ข่าวกิจกรรม

หนุ่มน้อยใจแกร่ง 24 ชั่วโมง

 

หนุ่มน้อยรูปร่างสันทัดในชุดเครื่องแบบร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมง ยามสายแก่ๆ นายกสิกร หรือ น้องอาร์ต หนุ่มน้อยวัย 19 ปี 

มอบเงินช่วยเหลือ ผู้ประสบภัย พายุ"ปาบึก"

          "ถึงแม้ทางรัฐบาลได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือพี่น้องชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ได้รับความเดือดร้อนจากพายุโซนร้อน "ปาบึก" เป็นอย่างดีแล้ว แต่พวกเราจิตอาสาฉือจี้ก็ยังอยากช่วยเหลือผู้ประสบภัย เพื่อตอบแทนสังคมของผืนแผ่นดินที่เราอาศัยอยู่"   คุณสุกัญญา ริมพนาเวศ ประธานบริหารมูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวันในประเทศไทย เป็นตัวแทนจิตอาสาฉือจี้ บอกถึงความประสงค์และกล่าวคำอวยพรแก่ผู้ประสบภัย ในกิจกรรมมอบเงินช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยบ้านพังเสียหายทั้งหลังจากพายุปาบึก จังหวัดนครศรีธรรมราช
          จากที่พายุโซนร้อน "ปาบึก" พัดถล่มและสร้างความเสียหายอย่างหนักในจังหวัดนครศรีธรรมราชนั้น จิตอาสาฉือจี้ได้ลงพื้นสำรวจและเยี่ยมเยียนผู้ประสบภัย 2 ครั้ง ในวันที่ 8-9 และ 17-18 มกราคมที่ผ่านมา หลังเข้าใจถึงสภาพความเสียหายและความต้องการของผู้ประสบภัยแล้ว จึงดำเนินการจัดกิจกรรม "มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่บ้านพังเสียหายทั้งหลังจากพายุปาบึก จังหวัดนครศรีธรรมราช" ขึ้นในวันที่ 24 มกราคม 2562 โดยมีผู้ได้รับความช่วยเหลือจำนวน 220 ครอบครัว

มอบรักและความหวัง เคียงข้างผู้ประสบภัย ก้าวผ่านช่วงเวลาอันมืดมน

 

    ▲เนื่องด้วยซาบซึ้งใจในความช่วยเหลือ จึงจะเห็นว่าในระหว่างรับมอบเงินช่วยเหลือนั้น มีผู้ประสบภัยหลายคน โอบกอดจิตอาสาอย่างแนบแน่น อีกทั้งกล่าว      คำอวยพรแก่จิตอาสาด้วยความจริงใจ


