เริ่มต้นด้วยการช่วยเหลือภัยพิบัติ สู่การพัฒนาชีวิต (น่าน)

 

 

รักของฉือจี้ยังคงอยู่ใน จ.น่าน
เริ่มต้นด้วยการช่วยเหลือภัยพิบัติ สู่การพัฒนาชีวิต

 

     ▲พีธีเปิดใช้น้ำประปาหมู่บ้าน เมื่อมีน้ำสะอาดแล้ว ความลำบากทั้งหมดที่เคยมีแต่ก่อน ก็ค่อยๆจางหายไป

1

ในวิกฤติยังมีโอกาส อาศัยภัยพิบัติสร้างบุญสัมพันธ์อันดี

          ภัยพิบัติไร้ปรานี นำมาซึ่งบุญสัมพันธ์อันดี 18-20  สิงหาคม2561 เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องใน จ.น่าน  ปริมาณน้ำในแม่น้ำน่านสูงขึ้น ทำให้หมู่ที่ 7 และหมู่ที่ 13 ต.กลางเวียง อ.เวียงสา ซึ่งเดิมทีเป็นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำน่าน กลายเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติหนัก เมื่อทราบถึงความเดือนร้อนของพี่น้องประชาชนแล้ว จิตอาสาฉือจี้เร่งเดินทางไปสำรวจภัยพิบัติ เมื่อได้รับคำชี้แนะจากท่านธรรมาจารย์แล้ว 4-5 กันยายน 2561 จิตอาสาจึงลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยทีละบ้าน จากนั้น 6 กันยายน 2561 ได้จัดกิจกรรมมอบเงินช่วยเหลือภัยพิบัติ เคียงข้างผู้ประสบภัยฟื้นฟูบ้านเรือนตนเอง โดยมีผู้ได้รับความช่วยเหลือ  223 ครอบครัว

          จากการช่วยเหลืออุทกภัยสู่การช่วยเหลือภัยหนาว 4-6 กันยายน 2561 ในระหว่างที่จิตอาสาลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและจัดกิจกรรมมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยนั้น ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 12 ต.ดู่ใต้ และผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ต.กองควาย อ.เมือง จ.น่าน ได้เดินทางมาพบจิตอาสาฉือจี้และแจ้งว่า ในหมู่บ้านของพวกเขายังมีชาวบ้านบางส่วนมีฐานะยากจนยากจน ขาดแคลนเครื่องนุ่งห่มกันหนาว และระบบน้ำประปาหมู่บ้านใช้การได้ไม่ค่อยดีนัก ฉือจี้จะสามารถให้ความช่วยเหลือได้หรือไม่

          ด้วยเหตุนี้ หลังกิจกรรมมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภัยแล้วเสร็จ จิตอาสาจึงเดินทางไปสำรวจพื้นที่ตามที่ผู้ใหญ่บ้านแจ้งข้อมูล พบว่า ระบบน้ำประปาหมู่ที่ 2 ต.กองควาย ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพนัก และเป็นปัญหาสำคัญที่รอการแก้ไขมาเป็นระยะเวลานาน จากนั้น 5-7 พฤศจิกายน 2561 จิตอาสาฉือจี้ลงพื้นที่สำรวจภัยหนาว เยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนทีละบ้าน ตามรายชื่อที่ผู้ใหญ่บ้านแจ้งข้อมูล และจัดกิจกรรมมอบสิ่งของช่วยเหลือภัยหนาวในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2561   โดยมีผู้ได้รับความช่วยเหลือจาก 2 ตำบล 3 หมู่บ้าน 291 ครอบครัว

          เมื่อเกิดอุทกภัยและภัยหนาว ฉือจี้ส่งความรักไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย เมื่อทราบความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จิตอาสาก็รู้สึกเจ็บปวดใจเช่นกัน 6 พฤศจิกายน 2561 ในขณะที่จิตอาสาจัดกิจกรรมสำรวจผู้ประสบภัยหนาวนั้น ยังได้เดินทางไปเยี่ยมเยียนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านดอนน้ำครก เพื่อเข้าใจถึงสภาพความ ซึ่งพบว่า โรงพยาบาลส่งเสริมสุขตำบลแห่งนี้ มีปัญหาเรื่องคุณภาพน้ำ น้ำค่อนข้างขุ่น

