มอบเงินช่วยเหลือ ผู้ประสบภัย พายุ"ปาบึก"

          "ถึงแม้ทางรัฐบาลได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือพี่น้องชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ได้รับความเดือดร้อนจากพายุโซนร้อน "ปาบึก" เป็นอย่างดีแล้ว แต่พวกเราจิตอาสาฉือจี้ก็ยังอยากช่วยเหลือผู้ประสบภัย เพื่อตอบแทนสังคมของผืนแผ่นดินที่เราอาศัยอยู่"   คุณสุกัญญา ริมพนาเวศ ประธานบริหารมูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวันในประเทศไทย เป็นตัวแทนจิตอาสาฉือจี้ บอกถึงความประสงค์และกล่าวคำอวยพรแก่ผู้ประสบภัย ในกิจกรรมมอบเงินช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยบ้านพังเสียหายทั้งหลังจากพายุปาบึก จังหวัดนครศรีธรรมราช
          จากที่พายุโซนร้อน "ปาบึก" พัดถล่มและสร้างความเสียหายอย่างหนักในจังหวัดนครศรีธรรมราชนั้น จิตอาสาฉือจี้ได้ลงพื้นสำรวจและเยี่ยมเยียนผู้ประสบภัย 2 ครั้ง ในวันที่ 8-9 และ 17-18 มกราคมที่ผ่านมา หลังเข้าใจถึงสภาพความเสียหายและความต้องการของผู้ประสบภัยแล้ว จึงดำเนินการจัดกิจกรรม "มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่บ้านพังเสียหายทั้งหลังจากพายุปาบึก จังหวัดนครศรีธรรมราช" ขึ้นในวันที่ 24 มกราคม 2562 โดยมีผู้ได้รับความช่วยเหลือจำนวน 220 ครอบครัว

มอบรักและความหวัง เคียงข้างผู้ประสบภัย ก้าวผ่านช่วงเวลาอันมืดมน

 

    ▲เนื่องด้วยซาบซึ้งใจในความช่วยเหลือ จึงจะเห็นว่าในระหว่างรับมอบเงินช่วยเหลือนั้น มีผู้ประสบภัยหลายคน โอบกอดจิตอาสาอย่างแนบแน่น อีกทั้งกล่าว      คำอวยพรแก่จิตอาสาด้วยความจริงใจ


