https://tzuchithailand.org

  • ถักหมวกไหมพรม ส่งความอบอุ่นสู่พี่น้องภาคเหนือ

     

    20210204knittingwoolhattonorthernthailand

     

            จากโครงการมอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนจากโรคโควิด-19 ทำให้มีประชาชนจำนวนหนึ่งยินดีร่วมเป็นทำงานเป็นจิตอาสากับฉือจี้ ซึ่งผู้ใจบุญเหล่านี้ไม่เพียงมาร่วมกิจกรรมมอบสิ่งของให้กับพี่น้องประชาชน หากแต่ในวันปกติ ยังมาร่วมเป็นจิตอาสาอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ช่วยคัดแยกขยะรีไซเคิล เรียนรู้การปกปักษ์รักษ์โลกที่มูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวันในประเทศไทยเป็นประจำ และในเวลาว่างก็ไม่ปล่อยเวลาผ่านเลยไปโดยไร้ประโยชน์ โดยมักจะนำขยะรีไซเคิลมาประดิษฐ์เป็นผลงานสุดสร้างสรรค์อยู่เสมอ


    ชั้นเรียนถักหมวกไหมพรม แลกเปลี่ยนเรียนรู้งานฝีมือ

             เดือนตุลาคม ปีผ่านมา คุณสุวรรณา รุ่งเจริญรักษ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในจิตอาสาที่มาร่วมกิจกรรมมอบสิ่งของ ได้พูดคุยกับจิตอาสาฉือจี้ว่า มีความประสงค์จะสอนการถักหมวกไหมพรม เพื่อแบ่งปันความรู้ให้กับผู้ที่สนใจ ซึ่งจิตอาสาฉือจี้ต่างก็เห็นด้วยและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยอนุเคราะห์ศูนย์การเรียนรู้การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นพื้นที่จัดชั้นเรียนถักหมวกไหมพรม คุณสุวรรณาแบ่งปันจุดประสงค์ของการจัดชั้นเรียนโดยสังเขปว่า “จุดประสงค์ของชั้นเรียนถักหมวกไหมพรมคือ ต้องการให้ผู้เรียนได้เรียนรู้การถักหมวกเพิ่มเติม เพิ่มพูนความรู้ให้กับตนเองมากขึ้นค่ะ”


    suwanna
    คุณสุวรรณา เปิดชั้นเรียนสอนถักหมวกไหมพรม โดยหวังให้ผู้เรียนได้เรียนรู้การถักหมวกไหมพรม เพิ่มพูนประสบการณ์ให้กับตัวเอง

     

            คุณสุวรรณาตั้งใจแบ่งปันความรู้และเทคนิคการถักหมวกไหมพรม ในส่วนคุณสุรีย์ โอษฐ์นภาพร ผู้ใจบุญซึ่งเป็นเจ้าของโรงงานทอผ้าก็ร่วมยื่นมือสนับสนุน บริจาคไหมพรมให้ทุกคนนำไปฝึกเรียน ซึ่งผู้เรียนออกค่าใช้จ่ายเพียงแค่เข็มถัก และเมื่อถักหมวกเสร็จแล้วสามารถนำกลับบ้าน 1 ใบ หลังจากนั้นก็ร่วมถักเพื่อบริจาคให้กับฉือจี้


            ซึ่งมีจิตอาสาฉือจี้และประชาชนทั่วไปจำนวนหนึ่งสนใจ เข้าร่วมชั้นเรียนถักหมวกไหมพรม ภายใต้การสอนด้วยความใส่ใจและใกล้ชิดของคุณสุวรรณา ทำให้ทุกคนสามารถเรียนรู้การถักหมวกไหมพรมได้ในระยะเวลาอันสั้น เมื่อจบคอร์สเรียนในรุ่นที่ 1 แล้ว ยังมีการเปิดชั้นเรียนถักหมวกไหมพรม รุ่นที่ 2 และ รุ่นที่ 3 โดยมีผู้เรียนในรุ่นแรกๆมาช่วยคุณสุวรรณา และช่วยสอนผู้เรียน ดังนั้น บรรยากาศในชั้นเรียนจึงดูเหมือนว่าไม่มีใครเป็นนักเรียนเลย เพราะว่าทุกคนต่างสามารถสอนผู้อื่นได้ และยังรู้สึกได้ถึงการแบ่งปันความรู้ซึ่งกันและกันด้วยความจริงใจ

