https://tzuchithailand.org

  • ฉือจี้ช่วยเหลือคลองเตยล็อค 1-2-3 ร่วมเยียวยาผู้ประสบอัคคีภัย

     20200730 cover resize

    “ตอนนี้ทุกคนต่างก็เดือดร้อน บ้างก็ไม่มีรายได้ บ้างก็ตกงานเพราะสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 กันอยู่แล้ว เคราะห์ซ้ำกรรมซัดยังมาเจอไฟไหม้บ้านอีก ชาวฉือจี้เราจะนิ่งเฉยได้อย่างไร จึงต้องรีบเข้าไปดูแล ยื่นมือให้ความช่วยเหลือค่ะ” จิตอาสาฉือจี้ คุณจางอิงหม่านกล่าว ขณะที่ติดตามคณะกรรมการชุมชน เดินทางเข้าไปสำรวจพื้นที่ประสบภัยไฟไหม้ ในพื้นที่ชุมชนคลองเตยล็อค 1-2-3 เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2563

     

    survey

     จิตอาสาฉือจี้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย จากเหตุเพลิงไหม้ในชุมชนคลองเตย ล็อค1-2-3

     

    survey

    คณะกรรมการชุมชน นำจิตอาสาฉือจี้ลงสำรวจพื้นที่และสอบถามความต้องการของผู้ประสบภัย

     

    “ไฟไหม้บ้าน” เคราะห์ซ้ำกรรมซัด

    จากการลงพื้นที่ ทำให้ทราบว่าเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นเมื่อเย็นวันที่ 21 กรกฎาคมนั้น มีสาเหตุจากเจ้าของบ้านต้นเพลิง ได้เผาสายไฟเพื่อเอาทองแดงไปขาย แต่ไม่สามารถควบคุมไฟได้ จนลุกลามไปบริเวณรอบข้าง ซึ่งเป็นห้องแถวค่อนข้างแออัด ทำให้บ้านเรือนเสียหายนับสิบหลังคาเรือน เคราะห์ดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิต ด้านผู้ประสบภัย 25 ครอบครัว ต้องไปเช่าบ้านหรือพักอาศัยกับญาติพี่น้องเป็นการชั่วคราว โดยในปัจจุบันยังขาดแคลนเสื้อผ้าและสิ่งของเครื่องใช้ในการดำเนินชีวิต

    คุณสุนีย์ หนึ่งในผู้ประสบภัยซึ่งมีสมาชิกครอบครัวในบ้านถึง 6 คน บอกเล่าถึงช่วงที่เกิดเหตุว่า เนื่องจากตนเองอยู่ห่างจากบ้านต้นเพลิงไม่ไกล เมื่อได้ยินผู้คนตะโกนว่า “ไฟไหม้” จึงให้ลูกสาวและลูกเขยรีบหอบหิ้วหลานชายตัวน้อยสองคนออกจากบ้านไปอยู่พื้นที่ปลอดภัยก่อนเป็นอันดับแรก ทำให้ไม่สามารถหยิบฉวยข้าวของอะไรออกมาได้เลย “ฉันออกมาทีหลังเพราะพิการเดินไม่ถนัด เมื่อสามีซึ่งพอดีกลับจากที่ทำงานมาช่วยประคองฉันออกไปนอกตัวบ้านได้ ทีมงานดับเพลิงก็แบกฉันขึ้นหลังออกไปที่ปลอดภัยอีกที เพราะตรงนี้ควันเต็มไปหมด ทำให้หายใจไม่ออก” คุณสุนีย์วัย 65 ปี เล่าว่าอาศัยอยู่ที่นี่มานานถึง 60 ปี เคยโดนไฟไหม้บ้านมาทั้งหมดสามครั้งสามครา แต่เมื่อถามว่าเคยคิดจะย้ายออกไปอยู่ที่อื่นไหม คุณสุนีย์กลับตอบมาว่า ยังคงเลือกที่จะสร้างบ้านใหม่บนที่ดินผืนเดิม เพราะอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิด ถือเป็น “บ้าน” เพียงแห่งเดียวที่ตนเองคุ้นเคย

    survey

     จิตอาสาฉือจี้มอบของที่ระลึกให้แก่ประธานชุมชน พร้อมอวยพรให้อาการบาดเจ็บทุเลาลงและหายเป็นปกติในเร็ววัน