          เช้าวันที่ 24 มกราคม ซึ่งเป็นวันจัดกิจกรรม จะเห็นว่าผู้ประสบภัยเดินทางมาถึงสถานที่ตั้งแต่เช้าตรู่ โดยมีจิตอาสาฉือจี้คอยต้อนรับด้วยใจเปี่ยมด้วยปีติ ย้อนกลับไปในช่วงภัยพิบัติแรกๆ จากสภาพบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย ทั้งล้มเอียงหรือพังทั้งหลัง ทำให้ผู้ประสบภัยตกอยู่ในความยากลำบาก ดังนั้น ในระหว่างที่จิตอาสาฉือจี้ลงพื้นที่สำรวจภัย สังเกตุเห็นว่า ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความทุกข์และกังวล ดั่งท้องฟ้าอึมครึมไร้ซึ่งแสงสว่าง เวลาผ่านไปหลายวัน หลังจากที่หน่วยงานภาครัฐให้ความช่วยเหลือซ่อมแซมบ้าน ฟื้นฟูสภาพที่อยู่อาศัย ทำให้ชีวิตของผู้ประสบภัยค่อยๆดีขึ้น อีกทั้งวันนี้ยังได้มาพบกับจิตอาสาฉือจี้อีกครั้ง ผู้ซึ่งอยู่ในเครื่องแบบเสื้อน้ำเงินกางเกงขาวแล้ว จึงเห็นได้ว่า ใบหน้าของพวกเขาเริ่มเผยให้เห็นถึงรอยยิ้มอันสดใสและเต็มไปด้วยความหวัง เฉกเช่นรุ้งกินน้ำบนท้องฟ้าอันปลอดโปร่งหลังพายุฝน
          กิจกรรมเริ่มต้นขึ้นแล้ว ผู้ประสบภัยต่างเข้าแถวลงทะเบียนและตรวจเอกสารทีละคนอย่างเป็นระเบียบ จากการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ทำให้งานลงทะเบียนเสร็จสิ้นภายในระยะเวลาอันสั้น เนื่องด้วยครั้งนี้ฉือจี้มอบเงินช่วยเหลือโดยอิงจากจำนวนสมาชิกของแต่ละครอบครัว ดังนั้น หลังจากลงทะเบียนแล้ว ผู้ประสบภัยจะได้รับคูปองรับเงินที่มีสีแตกต่างกัน ซึ่งครอบครัวที่มีสมาชิก 1-3 คน/เงินช่วยเหลือ 6,000 บาท จะได้รับคูปองรับเงินสีเหลือง ครอบครัวที่มีสมาชิก 4-6 คน/เงินช่วยเหลือ 8,000 บาท จะได้รับคูปองรับเงินสีฟ้า และครอบครัวที่มีสมาชิก 7 คนขึ้นไป/เงินช่วยเหลือ 10,000 บาท จะได้รับคูปองรับเงินสีเขียว
          หลังจากได้รับคูปองแล้ว จิตอาสาฉือจี้นำผู้ประสบภัยไปนั่งตามสีของคูปองทีละคน ในระหว่างที่รอพิธีการเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ จิตอาสาฉือจี้ คุณสุชน แซ่เฮง จับไมโครโฟนรับหน้าที่เป็นพิธีกร บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของฉือจี้ อีกทั้งเปิดวีดีทัศน์แบ่งปันเรื่องราวของฉือจี้ เพื่อให้ผู้ประสบภัยรู้จักกับฉือจี้ให้มากยิ่งขึ้น
          กิจกรรมเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ โดยมี คุณสมพงษ์ มากมณี ปลัดจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้เกียรติกล่าวเปิดงาน คุณสมพงษ์กล่าวว่า ปัจจุบัน ทางหน่วยงานภาครัฐกำลังดำเนินการสร้างบ้านให้ผู้ประสบภัยที่บ้านพังทั้งหลัง ซึ่งแต่ละหลังจะได้รับการช่วยเหลือในด้านวัสดุก่อสร้างจำนวน 230,000 บาท และค่าแรงงาน 72,000 บาท โดยขอกำลังทหารและผู้รับเหมาก่อสร้างมาช่วยสร้างบ้านให้ผู้ประสบภัย สำหรับผู้ประสบภัยที่บ้านพังเสียหายบางส่วน ได้มอบหมายให้หน่วยงานภาครัฐส่วนท้องถิ่นช่วยเหลือดูแล คาดว่าจะสามารถดำเนินการซ่อมแซมและสร้างบ้านให้ผู้ประสบภัยแล้วเสร็จก่อนวันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อมอบเป็นของขวัญเนื่องในวันวาเลนไทน์แก่ผู้ประสบภัย
          คุณสมพงษ์ กล่าวอีกว่า การให้ความช่วยเหลือของฉือจี้ครั้งนี้ ถือเป็นประโยชน์ต่อผู้ประสบภัยเป็นอย่าง "ครั้งนี้ถือเป็นการบูรณาการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชน ในการช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนจากพายุโซนร้อนปาบึก ที่ประสบภัยบ้านพังเสียหาย เพื่อให้พวกเขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และกลับสู่สภาพเดิมให้เร็วที่สุด"


     ▲คุณยายสงบ (ซ้าย 1)  แบ่งปันอย่างอารมณ์ดีว่า จะนำเงินส่วนนี้ไปซื้อของขึ้นบ้านใหม่
          ต่อมา จิตอาสาฉือจี้ คุณอิงอร ป่าทอง ซึ่งเดิมทีเป็นคนจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นตัวแทนจิตอาสาฉือจี้อ่านสาส์นแสดงความห่วงใยจากท่านธรรมาจารย์เจิ้งเอี๋ยนด้วยสำเนียงของคนภาคใต้ เพื่อให้ผู้ประสบภัยสัมผัสถึงคำอวยพรจากท่านธรรมาจารย์มากขึ้น จากนั้น จิตอาสาฉือจี้นำทุกคนร่วมแสดงภาษามือประกอบเพลง “ครอบครัวเดียวกัน” ให้กำลังใจผู้ประสบภัย ดั่งคนร่วมสุขและทุกข์เช่นคนในครอบครัว และปิดท้ายพิธีการด้วยการอธิษฐานร่วมกัน เพื่อขอให้โลกนี้ปราศจากภัยพิบัติทั้งปวง
          เวลาที่ทุกคนต่างรอคอยมาถึงแล้ว คุณสุกัญญาเริ่มมอบเงินช่วยเหลือให้ผู้ประสบภัย เนื่องด้วยซาบซึ้งใจในความช่วยเหลือ จึงจะเห็นว่าในระหว่างรับมอบเงินช่วยเหลือนั้น มีผู้ประสบภัยหลายคน โอบกอดจิตอาสาอย่างแนบแน่น อีกทั้งกล่าวคำอวยพรแก่จิตอาสาด้วยความจริงใจ

มอบเงินช่วยเหลือส่งกำลังใจ แบ่งเบาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัย


     ▲พิธีมอบเงินช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยบ้านพังเสียหายทั้งหลังจากพายุปาบึก จังหวัดนครศรีธรรมราช
          คุณวาสนา ซึ่งอาศัยเพียงลำพัง ทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยการทำขนมไทยขาย แม้ว่าบ้านจะพังเสียหายทั้งหลัง แต่ยังโชคดีที่หน่วยงานภาครัฐได้ดำเนินการซ่อมแซ่มบ้านให้แล้วบางส่วน ทำให้คุณวาสนาสามารถพักอาศัยชั่วคราวไปก่อนได้ ทว่า ด้วยพายุฝนรุนแรง ทำให้พืชผลทางการเกษตรเสียหายหนัก โดยเฉพาะใบตอง ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญ สำหรับใช้ห่อขนมไทยขาดแคลน อีกทั้งแผงร้านที่ตลาดยังถูกลมฝนพัดพังเสียหาย ด้วยเหตุนี้ คุณวาสนาจึงยังไม่สามารถทำขนมไทยขายได้ เมื่อได้รับเงินช่วยเหลือจากฉือจี้เช่นนี้แล้ว ทำให้คุณวาสนามีกำลังใจสู้ชีวิตต่อไป "ไม่คิดว่าฉือจี้จะมาช่วยจริงๆ ป้าดีใจจริงๆ ปลื้มใจด้วย คิดว่าไปเยี่ยมแล้วก็กลับเลย สุดท้ายฉือจี้นัดมารับเงินช่วยเหลือในวันนี้ ทำให้ป้ารู้สึกดีใจมากๆเลย "
          คุณสุชาติ ซึ่งบ้านอยู่ในเขตอนุรักษ์ทางทะเลและไม่มีโฉนดที่ดิน ทำให้ยากที่จะได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐ การสร้างบ้านใหม่จึงต้องอาศัยกำลังตนเองเป็นหลัก ดังนั้น เงินช่วยเหลือที่ได้รับจากฉือจี้ สามารถแบ่งเบาภาระให้เขาได้บ้าง คุณสุชาติ แบ่งปันว่า           คุณยายสงบ วัย 91 ปี แม้ว่าอายุมากแล้ว ทว่าสุขภาพร่างกายของคุณยายยังแข็งแรง สายตา การได้ยิน การพูดยังดี เดินเหินก็คล่องแคล่ว ปัจจุบัน หน่วยงานภาครัฐกำลังสร้างบ้านใหม่ให้คุณยาย เมื่อได้รับเงินช่วยเหลือในวันนี้ ทำให้คุณยายรู้สึกดีใจ และวางแผนว่าจะซื้อของใช้ที่จำเป็นในชีวิตต่างๆมากมาย คุณยายแบ่งปันอย่างอารมณ์ดีว่า

 

ช่วยเหลือด้วยความจริงใจ ซาบซึ้งถึงจิตใจของผู้ประสบภัย


     ▲ด้วยความซาบซึ้งในความช่วยเหลือของฉือจี้ ทำให้คุณอุบล (ขวา 2) กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
          ฉือจี้มอบเงินช่วยเหลือเช่นนี้ ทำให้ผู้ประสบภัยต่างรู้สึกประทับใจ คุณอุบล น้ำตาคลอเบ้า แบ่งปันความรู้สึกด้วยความซาบซึ้งใจว่า ด้วยความซาบซึ้งใจที่เปี่ยมล้นในใจ ทำให้คุณอุบลไม่สามารถกล่าวความรู้สึกต่อได้ จิตอาสาฉือจี้ คุณอิงอร ป่าทองจึงปลอบโยนจิตใจอย่างใกล้ชิดว่า                    

          แม้จะประสบภัยพิบัติ ชีวิตความเป็นอยู่ลำบาก แต่เมื่อมีคนยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ทำให้ผู้ประสบภัยต่างรู้สึกซาบซึ้งใจ คุณอัมพร แบ่งปันความรู้สึกว่า                              

          ขอขอบพระคุณพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ให้ความร่วมมือและคอยสนับสนุนเป็นอย่างดี ขอบพระคุณจิตอาสาในพื้นที่ที่ให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวก ทำให้กิจกรรมครั้งนี้สำเร็จลุล่วงอย่างราบรื่น ดั่งวาทะจิ้งซือของท่านธรรมาจารย์เจิ้งเอี๋ยน ที่กล่าวไว้ว่า "ทำความดีต้องไม่ขาดฉัน ทำความชั่วต้องไม่มีฉัน"

 


 

เรื่อง คุณดรรชนี สุระเทพ     ภาพโดย คุณพิณญ์ธิชา จันทร์สุขศรี  คุณดรรชนี สุระเทพ