     

    volunteer-knitting
    จากความตั้งใจเรียนรู้ ถักทอไหมพรม จนเป็นชิ้นงานอันภาคภูมิใจในที่สุด และยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นหมวกถักไหมพรมที่เต็มไปด้วยความรัก ส่งความอบอุ่นสู่ภาคเหนือของไทย

     

            ดังนั้น หมวกไหมพรมที่ถักเสร็จแล้วจึงสะสมเพิ่มขึ้นมากเรื่อยๆ ซึ่งแรกเริ่ม จิตอาสาฉือจี้จะนำหมวกเหล่านี้จำหน่ายเพื่อการกุศลในกิจกรรมต่างๆของฉือจี้ เพื่อนำรายได้สมทบกองทุนของฉือจี้ ภายหลังเมื่อได้พูดคุยกับคุณเมตตา ชิว ซึ่งเป็นจิตอาสาฉือจี้จาก อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ จึงทราบว่าปีนี้อากาศทางภาคเหนือค่อนข้างหนาวเย็น ซึ่งช่วงที่หนาวที่สุด อุณหภูมิต่ำสุด 8-9 องศาเซลเซียส เมื่อทราบดังนี้แล้ว จิตอาสาจึงเปลี่ยนความคิด โดย 14 มกราคมที่ผ่านมา ได้นำหมวกไหมพรมที่มีอยู่ในปัจจุบันจำนวน 50 กว่าใบ จัดส่งให้จิตอาสาทางภาคเหนือนำไปใช้ประโยชน์ในกิจกรรมการกุศลฉือจี้ คุณจุฬีรัตน์ สุโธ จิตอาสาฉือจี้ แบ่งปันว่า “ได้พูดคุยกับคุณเมตตา จิตอาสาฉือจี้ที่ อ.ฝาง แล้วท่านบอกว่า ตอนนี้หนาวมาก หนาวจัดเลย ก็เลยตกลงกันว่าจะนำหมวกนี้ไปให้ครอบครัวบุญคุณที่ฝางค่ะ ”

     

    volunteer-send-hat-to-northern
    จิตอาสาจากกรุงเทพฯ นำหมวกไหมพรมที่มีอยู่ในปัจจุบันจำนวน 50 กว่าใบ จัดส่งให้จิตอาสาทางภาคเหนือนำไปใช้ประโยชน์ในกิจกรรมการกุศลฉือจี้
    ถักหมวกไหมพรม ส่งความอบอุ่นสู่พี่น้องภาคเหนือ

     

    ถักหมวกไหมพรม ส่งความอบอุ่นสู่พี่น้องภาคเหนือ

            จากความตั้งใจเรียนรู้ ถักทอไหมพรม จนเป็นชิ้นงานอันภาคภูมิใจในที่สุด และยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นหมวกถักไหมพรมที่เต็มไปด้วยความรัก ส่งความอบอุ่นสู่ภาคเหนือของไทย หลังจากที่คุณเมตตาได้รับหมวกถักไหมพรมที่จิตอาสาฉือจี้จากกรุงเทพฯจัดส่งแล้ว ก็ลงพื้นที่สู่ชุมชน นำหมวกถักไหมพรมไปมอบให้ครอบครัวผู้ยากไร้ทีละคน ทั้งยังมอบให้สมาชิกออมบุญ เพื่อผูกบุญสัมพันธ์อันดีต่อกัน โดยก่อนที่มอบหมวกถักไหมพรม คุณเมตตา ยังแบ่งปันถึงความเป็นมาด้วยว่า “หมวกอันนี้เนี่ย เป็นจิตอาสาคนนึงชื่อสุรีย์ เอาไหมพรมมาให้ชาวฉือจี้ แล้วจิตอาสาก็ช่วยกันถักค่ะ”