          เช้าวันที่ 24 มกราคม ซึ่งเป็นวันจัดกิจกรรม จะเห็นว่าผู้ประสบภัยเดินทางมาถึงสถานที่ตั้งแต่เช้าตรู่ โดยมีจิตอาสาฉือจี้คอยต้อนรับด้วยใจเปี่ยมด้วยปีติ ย้อนกลับไปในช่วงภัยพิบัติแรกๆ จากสภาพบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย ทั้งล้มเอียงหรือพังทั้งหลัง ทำให้ผู้ประสบภัยตกอยู่ในความยากลำบาก ดังนั้น ในระหว่างที่จิตอาสาฉือจี้ลงพื้นที่สำรวจภัย สังเกตุเห็นว่า ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความทุกข์และกังวล ดั่งท้องฟ้าอึมครึมไร้ซึ่งแสงสว่าง เวลาผ่านไปหลายวัน หลังจากที่หน่วยงานภาครัฐให้ความช่วยเหลือซ่อมแซมบ้าน ฟื้นฟูสภาพที่อยู่อาศัย ทำให้ชีวิตของผู้ประสบภัยค่อยๆดีขึ้น อีกทั้งวันนี้ยังได้มาพบกับจิตอาสาฉือจี้อีกครั้ง ผู้ซึ่งอยู่ในเครื่องแบบเสื้อน้ำเงินกางเกงขาวแล้ว จึงเห็นได้ว่า ใบหน้าของพวกเขาเริ่มเผยให้เห็นถึงรอยยิ้มอันสดใสและเต็มไปด้วยความหวัง เฉกเช่นรุ้งกินน้ำบนท้องฟ้าอันปลอดโปร่งหลังพายุฝน
          กิจกรรมเริ่มต้นขึ้นแล้ว ผู้ประสบภัยต่างเข้าแถวลงทะเบียนและตรวจเอกสารทีละคนอย่างเป็นระเบียบ จากการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ทำให้งานลงทะเบียนเสร็จสิ้นภายในระยะเวลาอันสั้น เนื่องด้วยครั้งนี้ฉือจี้มอบเงินช่วยเหลือโดยอิงจากจำนวนสมาชิกของแต่ละครอบครัว ดังนั้น หลังจากลงทะเบียนแล้ว ผู้ประสบภัยจะได้รับคูปองรับเงินที่มีสีแตกต่างกัน ซึ่งครอบครัวที่มีสมาชิก 1-3 คน/เงินช่วยเหลือ 6,000 บาท จะได้รับคูปองรับเงินสีเหลือง ครอบครัวที่มีสมาชิก 4-6 คน/เงินช่วยเหลือ 8,000 บาท จะได้รับคูปองรับเงินสีฟ้า และครอบครัวที่มีสมาชิก 7 คนขึ้นไป/เงินช่วยเหลือ 10,000 บาท จะได้รับคูปองรับเงินสีเขียว
          หลังจากได้รับคูปองแล้ว จิตอาสาฉือจี้นำผู้ประสบภัยไปนั่งตามสีของคูปองทีละคน ในระหว่างที่รอพิธีการเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ จิตอาสาฉือจี้ คุณสุชน แซ่เฮง จับไมโครโฟนรับหน้าที่เป็นพิธีกร บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของฉือจี้ อีกทั้งเปิดวีดีทัศน์แบ่งปันเรื่องราวของฉือจี้ เพื่อให้ผู้ประสบภัยรู้จักกับฉือจี้ให้มากยิ่งขึ้น
          กิจกรรมเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ โดยมี คุณสมพงษ์ มากมณี ปลัดจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้เกียรติกล่าวเปิดงาน คุณสมพงษ์กล่าวว่า ปัจจุบัน ทางหน่วยงานภาครัฐกำลังดำเนินการสร้างบ้านให้ผู้ประสบภัยที่บ้านพังทั้งหลัง ซึ่งแต่ละหลังจะได้รับการช่วยเหลือในด้านวัสดุก่อสร้างจำนวน 230,000 บาท และค่าแรงงาน 72,000 บาท โดยขอกำลังทหารและผู้รับเหมาก่อสร้างมาช่วยสร้างบ้านให้ผู้ประสบภัย สำหรับผู้ประสบภัยที่บ้านพังเสียหายบางส่วน ได้มอบหมายให้หน่วยงานภาครัฐส่วนท้องถิ่นช่วยเหลือดูแล คาดว่าจะสามารถดำเนินการซ่อมแซมและสร้างบ้านให้ผู้ประสบภัยแล้วเสร็จก่อนวันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อมอบเป็นของขวัญเนื่องในวันวาเลนไทน์แก่ผู้ประสบภัย
          คุณสมพงษ์ กล่าวอีกว่า การให้ความช่วยเหลือของฉือจี้ครั้งนี้ ถือเป็นประโยชน์ต่อผู้ประสบภัยเป็นอย่าง "ครั้งนี้ถือเป็นการบูรณาการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชน ในการช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนจากพายุโซนร้อนปาบึก ที่ประสบภัยบ้านพังเสียหาย เพื่อให้พวกเขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และกลับสู่สภาพเดิมให้เร็วที่สุด"


     ▲คุณยายสงบ (ซ้าย 1)  แบ่งปันอย่างอารมณ์ดีว่า จะนำเงินส่วนนี้ไปซื้อของขึ้นบ้านใหม่
          ต่อมา จิตอาสาฉือจี้ คุณอิงอร ป่าทอง ซึ่งเดิมทีเป็นคนจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นตัวแทนจิตอาสาฉือจี้อ่านสาส์นแสดงความห่วงใยจากท่านธรรมาจารย์เจิ้งเอี๋ยนด้วยสำเนียงของคนภาคใต้ เพื่อให้ผู้ประสบภัยสัมผัสถึงคำอวยพรจากท่านธรรมาจารย์มากขึ้น จากนั้น จิตอาสาฉือจี้นำทุกคนร่วมแสดงภาษามือประกอบเพลง “ครอบครัวเดียวกัน” ให้กำลังใจผู้ประสบภัย ดั่งคนร่วมสุขและทุกข์เช่นคนในครอบครัว และปิดท้ายพิธีการด้วยการอธิษฐานร่วมกัน เพื่อขอให้โลกนี้ปราศจากภัยพิบัติทั้งปวง
          เวลาที่ทุกคนต่างรอคอยมาถึงแล้ว คุณสุกัญญาเริ่มมอบเงินช่วยเหลือให้ผู้ประสบภัย เนื่องด้วยซาบซึ้งใจในความช่วยเหลือ จึงจะเห็นว่าในระหว่างรับมอบเงินช่วยเหลือนั้น มีผู้ประสบภัยหลายคน โอบกอดจิตอาสาอย่างแนบแน่น อีกทั้งกล่าวคำอวยพรแก่จิตอาสาด้วยความจริงใจ