          หลังจากลงพื้นที่สำรวจและร่วมปรึกษาหารือกันแล้ว จึงมีมติช่วยเหลือติดตั้งเครื่องกรองน้ำ เพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลให้ดียิ่งขึ้น โดย 19 พฤศจิกายน 2561 ได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องกรองน้ำแล้วเสร็จและเริ่มใช้น้ำสะอาด จากนั้นทำพิธีส่งมอบอย่างเป็นทางการในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 ซึ่งเป็นวันจัดกิจกรรมมอบสิ่งของช่วยเหลือภัยหนาวใน จ.น่าน พอดี

          ด้านระบบประปาหมู่บ้านของบ้านดอนน้ำครกที่พังเสียหายใช้การไม่ได้นั้น จิตอาสาไม่ได้ทอดทิ้ง ยังขยายความช่วยเหลือสู่การซ่อมแซมระบบประปาหมู่บ้าน เพื่อหวังปรับปรุงคุณภาพน้ำได้คนในชุมชนได้ใช้อุปโภคบริโภค
20190517-000-bydatchanee     ▲จิตอาสาฉือจี้ลงพื้นที่สำรวจสภาพของระบบน้ำประปาบ้านดอนน้ำครก 

2

ระบบน้ำประปามีปัญหา ชาวบ้านเดือดร้อนถ้วนหน้า

          "บ้านดอนน้ำครก" คือ ชื่อหมู่บ้านของหมู่ที่ 2 ต.กองควาย อ.เมือง จ.น่าน มีประชากร 160 หลังคาเรือน ประมาณ 600 กว่าคน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ข้าวปลาอาหารหาได้ง่ายในท้องถิ่น ส่วนน้ำก็หาบจากบ่อน้ำมาใช้อุปโภคบริโภคในครัวเรือน ชาวบ้านดำเนินชีวิตด้วยความเรียบง่าย

          พ.ศ.2525 บ้านดอนน้ำครกได้รับเงินจัดสรรจากรัฐบาลสำหรับทำระบบน้ำประปาหมู่บ้าน แต่เนื่องด้วยจำนวนเงินไม่มากพอ จึงสร้างได้เพียงแท็งก์น้ำ และท่อจ่ายน้ำประปา จากนั้น พ.ศ.2532 กรมทรัพยากรน้ำบาดาลช่วยสร้างบ่อขุดเจาะน้ำบาดาล เมื่อประกอบรวมกับแท็งก์น้ำและท่อจ่ายน้ำประปาที่เคยสร้างไว้ก่อนนี้แล้ว จึงสามารถเริ่มให้บริการน้ำประปาแก่ชาวบ้านได้ แต่เนื่องด้วยช่วงเวลานี้ยังไม่มีถังกรองน้ำประปา คุณภาพน้ำจึงไม่ยังไม่ได้มาตรฐาน ต่อมา พ.ศ.2537 กรมอนามัย เขต 9 จ.พิษณุโลก ช่วยติดตั้งถังกรองน้ำประปา น้ำประปาจึงมีคุณภาพดีขึ้น

          ภายหลังพบว่าปริมาณน้ำไม่เพียงต่อต่อความต้องการ ทางหมู่บ้านจึงเสาะหาแหล่งน้ำใหม่เรื่อยมา หลังจากนั่น พ.ศ.2542 กรมโยธาธิการ ดำเนินการช่วยสร้างระบบประปาให้ กลายเป็นประปาหมู่บ้านแห่งที่สองของบ้านดอนน้ำครก เมื่อมีประปาหมู่บ้าน 2 แห่งแล้ว การบริการน้ำประปาให้พี่น้องประชาชนจึงมีประสิทธิภาพมาก

          จนกระทั่ง พ.ศ.2552 เนื่องจากกระแสไฟฟ้าไม่เพียงพอ มอเตอร์ของประปาหมู่บ้านแห่งที่สองจึงพังเสียหาย ไม่สามารถใช้การได้ และทางหมู่บ้านยื่นของบประมาณซ่อมแซมไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ จึงต้องหยุดการใช้งานประปาหมู่บ้านแห่งที่สอง เหลือใช้เพียงประปาหมู่บ้านซึ่งสร้างไว้ตั้งแต่แรกเริ่มแห่งเดียว