    20210117-014-byangkhana
    คุณเมตตา ชิว นำหมวกถักไหมพรมมอบให้สมาชิกออมบุญ เพื่อผูกบุญสัมพันธ์อันดีต่อกัน

     

            เมื่อทราบถึงความเป็นมาของหมวกถักไหมพรมแล้ว ครอบครัวผู้ยากไร้และสมาชิกออมบุญต่างรู้สึกดีใจ และเอ่ยชื่นชมไม่หยุดหย่อนว่า “น่ารักจังเลย อันก็น่ารัก อันนั้นก็สวย”จะเห็นได้ว่าหมวกถักไหมพรมเหล่านี้ ทำให้กิจกรรมฉือจี้ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ดำเนินได้อย่างอบอุ่นมากยิ่งขึ้น คุณเมตตา แบ่งปันว่า “พอดีว่าปีนี้ อ.ฝาง อากาศหนาวมาก ดิฉันจึงนำหมวกถักไหมพรมเหล่านี้ไปมอบให้ครอบครัวผู้ยากไร้ พวกเขาต่างรู้สึกดีใจ เพราะว่าคนเรานั้น หากศรีษะอบอุ่นแล้ว ร่างกายก็จะรู้สึกอุ่นขึ้น ขอขอบคุณวัฏจักรแห่งความรัก พลังแห่งความรักที่ส่งมาไกลถึงภาคเหนือ ทำให้สมาชิกออมบุญ ครอบครัวผู้ยากไร้ ต่างรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นในฤดูหนาวนี้”

     

    volunteer-give-wool-hat
    คุณปรีชากรณ์นำหมวกไหมพรมสวมใส่ให้คุณตา เพื่อเป็นตัวแทนของจิตอาสาฉือจี้จากกรุงเทพฯ มอบความอบอุ่นและความห่วงใยให้พี่น้องภาคเหนือ

            คุณจุฬีรัตน์ สุโธ ยังเล่าอีกว่า ยังวางแผนจัดชั้นเรียนถักไหมพรมอีกภายหลัง และจะเชิญชวนจิตอาสาและประชาชนที่สนใจมาร่วมถักหมวกไหมพรม ผ้าพันคอ เครื่องกันหนาวต่างๆ ค่อยๆสะสมทีละเล็กละน้อย เพื่อเตรียมไว้มอบให้กับพี่น้องทางภาคเหนือ ส่งความอบอุ่นในปลายปีนี้

     

     


       เรื่อง  ดรรชนี สุระเทพ     ภาพ  อังคณา คุณคำ

     

     

  • ทลายอุปสรรคโรคระบาดด้วยเมตตาจิต มอบถุงยังชีพให้ผู้เดือดร้อน

     

    202103-04cover

            เนื่องจากการระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย รัฐบาลจึงมีข้อกำหนดงดจัดกิจกรรมที่มีการรวมตัวของคนจำนวนมาก ทำให้การมอบถุงยังชีพของมูลนิธิพุทธฉือจี้ในประเทศไทย ต้องเลื่อนออกไป ไม่สามารถดำเนินการตามกำหนดการที่วางไว้ ซึ่งการแพร่ระบาดระลอกใหม่ที่นับวันยิ่งทวีความรุนแรง และไม่สามารถทราบได้ว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงเมื่อใดนี้ จิตอาสาจึงต้องเร่งประสานหน่วยงานภาครัฐ โดยหวังว่าจะสามารถให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ในเร็ววัน

     