     

    ด้วยความร่วมมือร่วมใจของเจ้าหน้าที่และประธานชุมชน ทำให้สามารถควบคุมเพลิงได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งระหว่างการดับเพลิง เนื่องจากต้องนำน้ำจากบ่อน้ำธรรมชาติบริเวณหน้าชุมชนมาใช้ แต่เพราะมีขยะไปติดเครื่องสูบน้ำทำให้มอเตอร์ระเบิด จนประธานชุมชนถูกน้ำร้อนลวกได้รับบาดเจ็บ เมื่อได้เห็นความทุ่มเทของประธานชุมชน จิตอาสาฉือจี้จึงมอบของที่ระลึก พร้อมทั้งอวยพรขอให้อาการทุเลาลงและกลับมาแข็งแรงในเร็ววัน

     

    เคียงข้างดูแล ช่วยเหลือเยียวยา

    เหล่าผู้ประสบภัยส่วนใหญ่เป็นคนหาเช้ากินค่ำ บ้างก็หาบเร่ค้าขาย บ้างก็เพิ่งจะตกงานเนื่องจากโรคโควิด-19 ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ยิ่งยากลำบาก คุณยายสำรวยหนึ่งในผู้ประสบภัยเล่าว่า “เพราะโควิด ทำให้ลูกชายของฉันที่ทำงานแถวท่าเรือคลองเตย ไม่มีงานมานานเป็นสัปดาห์แล้ว แต่ภาระค่าใช้จ่ายรวมถึงค่ายา ค่ารถไปหาหมอของฉันก็ยังคงต้องจ่าย แล้วบ้านยังมาเจอไฟไหม้อีก”

    survey

     จิตอาสาฉือจี้จัดเตรียมเสื้อผ้ามือสองให้ผู้ประสบภัยมาเลือกหา เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อน

     

    survey

     จิตอาสาฉือจี้กล่าวต้อนรับและให้กำลังใจแก่เหล่าผู้ประสบภัย

     

    survey

     จิตอาสาฉือจี้อาศัยภาษามือประกอบเพลง "ครอบครัวเดียวกัน" เพื่อให้กำลังใจแก่ผู้ประสบภัย

     

    วันที่ 30 กรกฏาคม จิตอาสาฉือจี้ดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัย 25 ครอบครัว รวม 75 คน ด้วยการมอบเงินสงเคราะห์ครอบครัวละ 3,000 บาท เสื้อผ้ามือสองและถุงยังชีพ ซึ่งภายในบรรจุด้วย ข้าวสารสิบกิโลกรัม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำมันพืชสองขวด น้ำตาล เกลือ น้ำผักผลไม้และขนมอบกรอบ นอกจากนี้ จิตอาสาในชุมชน คุณกุหลาบ คุ้มวณิชย์ ยังได้เตรียมหมี่ผัดและน้ำหวานมาบริการให้ทุกคนได้อิ่มท้อง เติมเรี่ยวแรงเพื่อกลับมายืนหยัดอย่างเข้มแข็ง และก้าวข้ามช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ต่อไป

    จิตอาสาฉือจี้ คุณหวงเหลียนเจิน ให้กำลังใจทุกคนว่า “วันนี้แม้ตัวบ้านจะถูกไฟไหม้จนเสียหาย แต่ขอบคุณที่ทุกคนยังมีชีวิตรอดปลอดภัย จึงขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนเข้มแข็ง และดำเนินชีวิตต่อไปด้วยความกล้าหาญค่ะ”

    คุณยายประมวล ซึ่งยังชีพด้วยรถเข็นหาบเร่ขายขนมครก ตั้งแต่เกิดเพลิงไหม้จนถึงวันนี้ ยังคงคิดมากจนไม่อยากออกไปทำมาค้าขาย วันนี้เมื่อได้รับกำลังใจ จึงพูดด้วยเสียงสะอื้นที่เปี่ยมด้วยความตื้นตันว่า “วันนี้ได้รับสิ่งของเยอะมาก ทั้งข้าวสารทั้งน้ำมัน มีครบถ้วนเลย ช่วยฉันได้มาก ดังนั้น ฉันจะกลับไปสู้ต่อค่ะ”

     

    survey

     จิตอาสาฉือจี้มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยครอบครัวละ 3,000 บาท