          ประปาหมู่บ้านแห่งที่ 1 เดิมทีสูบน้ำใต้ดินขึ้นมาผลิตน้ำประปา แต่เนื่องจากปริมาณน้ำไม่เพียงพอ จึงต้องสูบน้ำจากแม่น้ำน่านขึ้นมาเสริม ทว่า น้ำจากแม่น้ำน่านค่อนข้างขุ่น ปนเปื้อนสารเคมีจากการเกษตร อีกทั้งถังกรองน้ำประปาซึ่งเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา แม้ว่าวิธีการนี้จะทำให้มีปริมาณน้ำประปาเพียงพอต่อความต้องการ แต่คุณภาพน้ำยังคงเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องรอการแก้ไขของบ้านดอนน้ำครก

          คุณอรรณพ ศิริมาตย์ ผู้ใหญ่บ้านบ้านดอนน้ำครก แบ่งปันว่า "ตอนนั้นน้ำประปาที่เราใช้มันไม่ใสอย่างนี้ มันจะเป็นสีแดง เปิดออกมาก็เป็นสีขุ่นๆ และน้ำหน้าดินมันมีสารพิษตกค้างมาด้วย ใช้น้ำทีสัก 2-3 วัน ชาวบ้านก็มาอนามัย รพ.สต. เพื่อมาขอยาแก้คันผิวหนังครับ"

          น้ำไม่สะอาด ทั้งมีสารเคมีปนเปื้อน จึงไม่สามารถนำมาดื่มหรือประกอบอาหารได้ ชาวบ้านจึงต้องซื้อน้ำมาใช้สำหรับบริโภคแทน อย่างไรก็ตาม น้ำประปาก็ยังสามารถใช้รดน้ำต้นไม้ พืชผักสวนครัว งานซักล้างทั่วไปได้ แต่สำหรับการใช้อาบน้ำหรือซักผ้า ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องควรระวัง คุณซ่วง ชาวบ้านบ้านดอนน้ำครก แบ่งปันว่า "เวลาซักเสื้อผ้าขาวของนักเรียนจะต้องใช้ถังกรองก่อนถึงจะซักได้ ไม่เช่นนั้น เสื้อสีขาวมันก็จะกลายเป็นสีเหลืองๆค่ะ"

      แต่ก่อนน้ำขุ่นมาก เวลาใช้น้ำต้องนำน้ำมากรองในเครื่องกรองที่ชาวบ้านทำขึ้นเองเสียก่อน ตอนนี้มีน้ำประปาสะอาด จึงไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว

 

          อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านยังคงต้องจะเป็นต้องใช้น้ำประปาหมู่บ้านต่อไป ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงใช้วิธีการต่างๆเพื่อทำให้น้ำประปาที่ยังไม่ได้คุณภาพ สามารถใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน อาทิเช่น เก็บน้ำใส่ถังน้ำขนาดใหญ่ รอให้น้ำตกตะกอนจึงนำมาใช้ ใช้สารส้มแกว่งให้น้ำใสและตกตะกอน ทำเครื่องกรองน้ำด้วยตนเอง โดยการนำกรวด ทราย ถ่าน สำลี มาวางเป็นชั้นๆในภาชนะ หรือบางคนอาจจะกลับไปหาบน้ำจากบ่อน้ำเหมือนสมัยก่อน เป็นต้น

 

     เมื่อมีน้ำสะอาดแล้ว เวลาใช้น้ำก็ไม่ต้องรอให้ตกตะกอน ไม่ต้องใช้สารส้มทำให้น้ำใส สามารถเปิดใช้ล้างถ้วยชาม หรือเครื่องครัวได้ทันที