    ผู้คนลำบาก การช่วยเหลือจึงไม่อาจรอได้

            ในช่วงเวลาการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 นี้ คุณสุกัญญา ริมพนาเวศ ประธานบริหารมูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวันในประเทศไทย รู้สึกเห็นใจพี่น้องประชาชนที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากแสนสาหัส ซึ่งทุกคนจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ไม่สามารถรอได้อีกแล้ว คุณสุกัญญา แบ่งปันว่า “ท่านธรรมาจารย์เคยพูดไว้ว่า “หากผู้ที่เดือดร้อนไม่สามารถเดินออกมาขอความช่วยเหลือได้ ผู้ที่มีบุญก็ต้องเดินเข้าไปให้ความช่วยเหลือ” ตอนนี้ประชาชนต่างมีรายได้น้อยลง ต้องพบเจอกับความยากลำบากมากมาย ดังนั้น เราจึงควรนำสิ่งของไปมอบถึงมือพวกเขาให้เร็วที่สุดค่ะ ”

     

           ดังนั้น จิตอาสาจึงเร่งประสานงานหน่วยงานภาครัฐ เพื่อแจ้งความประสงค์ดำเนินกิจกรรมมอบถุงยังชีพให้กับพี่น้องประชาชน แต่อาจจะเป็นเพราะว่าสถานการณ์แพร่ระบาดยังรุนแรงในปัจจุบัน จึงทำให้หน่วยงานภาครัฐล้วนปฎิเสธและชี้แจงว่า สำหรับกิจกรรมมอบสิ่งของหรือกิจกรรมที่มีคนจำนวนมากมารวมกันต้องชะลอออกไปก่อน รอให้สถานการณ์คลี่คลายกว่านี้จึงจะสามารถดำเนินการได้

     

    20210123-101-bylek
    จิตอาสาฉือจี้ เจ้าหน้าที่และประชาชนทั่วไป ช่วยกันแพ็คถุงยังชีพ

    20210123-71-byxiaolian
    จิตอาสานำถุงยังชีพที่แพ็คเสร็จแล้วจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย เพื่อเตรียมมอบให้ประชาชนชาวเทพารักษ์


            มีเพียงเทศบาลตำบลเทพารักษ์ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ ที่ให้การตอบรับ โดยจะต้องดำเนินกิจกรรมตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด จัดให้มีประชาชนมารับสิ่งของรอบละ 50 ครอบครัว และ 1 สัปดาห์สามารถจัดกิจกรรมได้ 2 วัน ซึ่งจำนวนผู้ได้รับสิ่งของมีทั้งหมด 757 ครอบครัว เช่นนี้แล้ว จึงทำให้กว่าจะมอบถุงยังชีพครบทุกคนต้องกินเวลานานเลยทีเดียว ด้วยเหตุนี้ จิตอาสาฉือจี้จึงปรับเปลี่ยนรูปแบบการมอบถุงยังชีพ ซึ่งจากเดิมให้ประชาชนรับสิ่งของทีละอย่างในสถานที่จัดกิจกรรมด้วยตนเอง เปลี่ยนเป็นให้จิตอาสาช่วยกันบรรจุสิ่งของลงในถุงยังชีพให้เรียบร้อยตั้งแต่อยู่มูลนิธิฯ จากนั้นจึงนำไปมอบให้ประชาชน

     

    20210201-078-bylek

    เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลเทพารักษ์เดินทางมามูลนิธิฯ เพื่อช่วยขนถุงยังชีพไปยังสถานที่จัดกิจกรรม

     

            23 มกราคม จิตอาสาฉือจี้ เจ้าหน้าที่และประชาชนทั่วไป มาช่วยกันแพ็คถุงยังชีพที่มูลนิธิฯ โดยคุณจางฮุ่ยเจิน จิตอาสาฉือจี้ แบ่งปันว่า “แม้ว่าสถานการณ์โรคระบาดยังรุนแรงอยู่ และทางภาครัฐก็มีข้อกำหนดให้แจกไม่เกิน 50 ครอบครัวต่อรอบ ซึ่งในเทศบาลตำบลเทพารักษ์มีผู้ได้รับถุงยังชีพ 700 กว่าครอบครัว 1 สัปดาห์แจกได้เพียงแค่ 2 วัน ดังนั้นวันนี้ (23 มกราคม) พวกเราจึงต้องแพ็คถุงยังชีพให้เรียบร้อยก่อน เพื่อเตรียมมอบให้กับพี่น้องชาวเทพารักษ์ค่ะ ”