     

    donate

     จิตอาสาฉือจี้มอบถุงยังชีพ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและความห่วงใยแก่ผู้ประสบภัย

     

    donate

     จิตอาสาในชุมชน คุณกุหลาบ คุ้มวณิชย์ (คนแรกจากซ้าย) เตรียมอาหารและเครื่องดื่มมาให้บริการแก่ผู้ประสบภัย

     

    ระหว่างการมอบสิ่งของ จิตอาสาฉือจี้ชักชวนทุกคนร่วม “เติมบุญ” ด้วยการบริจาคตามกำลังและจิตศรัทธา หวังให้ความสุขจากการทำบุญร่วมแบ่งปันในวันนี้ เป็นพลังใจให้เหล่าผู้ประสบภัย ได้เห็นถึงคุณค่าและศักดิ์ศรีของของตนเอง แม้จะอยู่ในสภาวะยากลำบาก แต่ในขณะที่ตนเองเป็น “ผู้รับ” ก็ยังมีศักยภาพเป็น “ผู้ให้” ได้เสมอ

    donate

     เหล่าผู้ประสบภัยต่างร่วมเติมบุญ ด้วยการบริจาคตามกำลังจิตศรัทธาของตนเอง


       เรื่อง  จางอิงหม่าน  แปลและเรียบเรียง  บุษรา สมบัติ     ภาพ  สิงหราช ชวนชม, พิณญ์ธิชา จันทร์สุขศรี

     

  • ยื่นมือช่วยเหลือ เคียงข้างผู้ลี้ภัย ก้าวผ่านโควิด-19


    2020072webcover

     

    ช่วยเหลือฉุกเฉิน หวังให้อิ่มกาย สบายใจ

    จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 ส่งผลกระทบให้ประชาชนจำนวนมาก ต้องเผชิญกับความทุกข์ยากลำบากอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มูลนิธิพุทธฉือจี้จึงมี “โครงการช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนจากโรคโควิด-19” โดยการมอบถุงยังชีพต่อเนื่อง 3 เดือน ซึ่งกลุ่มเป้าหมายมิใช่เพียงประชาชนคนไทย หากแต่น้ำใจอันไร้ซึ่งชนชาติ เชื้อชาติและศาสนากั้น ยังโอบอ้อมอารีถึงชาวต่างชาติ ผู้ซึ่งจำต้องลี้ภัยมาพำนักอาศัยในประเทศไทยอีกด้วย

    โดยตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคมที่ผ่านมา จิตอาสาฉือจี้ในเมืองไทยลงพื้นที่ต่างๆ เพื่อนำถุงยังชีพอันเปี่ยมไปด้วยความรักของฉือจี้มอบถึงมือผู้ลี้ภัย รวม 17 รอบ มีผู้ลี้ภัยได้รับความช่วยเหลือ รวม 3,400 ครอบครัว


    20200528-169-bylek-faceblur
    เมื่อได้รับนมผงจากฉือจี้แล้ว เด็กๆต่างรู้สึกดีใจกันถ้วนหน้า ส่วนผู้ปกครองก็รู้สึกคลายกังวล เพราะนมผงที่ได้รับจากฉือจี้ช่วยลดภาระในครอบครัวได้

    ช่วงโรคโควิด-19 ระบาดเช่นนี้ จิตอาสามีความห่วงใยสุขภาพของเด็กๆผู้ลี้ภัย จึงนำนมผงที่ผู้ใจบุญนำมาบริจาค ส่งต่อมอบให้เด็กๆในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อเติมเต็มโภชนาการทางอาหารให้แก่พวกเขา จิตอาสาฉือจี้ คุณจิ้นหรงกาง แบ่งปันว่า “เรามอบนมผงสำหรับสองเดือนให้กับเด็กอายุ 0-1 ขวบคนละ 2 กล่อง และเด็กอายุ 1 -3 ขวบ คนละ 4 กล่อง เพราะว่าเด็กที่โตกว่าจะกินเยอะกว่าครับ ”

    มีเด็กผู้ลี้ภัย รวม 124 คน ได้รับนมผงจากฉือจี้ หนึ่งในผู้ลี้ภัยชาวกัมพูชา แบ่งปันความรู้สึกด้วยความซาบซึ้งใจว่า “หนูดีใจมาก ก็ขอบคุณฉือจี้ด้วยนะคะ ขอบคุณมากๆเลย ถ้าไม่มีฉือจี้ช่วย ก็ไม่มีตังค์ซื้อให้ลูกกิน ”