มอบเงินช่วยเหลือส่งกำลังใจ แบ่งเบาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัย


     ▲พิธีมอบเงินช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยบ้านพังเสียหายทั้งหลังจากพายุปาบึก จังหวัดนครศรีธรรมราช
          คุณวาสนา ซึ่งอาศัยเพียงลำพัง ทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยการทำขนมไทยขาย แม้ว่าบ้านจะพังเสียหายทั้งหลัง แต่ยังโชคดีที่หน่วยงานภาครัฐได้ดำเนินการซ่อมแซ่มบ้านให้แล้วบางส่วน ทำให้คุณวาสนาสามารถพักอาศัยชั่วคราวไปก่อนได้ ทว่า ด้วยพายุฝนรุนแรง ทำให้พืชผลทางการเกษตรเสียหายหนัก โดยเฉพาะใบตอง ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญ สำหรับใช้ห่อขนมไทยขาดแคลน อีกทั้งแผงร้านที่ตลาดยังถูกลมฝนพัดพังเสียหาย ด้วยเหตุนี้ คุณวาสนาจึงยังไม่สามารถทำขนมไทยขายได้ เมื่อได้รับเงินช่วยเหลือจากฉือจี้เช่นนี้แล้ว ทำให้คุณวาสนามีกำลังใจสู้ชีวิตต่อไป "ไม่คิดว่าฉือจี้จะมาช่วยจริงๆ ป้าดีใจจริงๆ ปลื้มใจด้วย คิดว่าไปเยี่ยมแล้วก็กลับเลย สุดท้ายฉือจี้นัดมารับเงินช่วยเหลือในวันนี้ ทำให้ป้ารู้สึกดีใจมากๆเลย "
          คุณสุชาติ ซึ่งบ้านอยู่ในเขตอนุรักษ์ทางทะเลและไม่มีโฉนดที่ดิน ทำให้ยากที่จะได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐ การสร้างบ้านใหม่จึงต้องอาศัยกำลังตนเองเป็นหลัก ดังนั้น เงินช่วยเหลือที่ได้รับจากฉือจี้ สามารถแบ่งเบาภาระให้เขาได้บ้าง คุณสุชาติ แบ่งปันว่า           คุณยายสงบ วัย 91 ปี แม้ว่าอายุมากแล้ว ทว่าสุขภาพร่างกายของคุณยายยังแข็งแรง สายตา การได้ยิน การพูดยังดี เดินเหินก็คล่องแคล่ว ปัจจุบัน หน่วยงานภาครัฐกำลังสร้างบ้านใหม่ให้คุณยาย เมื่อได้รับเงินช่วยเหลือในวันนี้ ทำให้คุณยายรู้สึกดีใจ และวางแผนว่าจะซื้อของใช้ที่จำเป็นในชีวิตต่างๆมากมาย คุณยายแบ่งปันอย่างอารมณ์ดีว่า

 

ช่วยเหลือด้วยความจริงใจ ซาบซึ้งถึงจิตใจของผู้ประสบภัย


     ▲ด้วยความซาบซึ้งในความช่วยเหลือของฉือจี้ ทำให้คุณอุบล (ขวา 2) กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
          ฉือจี้มอบเงินช่วยเหลือเช่นนี้ ทำให้ผู้ประสบภัยต่างรู้สึกประทับใจ คุณอุบล น้ำตาคลอเบ้า แบ่งปันความรู้สึกด้วยความซาบซึ้งใจว่า ด้วยความซาบซึ้งใจที่เปี่ยมล้นในใจ ทำให้คุณอุบลไม่สามารถกล่าวความรู้สึกต่อได้ จิตอาสาฉือจี้ คุณอิงอร ป่าทองจึงปลอบโยนจิตใจอย่างใกล้ชิดว่า                    