     

    20210203-125-bylek
    คุณวีระชัย ทาบุญสม เดินทางไปยังที่ทำการเทศบาลตำบลเทพารักษ์ เพื่อทำความเข้าใจถึงขั้นตอนและผังของกิจกรรม


            2 กุมภาพันธ์ ก่อนการมอบถุงยังชีพให้กับพี่น้องชาวเทพารักษ์ 1 วัน คุณวีระชัย ทาบุญสม เดินทางไปยังสำนักงานเทศบาลตำบลเทพารักษ์ เพื่อทำความเข้าใจถึงขั้นตอนและผังของกิจกรรม โดยคุณศิริพร นันทชลากรกิจ ผู้อำนวยการกองสวัสดิการ เทศบาลตำบลเทพารักษ์ แบ่งปันว่า กิจกรรมมอบถุงยังชีพจะต้องดำเนินการตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัดตั้งแต่ต้นจนสิ้นสุดกิจกรรม โดยวันที่จัดกิจกรรมมอบถุงยังชีพนั้นจะแบ่งออกเป็นรอบเช้าและรอบบ่าย รวม 2 รอบ แต่ละรอบมีประชาชนมารับสิ่งของ 50 ครอบครัว ซึ่งทุกคนจะต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า และให้ความร่วมมือกับมาตรการป้องกันโรค คุณศิริพรแบ่งปันอีกว่า “เราจัดกิจกรรมตามมาตรการป้องกันโรค คือ มีการเว้นระยะห่าง นอกจากเว้นระยะห่างแล้ว เราก็ยังมีการตรวจวัดอุณหภูมิ แจกเจลล์แอลกอฮอล์ และมีทางเข้า ทางออกซึ่งอยู่ไม่ใกล้กันด้วยค่ะ”

     

    20210203-003-bydatchanee
    สถานที่จัดกิจกรรมมีเก้าอี้จัดวางให้มีระยะห่างตามมาตรการป้องกันโรคไว้เรียบร้อยแล้ว

     

    มอบถุงยังชีพแบ่งเบาความเดือดร้อน ผู้ให้อิ่มใจ ผู้รับมีเปี่ยมสุข

            3-4 กุมภาพันธ์ กิจกรรมมอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนจากโรคระดบาดโควิด -19 ณ ที่ทำการเทศบาลตำบลเทพารักษ์ อ.เมืองสมุทรปรการ จ.สมุทรปราการ ภายใต้การร่วมแรงร่วมใจของจิตอาสาฉือจี้และเจ้าหน้าที่เทศบาล ทำให้กิจกรรมมอบถุงยังชีพสามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่น จิตอาสาต่างรู้สึกปีติ ที่ได้สามารถให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชน

     

    20210203-002-bylek
    คุณสุกัญญา ริมพนาเวศ ประธานบริหารมูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวันในประเทศไทย มอบหน้ากากอนามัยให้กับประชาชนที่กำลังรอรับถุงยังชีพ


            คุณมงคล โชคพิทักษ์สมบัติ ปลัดเทศบาล ต. เทพารักษ์ แบ่งปันว่า เทศบาลตำบลเทพารักษ์มี 5 หมู่บ้าน ปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อโควิดจำนวน 5 ราย ผู้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงจำนวน 10 กว่าราย ซึ่งกักตัวทั้งหมดแล้ว ถือว่ายังสามารถควบคุมโรคระบาดได้ และในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด -19 ทางเทศบาลได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนบ้างแล้ว และยังประสานขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิและผู้ใจบุญไปในขณะเดียวกัน คุณมงคล กล่าวขอบคุณที่ฉือจี้ยื่นมือให้ความช่วยเหลือประชาชนในท้องถิ่นว่า “การที่มูลนิธิพุทธฉือจี้นำสิ่งของเครื่องใช้มาช่วย ผมก็คิดว่าก็ช่วยเหลือได้มากแล้ว ยิ่งฉือจี้มอบต่อเนื่อง 3 ครั้ง ยิ่งช่วยเหลือได้มากขึ้นครับ”