3

ซ่อมแซมระบบน้ำประปาหมู่บ้าน ยกระดับคุณภาพน้ำให้คนในชุมชน

          หลังจากที่จิตอาสาฉือจี้ได้ลงพื้นทีสำรวจเมื่อกันยายน 2561  จึงมีมติให้ความช่วยเหลือซ่อมแซมระบบประปาของหมู่บ้าน  ซึ่งดำเนินว่าจ้างผู้รับเหมาในปลายเดือนพฤศจิกายน และเริ่มดำเนินการซ่อมแซ่มในต้นเดือนธันวาคม โดยซ่อมแซมระบบไฟฟ้า ติดตั้งปั๊มสูบน้ำใหม่ เปลี่ยนอุปกรณ์กรองน้ำ ทำความสะอาดถังเก็บน้ำและบ่อน้ำใต้ดิน รวมถึงทาสีแทงค์น้ำประปาหมู่บ้าน เป็นต้น เพื่อให้ประปาหมู่บ้านใหม่เอี่ยมและสามารถใช้งานได้ปกติทั้งระบบดังเดิม ต่อมากลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ได้ดำเนินการซ่อมแซมระบบน้ำประปาแล้วเสร็จ และเริ่มกลับมาบริการน้ำประปาให้พี่น้องประชาชนได้อีกครั้ง

          เมื่อระบบน้ำประปาหมู่บ้านสามารถใช้การได้ดังเดิมแล้ว จิตอาสาฉือจี้จึงเดินทางไปยังจังหวัดน่าน เพื่อทำพิธีเปิดใช้ประปา และจัดกิจกรรมแนะนำฉือจี้ ครั้งนี้ จิตอาสาฉือจี้ยังลงพื้นที่เยี่ยมเยียนชาวบ้าน อย่างเช่น คุณตาผดุง ซึ่งเป็นหนึ่งในชาวบ้านที่จิตอาสาเคยเดินทางไปเยียนเยียนเมื่อ 6 พฤศจิกายน ปีที่ผ่านมา หลังจากลงพื้นที่แล้ว จึงเห็นว่าคุณภาพน้ำดีกว่าแต่ก่อนเป็นอย่างมาก

      จิตอาสาฉือจี้ คุณสุกัญญา ริมพนาเวศ และคุณจิ้นหรงกัง แบ่งปันว่า “น้ำใสสะอาดมาก และไม่มีกลิ่นด้วย”

          จิตอาสาฉือจี้ คุณสุกัญญา ริมพนาเวศ และคุณจิ้นหรงกาง แบ่งปันว่า "น้ำใสและสะอาดมากเลย ปีที่แล้วที่เรามาสำรวจ น้ำขุ่นเหลืองมาก คุณลองดูสิว่า หลังจากที่ซ่อมแซมระบบน้ำประปาแล้ว น้ำใสมาก ไม่มีกลิ่นเลย ไม่เหมือนแต่ก่อนที่น้ำทั้งขุ่นและมีกลิ่นโคลนแรงด้วย ตอนนี้ไม่มีกลิ่นแล้ว"

          เมื่อสอบถามคุณตาผดุงว่า คุณตารู้สึกอย่างไรหลังจากมีน้ำสะอาดใช้ คุณตาก็ตอบคำถามด้วยรอยยิ้มที่มีความสุขว่า "โอ๊ยดีมาก ฮู้สึกดีใจหลาย ขอบคุณครับ"

 

      น้ำประปาสะอาดช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในชีวิตประจำวันของชาวบ้านได้เป็นอย่างมาก

          สองเดือนที่ผ่านมา น้ำสะอาดนำความสุขมาให้ชาวบ้าน เพราะว่า ความยากลำบากต่างๆในชีวิตประจำวันค่อยๆจางหายไปแล้ว เช่น ไม่ต้องรอให้น้ำตกตะกอน ไม่ต้องใช้สารส้มแกว่งในน้ำ ไม่ต้องเสียเวลาในการกรองน้ำ ไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยไปหาบน้ำใช้จากบ่อน้ำอีกต่อไป เป็นต้น

          ดังนั้น ชาวบ้านจึงร่วมแรงร่วมใจกันจัดเตรียมพิธีเปิดใช้ระบบน้ำประปากันอย่างคึกคัก ทั้งจัดเก็บสิ่งของ ตัดแต่งกิ่งไม้ที่รกรุงรัง ปัดกวาดพื้นที่อย่างเรียบร้อย จัดโต๊ะเก้าอี้อย่างเป็นระเบียบ ทำให้บริเวณโดยรอบแท้งก์น้ำประปาดูสบายตามากขึ้น

 

     หลังซ่อมแซมแล้วเสร็จ ชาวบ้านช่วยกันจัดเก็บสิ่งของ ตัดแต่งกิ่งไม้ที่รกรุงรัง ปัดกวาดพื้นที่อย่างเรียบร้อย เปลี่ยมโฉมพื้นที่บริเวณแท็งก์น้ำให้ดูสวยงาม