          แม้จะประสบภัยพิบัติ ชีวิตความเป็นอยู่ลำบาก แต่เมื่อมีคนยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ทำให้ผู้ประสบภัยต่างรู้สึกซาบซึ้งใจ คุณอัมพร แบ่งปันความรู้สึกว่า                              

          ขอขอบพระคุณพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ให้ความร่วมมือและคอยสนับสนุนเป็นอย่างดี ขอบพระคุณจิตอาสาในพื้นที่ที่ให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวก ทำให้กิจกรรมครั้งนี้สำเร็จลุล่วงอย่างราบรื่น ดั่งวาทะจิ้งซือของท่านธรรมาจารย์เจิ้งเอี๋ยน ที่กล่าวไว้ว่า "ทำความดีต้องไม่ขาดฉัน ทำความชั่วต้องไม่มีฉัน"

 


 

เรื่อง คุณดรรชนี สุระเทพ     ภาพโดย คุณพิณญ์ธิชา จันทร์สุขศรี  คุณดรรชนี สุระเทพ

เสิร์ฟน้ำชาสำนึกคุณ โรงเรียนฉือจี้เชียงใหม่

          1 ปีผ่านไปอย่างรวดเร็วราวแค่พริบตาเดียว เช่นเดียวกับโรงเรียนฉือจี้เชียงใหม่ก็ผ่านไปแล้วหนึ่งปีการศึกษา โดย 1 มีนาคมที่ผ่านมา ทางโรงเรียนได้จัดกิจกรรมเสิร์ฟน้ำชานึกคุณขึ้น โดยนักเรียนแต่ละชั้นเรียนต่างก็แสดงออกถึงความสำนึกคุณผ่านการเสิร์ฟน้ำชาและขนมว่างเพื่อขอบพระคุณท่านธรรมาจารย์เจิ้งเอี๋ยนที่สร้างโรงเรียนฉือจี้เชียงใหม่ รินรดเมล็ดพันธุ์ทางภาคเหนือของไทยให้เติบโตงอกงาม ขอบพระคุณครูอาจารย์ที่ประสิทธิ์ประสาทวิชา ดูแลด้วยความใส่ใจดั่งลูกหลานตน และขอบพระคุณบิดามารดา ผู้ปกครอง ที่คอยสนับสนุนตลอดมา

 

20190301tea02

     ▲นักเรียน เสิร์ฟน้ำชาให้พ่อแม่และคุณครู  แสดงออกถึงความสำนึกคุณที่มีต่อคนที่พวกเขารักที่สุด

          ในวันเดียวกันนั้น ทางโรงเรียนยังได้จัดพิธีมอบรางวัล "ครูและนักเรียนดีเด่น" เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้ครูและนักเรียนไม่หยุดพัฒนาตนเองต่อไป

20190301tea05

     ▲ในวันเดียวกันนั้น ทางโรงเรียนยังได้จัดพิธีมอบรางวัล “ครูและนักเรียนดีเด่น” เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้ครูและนักเรียนไม่หยุดพัฒนาตนเองต่อไป

          เกื้อ เล้าสินวัฒนา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เป็นหนึ่งในนักเรียนที่ได้รับรางวัล บุตรชายเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีเช่นนี้ คือสิ่งที่ผู้เป็นพ่อแม่วาดหวังอย่างที่สุด คุณพ่อของเกื้อแบ่งปันความรู้สึกว่า "ตั้งแต่มาอยู่โรงเรียนฉือจี้เชียงใหม่ เกื้อเขาก็เป็นคนแบบมีระเบียบ อยู่ที่บ้านเป็นคนที่มีระเบียบ รู้จักเวล่ำเวลา การกิน การนอน การอยู่นี่เป็นระเบียบมาก ซึ่งก็ได้รับการปลูกฝังมาจากฉือจี้นี่แหละครับ"

20190301tea04

     ▲ในวันเดียวกันนั้น ทางโรงเรียนยังได้จัดพิธีมอบรางวัล “ครูและนักเรียนดีเด่น” เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้ครูและนักเรียนไม่หยุดพัฒนาตนเองต่อไป