    20210203-010-bylek
    ประชาชนเข้าแถวเตรียมเข้าสู่สถานที่จัดกิจกรรมอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย


    20210203-016-bylek
    ประชาชนผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิ ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ ก่อนเข้าสู่กิจกรรม

            สองมือของพี่น้องประชาชนเต็มไปด้วยสิ่งของยังชีพที่ฉือจี้มอบให้ แม้พวกเขาจะสวมใส่หน้ากากอนามัย แต่ยังคงเห็นได้ถึงแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความสุข เช่น คุณยายเกษร ที่เล่าว่า ก่อนโควิด-19 ระบาด ลูกหลานก็มักจะให้เงินใช้จ่ายไม่เคยขาด แต่หลังจากโควิดระบาดแล้ว ลูกหลานโดนพักงาน ทำมาค้าขายก็ไม่สู้ดี รายได้น้อยลง จึงไม่ได้ให้เงินใช้จ่ายเหมือนแต่ก่อน คุณยายจึงต้องนำเงินเก็บออกมาใช้จ่ายอย่างประหยัด ดังนั้นการได้รับถุงยังชีพจากฉือจี้ในครั้งนี้ ถือเป็นความช่วยเหลือที่รอคอย คุณยายเกษร แบ่งปันว่า “ดีใจค่ะ ที่ได้รับถุงยังชีพส่วนนี้มาช่วยแบ่งภาระในครองครัว ซึ่งช่วยเหลือได้มากเลย เพราะเป็นสิ่งของที่ต้องใช้ประจำวันค่ะ ”


    20210203-083-bylek
    จิตอาสากล่าวคำอวยพรขณะมอบถุงยังชีพให้กับพี่น้องประชาชน

     

    20210204-221-bylek
    พี่น้องประชาชนกลับบ้านพร้อมสิ่งของยังชีพมากมายด้วยใจเปี่ยมด้วยความปีติ

     

            นอกจากมอบถุงยังชีพในที่ทำการของเทศบาลแล้ว จิตอาสายังลงพื้นที่นำถุงยังชีพไปส่งถือมือผู้ที่ไม่สามารถเดินทางมารับได้ ในขณะเดียวกันยังเยี่ยมเยียนให้กำลังใจ เข้าใจถึงสภาพความเป็นอยู่ของพวกเขาให้มากยิ่งขึ้น เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือในด้านอื่นๆต่อไป

     

    20210203-078-bydatchanee
    จิตอาสาลงพื้นที่นำถุงยังชีพไปส่งถือมือผู้ที่ไม่สามารถเดินทางมารับได้ ในขณะเดียวกันยังเยี่ยมเยียนให้กำลังใจ เข้าใจถึงสภาพความเป็นอยู่ของพวกเขาให้มากยิ่งขึ้น เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือในด้านอื่นๆต่อไป

            หลังสิ้นสุดกิจกรรมแล้ว คุณสุกัญญายังได้พูดคุยสอบถามกับทางเทศบาลว่า สัปดาห์ต่อๆไปจะสามารถเพิ่มจำนวนผู้มารับถุงยังชีพในแต่ละรอบได้หรือไม่ เมื่อเห็นระบบการจัดกิจกรรมมอบถุงยังชีพที่ดำเนินตามมาตรการป้องกันโรคสำเร็จอย่างราบรื่นเช่นนี้แล้ว ทำให้ทางเทศบาลก็รู้สึกไว้วางใจและอนุญาตให้เพิ่มจำนวนคนมารับสิ่งของได้รอบละ 100 คน

     

     


       เรื่อง  ดรรชนี สุระเทพ     ภาพ  พิณญ์ธิชา จันทร์สุขศรี ,ดรรชนี สุระเทพ