรชัยสะอาดสดชื่น และเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ด้านจิตอาสาฉือจี้ คุณสุวรรณี ชัยธนานิติพงษ์ และคุณไช่ชิวหลิง ก็ช่วยกันจัดเก็บห้องครัว กวาดและถูพื้น พร้อมทั้งซักทำความสะอาดผ้าปูที่นอนที่ใช้แล้ว แม้กำลังคนจะไม่มาก แต่ทุกคนต่างแบ่งงานกันเป็นอย่างดี ทำให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเผชิญบททดสอบครั้งแล้วครั้งเล่าคุณอภิเชษฐ์ซึ่งเป็นน้องชายของสุรชัย ต้องวิ่งไปวิ่งมาระหว่างบ้านและโรงงานต่อเนื่องหลายปี ส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพ หลังจากเอ็กซเรย์แล้วพบว่ากระดูกสันหลังเคลื่อน ทำให้ไม่สามารถทำงานยกของหนักได้

 

          นื่องจากน้องชายมีประกันสังคม ทำให้ไม่ต้องแบกรับภาระค่ารักษาพยาบาล คุณหมอแนะนำให้เขารีบรักษาด้วยการฉายเลเซอร์เพราะยิ่งปล่อยไว้นานอาการจะยิ่งรุนแรง ทว่าน้องชายกลับไม่ยอมเข้ารับการรักษา เพราะเป็นห่วงพี่ชาย เกรงว่าหากตนเองฉายเลเซอร์แล้ว จะไม่สามารถกลับบ้านได้ ต้องพักฟื้นกี่วันก็ไม่แน่นอนแล้วใครจะดูแลพี่ชายที่อยู่บ้านเพียงลำพังคุณสุรชัยบอกเล่าเรื่องราวอาการป่วยของน้องชายให้จิตอาสาฉือจี้ฟังด้วยความห่วงใย เขาต้องการให้น้องชายเข้ารับการรักษาโดย เร็วที่สุด จิตอาสาฉือจี้จึงปลอบโยนว่า ขออย่ากังวลใจไปเลย จะขอเป็นตัวแทนนำเหตุการณ์นี้ไปปรึกษากับจิตอาสาฉือจี้ท่านอื่นๆ เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือต่อไป

 จิตอาสาฉือจี้  คุณสุวรรณี ชัยธนานิติพงษ์   ช่วยซักผ้าปูที่นอนคุณสุรชัย

 

เคียงข้างดูแลด้วยรัก พลิกชีวิตด้วยความกล้าหาญ

            คุณสุรชัยซึ่งเต็มไปด้วยความร่าเริง แม้ร่างกายจะพิการแต่จิตใจกลับแข็งแกร่งสมบูรณ์ แม้จะเป็นผู้ป่วยติดเตียง ที่ไม่สามารถออกไปทำงานหารายได้มาแบ่งเบาภาระน้องชายได้ แต่เขาก็ไม่เคยยอมแพ้ต่อโดชคชะตา โดยอาศัยคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือออกแบบใบปลิวและทำเพจเฟซบุ๊คไว้ขายน้ำหอม โดยแบ่งหน้าที่กับเพื่อน คือ คุณสุรชัยทำหน้าที่ดูแลเพจ และให้เพื่อนเป็นคนออกไปส่งสินค้า แม้ยอดขายจะดีบ้างไม่ดีบ้าง แต่ก็เป็นการช่วยเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่ง เขายังพูดด้วยความถ่อมตนว่า การออกแบบของเขายังต้องเรียนรู้อีกเยอะ เพราะไม่สามารถออกไปเรียนรู้ข้างนอกได้ทำได้เพียงดูคลิปจากยูทูปและฝึกหัดด้วยตนเองเท่านั้นนอกจากนี้ คุณสุรชัยยังพยายามอุทิศตน สร้างคุณงามความดีผ่านการร้อยเรียงบทความสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คน โดยเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์และสื่อสิ่งพิมพ์ของฉือจี้ประเทศไทย แม้หนึ่งบทความจะต้องแลกมาด้วยความยากลำบากอย่างมาก คุณสุรชัยเล่าว่า “ผมต้องนอนตะแคง ใช้นิ้วชี้เพียงนิ้วเดียว ค่อยๆ พิมพ์บทความด้วคอมพิวเตอร์ทีละตัว ส่วนอีกแขนต้องใช้หนุนหัว เวลาจะกดปุ่ม shift ผมต้องคาบปลายปากกาไปจิ้มที่ปุ่ม shift เพื่อพิมพ์ตัวอักษรครับ” ความพยายามทั้งหมดของคุณสุรชัย ก็เพื่อส่งต่อกำลังใจให้กับผู้คนที่หมดหวังในชีวิตคุณสุรชัยซึ่งไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา กล้าที่จะยืนหยัดด้วยตนเอง จากคนที่เคยหมดอาลัย จนกลายเป็นคนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง นั่นเพราะมีจิตอาสาฉือจี้คอยยืนหยัดเคียงข้างไม่ห่างหาย

 

คัดจาก  วารสารฉือจี้รายสองเดือน   วารสารฉือจี้ ฉบับ 61