          และคุณพ่อของเกื้อยังแบ่งปันอีกว่า "สำหรับโรงเรียนฉือจี้เชียงใหม่ผมแนะนำเลยว่า เป็นสุดยอดของเรื่องการสอนวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ และก็เรื่องนิสัยใจคอฉือจี้ฝึกได้ดีมากครับ ตรงนี้ผมว่าดีกว่าวิชาการเสียอีก เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นตัวที่จะหล่อเลี้ยงตัวเราเองไปตลอดครับ"

          ทั้งพี่ชาย และเกื้อ ต่างก็เริ่มเข้าศึกษาที่โรงเรียนฉือจี้เชียงใหม่ตั้งแต่ประถมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งปัจจุบันพี่ชายจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายและกำลังศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยฉือจี้ไต้หวัน ส่วนเกื้อก็จะจบมัธยมศึกษาตอนปลายในปีหน้า สิ่งเหล่านี้ล้วนแสดงให้เห็นว่า พ่อของเกื้อมีความเชื่อมั่นในโรงเรียนฉือจี้เชียงใหม่เป็นอย่างมาก จึงวางใจให้ลูกชายอันเป็นที่รักทั้งสอง เติบใหญ่ในรั้วโรงเรียนแห่งนี้ และหวังว่าในอนาคตอันใกล้ เขาจะเติบใหญ่เป็นบุคคลที่มีคุณภาพของสังคมต่อไป

 

 


เรื่อง คุณภัสกร เลิศรัตน์     เรียบเรียง คุณดรรชนี สุระเทพ     ภาพโดย คุณวัลลภ จันทิมา

 

บริจาคเตียงผู้ป่วยให้โรงพยาบาลแขวงจำปาสัก สปป.ลาว

บริจาคเตียงผู้ป่วย บรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้มารับบริการรักษา

     พิธีมอบเตียงผู้ป่วยให้โรงพยาบาลแขวงจำปาสัก แขวงจำปาสัก สปป.ลาว

      เตียงผู้ป่วยที่ผ่านการใช้งานมานาน 15 ปี ต่างชำรุดทรุดโทรมแล้ว

          โรงพยาบาลแขวงจำปาสักแล้ว ถือเป็นศูนย์บริการด้านสาธารณสุขของประชาชนชาวลาวตอนใต้ ให้บริการประชาชนครอบคลุมพื้นที่ 4 แขวง ประมาณ 1,500,000 คน แต่ทางโรงพยาบาลสามารถรองรับผู้ป่วยได้เพียง 250 เตียง ด้วยเหตุนี้จึงไม่สามารถให้บริการด้านแพทย์แก่ประชาชนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอุปกรณ์สำหรับใชในด้านการแพทย์ยังไม่เพียงพอและชำรุดทรุดโทรม ยังคงเป็นปัญหาที่รอคอยการแก้ไข

     ▲เตียงผู้ป่วยที่ชำรุดและใช้งานไม่ได้แล้ว ถูกนำมาจัดเก็บในพื้นที่ว่างของโรงพยาบาล

          เจ้าหน้าที่ รพ. : เตียงพวกนี้เป็นเตียงผู้ป่วยที่ผ่านการใช้งานแล้วมันพัง จึงเอามาเก็บไว้ตรงนี้ครับ

          จิตอาสาฉือจี้ : เตียงพวกนี้ใช้มาแล้วกี่ปีคะ

          เจ้าหน้าที่ รพ. : ใช้มาตั้งแต่ 2004 ประมาณ 10 กว่าปีแล้ว

          จิตอาสาฉือจี้ : 15 ปี ใช่ไหมคะ

          เจ้าหน้าที่ รพ. : ใช่ๆครับ ตั้งแต่ 2004 ตอนที่สร้างตึกนี้เสร็จครับ

     ▲เตียงพับกุศลปัญญาที่ฉือจี้บริจาคให้ทางโรงพยาบาลเมื่อปีที่แล้ว ช่วยบรรเทาความลำบากให้ผู้ป่วยที่มารับบริการรักษา