     

    ใส่ใจคนเจ็บป่วย บริการผู้ลี้ภัย รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง

    จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้กิจกรรมบริการชุมชน รักษาพยาบาลฟรี ต้องหยุดดำเนินการชั่วคราวตั้งแต่เดือนมีนาคม และปัจจุบันก็ยังไม่ทราบวันเวลาที่สามารถจัดกิจกรรมได้ดังเดิม ด้วยความห่วงใยที่มีต่อผู้ป่วย เจ้าหน้าที่แผนกกิจกรรมรักษาพยาบาลฟรี จึงช่วยไปรับยารักษาโรคของผู้ป่วยที่โรงพยาบาล มามอบให้กับผู้ลี้ภัย ทำให้พวกเขาสามารถรักษาอาการเจ็บป่วยได้อย่างต่อเนื่อง และรู้สึกอุ่นใจมากยิ่งขึ้น

    สำหรับผู้ที่อาการป่วยกำเริบ หรือสุขภาพร่างกายมีความผิดปกติ จำเป็นต้องรับการรักษาอย่างเร่งด่วน สามารถขอความช่วยเหลือกับฉือจี้ โดยจะมีเจ้าหน้าที่แผนกกิจกรรมรักษาพยาบาลฟรี ช่วยจัดสรรเวลาและพาผู้ลี้ภัยไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด เช่นระหว่างที่ลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน จิตอาสาพบกว่ามีผู้ลี้ภัยมีอาการเจ็บป่วย จึงเร่งช่วยประสานงาน เพื่อส่งพวกเขาไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล


    20200615-087-bylek
    คุณโรเมล เจ้าหน้าที่แผนกกิจกรรมรักษาพยาบาลฟรี (ขวา) ช่วยไปรับยารักษาโรคที่โรงพยาบาล และนำมามอบให้ผู้ลี้ภัยที่เจ็บป่วย ทำให้พวกเขาสามารถรักษาอาการเจ็บป่วยได้อย่างต่อเนื่อง และรู้สึกอุ่นใจมากยิ่งขึ้น

    จิตอาสาฉือจี้ คุณจิ้นหรงกาง แบ่งปันในระหว่างเยี่ยมบ้านว่า “เด็กคนหนึ่งเริ่มมีไข้ตั้งแต่เมื่อวาน(1 ก.ค.) แม่เขาบอกว่า เพราะว่าเขาไม่มีเงิน ก็เลยเอายาเก่าๆมาให้ลูกกิน พอได้ฟังเรื่องราวดังกล่าว เราก็รู้สึกหดหู่ใจ เพราะว่าเด็กเล็กเวลาเจ็บป่วยอย่างนี้ก็ควรไปหาหมอ ดังนั้น เมื่อสักครู่ เราก็เลยถ่ายรูปเอกสารของพวกเขา และส่งเรื่องให้แผนกกิจกรรมรักษาพยาบาลฟรีอย่างเร่งด่วน เพื่อจัดการพาพวกเขาไปหาหมอในโรงพยาบาลที่กรุงเทพฯ คาดว่าวันสองวันนี้ จะพาแม่ลูกคู่นี้ไปหาหมอได้ครับ”

    จากการประสานงานกันเป็นอย่างดี ทำให้เด็กน้อยสามารถไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลได้ในวันถัดไป เมื่อได้รับการช่วยเหลือและดูแลด้วยความใส่ใจเช่นนี้ ทำให้ผู้ลี้ภัยรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง

     

    20200720-001
    คุณธันย์ชนก จวงไพศาลสกุล (ขวา) เจ้าหน้าที่แผนกกิจกรรมรักษาพยาบาลฟรี (ขวา) ช่วยพาแม่ลูกคู่นี้มารับการรักษาที่โรงพยาบาล

     

    จากการช่วยเหลือฉุกเฉิน ต่อยอดสู่การช่วยเหลือด้านการกุศล

    มูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวันในประเทศไทยไม่เพียงมอบถุงยังชีพให้กับผู้ลี้ภัยต่อเนื่อง 3 เดือน หากยังลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน เข้าใจสภาพความเดือดร้อนในชีวิตประจำวัน โดยหวังว่าจะสามารถให้ความช่วยเหลือได้อย่าง “ตรงจุด ตรงประเด็น และทำได้จริง” เพื่อเคียงข้างพวกเขาก้าวข้ามผ่านวิกฤติครั้งนี้