          อีกทั้งในวันพิธีเปิดใช้น้ำประปานั้น ชาวบ้านยังช่วยกันจัดเตรียมอาหารเจมื้อเที่ยงต้อนรับจิตอาสาเป็นอย่างดี ความซาบซึ้งใจที่เปี่ยมอยู่ในจิตใจ ในช่วงเวลาแบ่งปันความรู้สึกนั้น พวกเขาต่างก็กล่าวคำว่า "ขอบคุณฉือจี้" ด้วยความจริงใจและใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข  

          คุณเกสร แบ่งปันว่า "มีความสุขมากเลยค่ะทุกวันนี้ เวลาหนาวก็มีผ้าห่มและตอนนี้ก็มีน้ำสะอาดไว้ใช้ไว้กินด้วย ดีใจมากเลยค่ะ"

          คุณเจริญตา ซึ่งแต่ก่อนใช้น้ำประปาซักเสื้อผ้า ทำให้ชุดนักเรียนสีขาวดูหมองไม่สดใส จึงทำให้ลูกมักจะขอให้เธอซื้อชุดนักเรียนใหม่ให้ แต่ปัจจุบันลูกบอกกับเธอว่า ไม่ต้องซื้อชุดนักเรียนใหม่แล้ว เพราะน้ำประปาสะอาดแล้ว คุณเจริญตาแบ่งปันว่า "น้ำไม่เหลือง ไม่แดง ไม่ดำเหมือนแต่ก่อน ใสลงไปถึงก้นภาชนะเลย เราสามารถมั่นใจได้ว่า ถ้าเราจะนำน้ำมาต้มน้ำกิน มันก็จะไม่สกปรก"

      ด้วยความซาบซึ้งใจที่เปี่ยมอยู่ในจิตใจ ในช่วงเวลาแบ่งปันความรู้สึกนั้น พวกเขาต่างก็กล่าวคำว่า “ขอบคุณฉือจี้” ด้วยความจริงใจและใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข

          คุณจำนอง แบ่งปันว่า “เมื่อก่อนนี้น้ำขาดแคลน น้ำเป็นสีแดงบ้าง สีอื่นบ้าง สองสามเดือนนี้ที่ผมใช้น้ำประปาอาบน้ำแล้ว ผมรู้สึกว่า ผิวผมขาวขึ้นมาอีกครับ”

          เมื่อการซ่อมแซมระบบน้ำประปาหมู่บ้านสำเร็จลุล่วง ชาวบ้านต่างก็ดีใจและมีความสุข คุณอรรณพ ศิริมาตย์ ผู้ใหญ่บ้านบ้านดอนน้ำครก ก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง “คือหายเหนื่อยเลยครับ ที่เราได้ร่วมแรง ร่วมงานกับฉือจี้ ได้น้ำสะอาดกลับมาใช้ คือมันหายไปเลยที่เราเคยเหนื่อยๆมา ” คุณอรรณพยังเล่าว่า ต่อไปจะดำเนินการพัฒนาพื้นที่แท็งก์ประปาหมู่บ้านเป็นลานออกกำลังกาย เพื่อคืนความมีชีวิตชีวาให้ชุมชน

 

      ในพิธีเปิดใช้น้ำประปานั้น จิตอาสายังได้ให้ชาวบ้านร่วมกิจกรรมหาบน้ำ เพื่อหวังให้พวกเขาตะหนักว่า แม้วันนี้จะมีน้ำประปาสะอาดใช้แล้ว ก็ไม่ควรละเลยคุณค่าของน้ำ

4

ไถหว่านนาบุญ สร้างพลังโพธิสัตว์

          ในพิธีเปิดใช้น้ำประปานั้น จิตอาสายังได้ให้ชาวบ้านร่วมกิจกรรมหาบน้ำ เพื่อหวังให้พวกเขาตะหนักว่า แม้วันนี้จะมีน้ำประปาสะอาดใช้แล้ว ก็ไม่ควรละเลยคุณค่าของน้ำ อีกทั้งยังจัดกิจกรรมแนะนำฉือจี้ แบ่งปันความเป็นมา สี่มหาภารกิจ แปดรอยธรรมของฉือจี้ และแนวคิดกระปุกออมบุญ ทั้งยังเชิญชวนทุกคนร่วม "ออมเงินน้อย สร้างบุญใหญ่" สร้างบุญกุศลแก่ตนเอง และนำน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่น