          จากเหตุการณ์เขื่อนแตกที่แขวงอัตตะปือ สปป.ลาว เมื่อเดือนกรกฎคม 2561 ท่านธรรมจารย์ไม่เพียงห่วงใยผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์นี้หลังจากการรายงานของจิตอาสาฉือจี้ ยังทราบว่าโรงพยาบาลแขวงจำปาสักมีความขาดแคลน จำนวนห้องผู้ป่วยไม่เพียงพอ จนทำให้ผู้ป่วยต้องมานอนพักรักษาบริเวณโถงทางเดิน ท่านธรรมาจารย์จึงชี้แนะด้วยความเมตตา ขอให้จิตอาสาฉือจี้นำเตียงกุศลปัญญา จำนวน 60 เตียง และผ้าห่มรักษ์โลกฉือจี้ จำนวน 240 ผืน บริจาคให้โรงพยาบาลดังกล่าวโดยมีผู้ใจบุญจากสมาคมจีนปากเซ ได้แก่ คุณวิไล ตรีโรจน์พร คุณเฉิงเจิ้งฮุย และจิตอาสาฉือจี้ในเมืองไทย ร่วมผลักดันภารกิจและทำพิธีมอบในวันที่ 10 เดือนกันยายน 2560

          ต่อมาคุณหลินกวานเหนียน นักธุรกิจชาวมาเลเซีย ยังได้บริจาคเตียงผู้ป่วย 1 ตู้คอนเทนเนอร์ จำนวน 110 เตียง ฉือจี้จึงจัดพิธีมอบเตียงผู้ป่วยให้โรงพยาบาลแขวงจำปาสัก สปป.ลาว ขึ้นในวันที่ 12 มีนาคม 2562

     ▲จิตอาสาฉือจี้จาก 5 ประเทศ ได้แก่ ไต้หวัน ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ลาว รวม 34 คน ต่างเดินทางมาร่วมเป็นประจักษ์พยานในพิธีมอบเตียงผู้ป่วย
     ให้โรงพยาบาลแขวงจำปาสัก
  

          ในพิธีมอบเตียงผู้ป่วยนั้น มีจิตอาสาฉือจี้จาก 5 ประเทศ ได้แก่ ไต้หวัน 3 คน ไทย 24 คน มาเลเซีย 4 คน อินโดนีเซีย 1 คน ลาว 2 คน รวม 34 คน และบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลแขวงจำปาสัก 60 คน อีกทั้งนักธุรกิจในท้องถิ่น ซึ่งเมื่อทราบข่าวกิจกรรมแล้ว ต่างเดินทางมาร่วมเป็นประจักษ์พยานในพิธีมอบเตียงผู้ป่วยให้โรงพยาบาลแขวงจำปาสัก กันอย่างชื่นมื่น


     ▲นักธุรกิจในท้องถิ่น ต่างเดินทางมาร่วมเป็นประจักษ์พยานในพิธีมอบเตียงผู้ป่วยให้โรงพยาบาลแขวงจำปาสัก

          ในบรรยากาศแห่งความปีติยินดีนั้น ทั้งผู้รับและผู้ให้ต่างรู้สึกอิ่มเอมใจ คุณหลินกวานเหนียน จิตอาสาฉือจี้ผู้บริจาคเตียงผู้ป่วย แบ่งปันความรู้สึกว่า"ผมทราบว่าลาวประสบภัยจากเหตุเขื่อนแตก จนทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน และสำหรับครั้งนี้ถือว่าเป็นบุญสัมพันธ์อันดี ที่ได้มีโอกาสบริจาคเตียงให้โรงพยาบาลแห่งนี้ครับ"


     ▲จิตอาสาฉือจี้ คุณเดวิด หลิว (ซ้าย 1) และคุณหลินกวานเหนียน (ซ้าย 2) สุ่มตรวจเตียงผู้ป่วยที่นำมาบริจาค

          ให้สิ่งที่ดีที่สุด เพื่อแก้ปัญหาให้ดีที่สุด คุณหลินกวานเหนียน แบ่งปันอีกว่า"ตอนแรกคุณเดวิด หลิว ก็ขอให้ผมบริจาคเตียงผู้ป่วยมือสอง แต่การหาเตียงผู้ป่วยมือสองในระยะเวลาอันสั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย อีกทั้งเตียงผู้ป่วยมือสองใช้ได้ไม่นานก็พัง และเราก็ทราบถึงความปรารถนาของท่านธรรมาจารย์กันดีอยู่แล้วว่า หากเราจะให้อะไรใคร ก็ต้องให้สิ่งที่ดีที่สุดครับ"

      พิธีมอบเตียงให้โรงพยาบาลแขวงจำปาสักเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ

          ได้รับการช่วยเหลือจากฉือจี้อีกครั้ง บุคลากรของโรงพยาบาลแขวงจำปาสัก สปป.ลาว ต่างรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง นพ.สะแหวง สีสุลาด รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลแขวงจำปาสัก แบ่งปันว่า"ประโยชน์ได้ทั้งสองอย่างคือ ทางโรงพยาบาลก็ได้นำไปใช้ มีความสะดวก ผู้ป่วยที่เข้ามารับบริการรักษาก็ได้รับความสะดวกสบายและมีความพึงพอใจต่อการบริการครับ"

 

      ▲พิธีมอบเตียงผู้ป่วยให้โรงพยาบาลแขวงจำปาสัก สปป.ลาว  

      คุณวันนะไซ รองสาธารณสุขแขวงจำปาสัก เป็นตัวแทนโรงพยาบาลแขวงจำปาสัก มอบหนังสือขอบคุณให้ฉือจี้ 

     นพ.สะแหวง สีสุลาด รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลแขวงจำปาสัก (ขวา 2) แบ่งปันว่า เตียงผู้ป่วยที่ฉือจี้บริจาค ช่วยบรรเทาความลำบากให้ผู้ป่วยที่
     มารับบริการรักษา ยกระดับการบริการด้านการแพทย์ให้ทางโรงพยาบา

          และในขณะเดียวกัน ยังช่วยบรรเทาความยากลำบากให้ผู้ป่วยที่มารับบริการรักษาอีกด้วย นพ.สะแหวง แบ่งปันอีกว่า"สำหรับผู้มารับบริการรักษา ถึงว่าจะได้นอนตามระเบียง แต่ว่าพวกเขาก็จะมีเตียงนอน จะไม่ได้ใช้เปลนอน นี่คือจะเป็นความสะดวกให้ผู้มานอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลของเราครับ"

             เจ้าหน้าที่ช่วยกันขนย้ายเตียงผู้ป่วยที่ฉือจี้บริจาคให้ ไปจัดเก็บในพื้นที่ว่างของโรงพบาบาลแขวงจำปาสัก เพื่อนำไปใช้งานต่อไป

     ▲ทุกคนร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกในพิธีมอบเตียงผู้ป่วยให้โรงพยาบาลแขวงจำปาสัก

          หลังพิธีมอบเตียงผู้ป่วยสิ้นสุดลงแล้ว จิตอาสาฉือจี้และตัวแทนของโรงพยาบาลแขวงจำปาสัก ยังร่วมประชุม เพื่อพูดคุยถึงความเป็นไปได้ของการจัดกิจกรรมรักษาบาลฟรี ในระหว่างการประชุม จิตอาสาฉือจี้ คุณเดวิด หลิว ได้แบ่งปันประสบการณ์การทำงานด้านการรักษาพยาบาลของฉือจี้ในแต่ละประเทศ รวมถึงการนำจิตวิญญาณของความรักอันยิ่งใหญ่บำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่ผู้คน เมื่อรับฟังการแบ่งปันแล้ว ตัวแทนของโรงพยาบาลต่างคาดหวังว่าจะได้เรียนรู้กับฉือจี้ในอนาคต

 

     ▲หลังพิธีมอบเตียงผู้ป่วยสิ้นสุดลงแล้ว จิตอาสาฉือจี้และตัวแทนของโรงพยาบาลแขวงจำปาสัก ยังร่วมประชุม เพื่อพูดคุยถึงความเป็นไปได้ของ
     การจัดกิจกรรมรักษาบาลฟรี

          คุณวันนะไซ รองสาธารณสุขแขวงจำปาสัก สปป.ลาว แบ่งปันว่า"ผมคิดว่าความเป็นไปได้มีค่อนข้างมาก เพราะแต่ก่อนเราก็เคยจัดกิจกรรมรักษาพยาบาลฟรีกับหน่วยงานอื่นๆ ผมจึงมองว่ากิจกรรมนี้มีความหวังมากครับ และพวกเราก็จะพยายามไปดูรายละเอียดของงานต่อไปครับ"

 Go to Top กลับสู่ด้านบน 


เรื่อง/ภาพ  :  ดรรชนี สุระเทพ

 

อธิษฐานบุญรับปีใหม่ ร่วมเติมใจด้วยกุศล

วันอาทิตย์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ.2562 นายถงเจิ้นหยวน ผู้แทนรัฐบาลไต้หวัน สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย และผู้มีจิตเมตตาจากแวดวงต่างๆ