    20200622-011-bydatchanee
    จิตอาสาฉือจี้เยี่ยมชมสวนผักของนิว ผู้ลี้ภัยชาวเวียดนาม (ขวา) เพื่อเข้าใจถึงสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาให้มากยิ่งขึ้น


    จิตอาสาฉือจี้เดินไปบนซอยแคบๆในชุมชนไปยังที่พักผู้ลี้ภัยชาวเวียดนาม เพื่อดำเนินการสำรวจเยี่ยมเยียนความเป็นอยู่ของพวกเขา ใกล้ที่พักของผู้ลี้ภัยชาวเวียดนาม มีผู้ใจบุญคนหนึ่งให้ผู้ลี้ภัยชาวเวียดนามปลูกผักเลี้ยงชีพโดยไม่คิดค่าเช่า ซึ่งในระหว่างที่คุณนิว ผู้ลี้ภัยชาวเวียดนามนำจิตอาสาฉือจี้ไปเยี่ยมชมสวนผัก เขาแบ่งปันว่า “พอเกิดสถานการณ์โรคโควิด-19 แพร่ระบาด ทำให้เราไม่มีงานทำ ได้แต่อยู่ที่บ้าน และไม่รู้จะทำอะไร หรือไม่ก็มาดูแลสวนผักอ่ะครับ ”

    หลังจากเยี่ยมบ้านและปรึกษาหารือกันแล้ว จิตอาสาฉือจี้มีมติให้ความช่วยเหลือฉุกเฉิน 3 เดือน โดยมอบเงินสงเคราะห์เดือนละ 5,000 บาท ตั้งแต่มิถุนายนถึงสิงหาคม คุณนิวแบ่งปันความรู้สึกหลังจากได้รับความช่วยเหลือว่า “ผมขอขอบคุณท่านธรรมาจารย์เจิ้งเอี๋ยนและจิตอาสาทุกๆคนที่มาช่วยเหลือครับ”

     

    20200711-033-bydatchanee
    หลังจากที่จิตอาสาช่วยปัดกวาดเช็ดถู ทำความสะอาดห้องและข้าวของเครื่องใช้ต่างๆภายในห้อง ห้องพักของคุณเริ่นเจี้ยนกว๋อ ก็สะอาดเรียบร้อยราวกับห้องใหม่

     

    รับ “คุณเริ่นเจี้ยนกว๋อ” ผู้ลี้ภัยชาวจีนที่ไร้ซึ่งที่พึ่งพิง อาศัยเพียงลำพัง เป็นเคสที่ฉือจี้ให้การดูแลระยะยาว ในระหว่างเยี่ยมบ้าน จิตอาสาฉือจี้พบว่า ห้องพักของคุณเริ่นเจี้ยนกว๋อมีสภาพไม่ดีนัก จึงตัดสินใจช่วยทำความสะอาด โดยหวังว่า สภาพที่อยู่อาศัยที่สะอาด ถูกสุขอนามัย จะทำให้อาการป่วยโรคหอบหืดของคุณเริ่นเจี้ยนกว๋อดีขึ้นเรื่อยๆ จิตอาสาฉือจี้ คุณกวอซิ่วจู แบ่งปันว่า “เราเตรียมสิ่งของต่างๆไปทำความสะอาดห้องพักของคุณเริ่นเจี้ยนกว๋อ และยังได้นำเตียงกุศลปัญญาฉือจี้ มุ้ง รวมทั้งที่นอนไปมอบให้คุณเริ่นเจี้ยนกว๋ออีกด้วยค่ะ ”