 

      กิจกรรมแนะนำฉือจี้ จิตอาสาแบ่งปันความเป็นมา สี่มหาภารกิจ แปดรอยธรรมของฉือจี้ และแนวคิดกระปุกออมบุญ ทั้งยังเชิญชวนทุกคนร่วม “ออมเงินน้อย สร้างบุญใหญ่” สร้างบุญกุศลแก่ตนเอง และนำน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่น

          ได้รู้จักฉือจี้  เหมือนได้รู้จักเพื่อนใหม่ คุณคำบาง แบ่งปันความรู้สึกว่า "เหมือนเราได้รู้จักเพื่อนร่วมบ้านด้วยกัน ดีใจมากที่มีเพื่อนมาอยู่ในบ้านเราอีก" จากการแบ่งปันแนวคิดกระปุกออมบุญ ยังได้จุดประกายความดีงามในจิตใจ คุณคำบางจึงยินดีนำกระปุกไปออมน้ำใจที่บ้าน คุณคำบาง แบ่งปันว่า "แม่ก็อยากร่วมทำบุญ ช่วยมนุษย์ด้วยกัน เหมือนที่ฉือจี้ได้มาช่วยหมู่บ้านเรา เราก็อยากมีส่วนร่วมด้วยค่ะ" 


     ▲คุณคำบาง แบ่งปันว่า “เหมือนเราได้รู้จักเพื่อนร่วมบ้านด้วยกัน ดีใจมากที่มีเพื่อนมาอยู่ในบ้านเราอีก ”

          หลังจากสิ้นสุดกิจกรรม คุณทวีป ไม่เพียงนำกระปุกออมบุญกลับบ้านด้วยควากระตือรือร้น หากยังนำกระปุกออมบุญอีก 2 อันไปเผื่อแผ่เพื่อนบ้านอีกด้วย แม้จะเพิ่งรู้จักฉือจี้ คุณทวีปก็ยินดีส่งต่อแนวคิดอันดี หว่านเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความดีงามให้เป็นที่แพร่หลายต่อไป คุณทวีป แบ่งปันว่า "การออมบุญครั้งนี้ เราก็จะอธิษฐานให้ผลบุญตรงนี้สามารถช่วยเหลือคนอื่น ช่วยเหลือบรรเทาทุกข์แก่คนยากจน ซึ่งผลบุญตรงนี้เราก็จะได้รับ ทั้งคนให้และคนรับครับ"

      ไม่เพียงนำกระปุกออมบุญกลับบ้านด้วยควากระตือรือร้น หากยังนำกระปุกออมบุญอีก 2 อันไปเผื่อแผ่เพื่อนบ้านอีกด้วย แม้จะเพิ่งรู้จักฉือจี้ คุณทวีปก็ยินดีส่งต่อแนวคิดอันดี หว่านเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความดีงามให้เป็นที่แพร่หลายต่อไป

          ในขณะเดียวกัน จิตอาสาฉือจี้ยังนำชาวบ้านผู้ซึ่งมีใจรักในงานจิตอาสา ลงพื้นที่เยียมเยียนผู้ยากไร้ เรียนรู้งานสังคมสงเคราะห์ ด้วยการใช้ปัญญา ความเมตตากรุณาช่วยเหลือผู้คน เพื่อหวังไถหว่านนาบุญแห่งนี้ให้ลงลึก สร้างเมล็ดพันธุ์พระโพธิสัตว์ให้งอกงามต่อไป

     จิตอาสาฉือจี้ยังนำชาวบ้านผู้ซึ่งมีใจรักในงานจิตอาสา ลงพื้นที่เยียมเยียนผู้ยากไร้ เรียนรู้งานสังคมสงเคราะห์ และการใช้ปัญญา และความเมตตากรุณาช่วยเหลือผู้คน


 เรื่อง ดรรชนี สุระเทพ ภาพ ดรรชนี สุระเทพ พิสิษฎิ์ หาญพงศ์เจริญ