    หลังจากจิตอาสาร่วมแรงร่วมใจกันจัดการกับขยะ และทำความสะอาดปัดฝุ่นข้าวของเครื่องใช้ภายในห้องอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว ห้องพักของคุณเริ่นเจี้ยนกว๋อก็สะอาดเรียบร้อยราวกับห้องพักใหม่ เมื่อเห็นถึงบรรยากาศของความอบอุ่นเฉกเช่น “บ้าน” ทำให้คุณเริ่นเจี้ยนกว๋อรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างยิ่งและแบ่งปันความรู้สึกว่า “ผมขอบคุณมากๆที่คุณมาช่วยทำความสะอาด ติดตั้งข้าวของเครื่องใช้ต่างๆมากมาย (ราวตากผ้า ชั้นวางสิ่งของ เตียงกุศลปัญญา) ผมรู้สึกซาบซึ้งใจฉือจี้ เพราะผมก็ตัวคนเดียวในต่างถิ่นฐานบ้านเกิด จึงยากสำหรับการใช้ชีวิต ตอนนี้ก็เลยต้องพึ่งทั้งเงินสงเคราะห์ ทั้งข้าวของเครื่องใช้จากฉือจี้ และยังมีจิตอาสามาช่วยทำความสะอาดห้องอีก ผมซาบซึ้งใจจนรู้สึกว่าน้ำตาคลอเบ้าไปหมด ขอบคุณมากๆครับ ผมก็คิดในใจว่า ผมก็อายุ 70 ปีแล้ว ยังไม่เคยพบเจอกับเรื่องราวที่น่าซาบซึ้งใจอย่างนี้เลยครับ ”

     

    20200711-079-bydatchanee-faceblur
    เมื่อเห็นถึงบรรยากาศของความอบอุ่นเฉกเช่น “บ้าน” ทำให้คุณเริ่นเจี้ยนกว๋อรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง สองมือประนมไหว้ขอบคุณจิตอาสา

    เมื่อเห็นว่า คุณเริ่นเจี้ยนกว๋อ จะกลั้นน้ำตาแห่งความซาบซึ้งใจในระหว่างแบ่งปันความรู้สึกไว้ไม่อยู่ คุณจิ้นหรงกางจึงเข้าปลอบโยนจิตใจ พร้อมทั้งให้กำลังใจคุณเริ่นเจี้ยนกว๋อว่า “ไม่ต้องร้องไห้นะครับ คนเราก็อย่างนี้แหละ เมื่อต้องพบเจอกับปัญหา หรืออุปสรรคที่ยากจะหลีกหนีได้อย่างนี้ เราก็ต้องรักษาจิตใจให้สงบ มีสติเผชิญกับสิ่งที่เกิดขึ้น เดี๋ยวมันก็จะผ่านไปครับ”

     

    ช่วยเหลือด้วยการทำงาน บ่มเพาะการเป็นผู้ให้กับผู้ลี้ภัย

    เพราะทราบดีว่า ผู้ลี้ภัยซึ่งต้องพำนักอาศัยในประเทศไทย อันต่างถิ่นฐานบ้านเกิด มีชีวิตลำบากต่างๆนานาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อเกิดสถานการณ์โรคระบาดขึ้นอีก เหมือนซ้ำเติมชีวิตของพวกเขาให้ดำดิ่งสู่มุมมืด ยากเกินกว่าจะอธิบายได้ ดังนั้น ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ฉือจี้ในเมืองไทยนอกจากให้ความช่วยเหลือด้านต่างๆแล้ว ยังอาศัย “การช่วยเหลือด้วยการทำงาน” ให้ผู้ลี้ภัย 6 คน มาช่วยทำงานทั่วไปที่มูลนิธิฯสัปดาห์ละ 3 วัน เช่น ช่วยขนสิ่งของ ทำความสะอาด จัดสถานที่กิจกรรม ช่วยงานมอบถุงยังชีพ เป็นต้น

    ไม่เพียงเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ให้พวกเรามีรายได้จุนเจือครอบครัว หากยังเป็นโอกาสอันดี บ่มเพาะกุศลจิต ทำให้พวกเขารู้จักการเป็นผู้ให้ เสียสละเพื่อผู้อื่นมากขึ้น

     

    20200424-154-bylek-blur
    ฉือจี้อาศัย “การช่วยเหลือด้วยการทำงาน” ให้ผู้ลี้ช่วยงานมอบถุงยังชีพและขนสิ่งของ ในขณะเดียวกันยังอาศัยโอกาสนี้บ่มเพาะจิตวิญญาณการเป็นผู้ให้ของเขา

     


       เรื่อง ดรรชนี สุระเทพ       ภาพ พิณญ์ธิชา จันทร์สุขศรี ดรรชนี  สุระเทพ