ค้นหาข่าว

ทุนการศึกษาฉือจี้ ต้นกล้าแห่งความหวัง

20201115 cover

ทุนการศึกษาที่จิตอาสาฉือจี้เป็นสื่อกลางส่งมอบถึงมือน้อยๆ ของเด็กนักเรียนมากกว่าหนึ่งพันคน บรรจุด้วยความรัก ความห่วงใยและคำอวยพรจากผู้คนในสังคม เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย บรรเทาความเดือดร้อนของเหล่าผู้ปกครอง และสานฝันด้านการศึกษาแก่เหล่าต้นกล้าแห่งความหวัง

 


 

“ความหวัง” ของพ่อแม่อยู่ที่ “ลูก”
“ความหวัง” ของลูกอยู่ที่ “การศึกษา”
“ความหวัง” ของประเทศอยู่ที่ “บุคลากร”
“ความหวัง” ของบุคคลากรอยู่ที่ “การศึกษา”
“การศึกษา” จึงเป็นศูนย์รวมแห่ง “ความหวัง” ทั้งปวง

 

รินรดความรัก “ต้นกล้าแห่งความหวัง”

มูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวันในประเทศไทย เริ่มดำเนินโครงการสงเคราะห์ทุนการศึกษา "ต้นกล้าแห่งความหวัง" ตั้งแต่ปีการศึกษา 2554 เป็นต้นมา เพื่อช่วยเหลือนักเรียนตั้งแต่ระดับประถมศึกษา จนถึงอุดมศึกษา โดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติหรือศาสนา ให้สามารถตั้งใจเล่าเรียนได้อย่างไร้กังวล สำหรับปีการศึกษา 2563 นี้ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 จิตอาสาฉือจี้จึงทยอยมอบทุนการศึกษา แก่นักเรียนนักศึกษาในสถานศึกษา 115 แห่ง รวม 1,665 คน ตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ.2563 เป็นต้นมา

 

 

20200125-055-bytar

ทุกปีจิตอาสาฉือจี้จะเดินทางไปยังโรงเรียนต่างๆ เพื่อสัมภาษณ์นักเรียนและผู้ปกครองที่ยื่นขอรับทุนการศึกษา

 

20201111-085-bylek

 ประธานบริหารมูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวันในประเทศไทย คุณสุกัญญา ริมพนาเวศ กล่าวอวยพรและให้โอวาทนักเรียนในพิธีมอบทุนการศึกษา "ต้นกล้าแห่งความหวัง"

 

20201115-235-bylek

ทุนการศึกษาฉือจี้ "ต้นกล้าแห่งความหวัง" ที่เต็มเปี่ยมด้วยคำอวยพร

 

20201111-049-bylek

เหล่านักเรียนทุนการศึกษาฉือจี้ "ต้นกล้าแห่งความหวัง"

 

20201111-149-bylek

 ปีการศึกษา 25633 จิตอาสาฉือจี้มอบทุนการศึกษา "ต้นกล้าแห่งความหวัง" ช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาในสถานศึกษารวม 115 แห่ง

 

20201115-187-bylek

 นักเรียนทุนการศึกษา "ต้นกล้าแห่งความหวัง" ร่วมหยอดกระปุกออมบุญ บริจาคกลับคืนให้แก่มูลนิธิฉือจี้ เพื่อส่งต่อความรักของตนเองแก่ผู้อื่นต่อไป

 

เคียงข้าง...มอบความกล้า

เนื่องจากทุนการศึกษา "ต้นกล้าแห่งความหวัง" ของฉือจี้เป็นทุนต่อเนื่อง ที่ดำเนินการมอบช่วยเหลือตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงระดับอุดมศึกษา ทำให้ น.ส.ฉัตรกนก น.ส.ฉัตรกมล สองพี่น้องที่อยู่ในการดูแลของคุณแม่เพียงลำพัง จนเคยละทิ้งความฝันที่จะเรียนหนังสือหลังจากจบการศึกษาภาคบังคับ เพราะไม่ต้องการเพิ่มภาระให้กับคุณแม่ กล้าที่จะสานฝัน เพื่อเข้ารับการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีต่อไป

น.ส.ฉัตรกนก ซึ่งกำลังศึกษาในระดับ ปวช. ปีที่ 2 บอกเล่าถึงเรื่องราวของตนเองว่า “หนูได้รับทุนจากฉือจี้เป็นครั้งแรก ตอนที่เรียนอยู่ ม.2 ตอนแรกเคยคิดว่าจะเรียนถึงแค่ ม.3 เพราะไม่อยากให้แม่เหนื่อยค่ะ แต่จิตอาสาฉือจี้ก็ให้กำลังใจว่า ถ้าอยากเรียนก็ให้ตั้งใจเรียน เพราะจะมีทุนมอบให้ต่อเนื่องจนจบ ป.ตรีเลยค่ะ”

นอกจากนั้น จิตอาสาฉือจี้ยังพยายามปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม ให้เด็กๆ รู้จักการแบ่งปัน เฉลี่ยความสุขของตนเองกลับคืนสู่สังคม ผ่านกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการคัดแยกสิ่งของรีไซเคิลลดโลกร้อน หรือกิจกรรมบำเพ็ญตนเพื่อสาธารณประโยชน์เนื่องในโอกาสพิเศษ พร้อมทั้งปลูกฝังระเบียบวินัย เพื่อวางรากฐานการดูแลตนเองในอนาคตต่อไป

 

IMG 5828

จิตอาสาฉือจี้และครอบครัว น.ส.ฉัตรกนก นักเรียนทุนการศึกษาฉือจี้ "ต้นกล้าแห่งความหวัง"

 

ความช่วยเหลือ...ที่ทันเวลา

จากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ทำให้ นายวินัย หนึ่งในเยาวชนที่ได้รับการอุปการะจากสถานสงเคราะห์เด็กด้อยโอกาสวัดโบสถ์วรดิตถ์ ซึ่งกำลังทำงานส่งตัวเองเรียนในระดับอุดมศึกษาชั้นปีที่ 3 เกือบต้องล้มเลิกความฝันที่จะเรียนให้จบปริญญาตรี เพราะไม่มีรายได้เพื่อใช้จ่ายในการดำเนินชีวิต แต่สุดท้ายก็สามารถผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนั้นมาได้ ด้วยการช่วยเหลือจากน้องๆ ที่ทำงานไปด้วยเรียนหนังสือไปด้วยเหมือนกัน

“ผมได้รับทุนของฉือจี้ต่อเนื่องมาเป็นปีที่สามแล้วครับ ซึ่งผมก็รอคอยทุนนี้อยู่ทุกปี เพราะเป็นความหวังที่จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการเรียนหนังสือของผม โดยเฉพาะปีนี้ ทุนส่วนนี้จะเป็นค่าเทอมที่ผมยังค้างชำระกับทางมหาวิทยาลัยอยู่ครับ” วินัยกล่าว 

 

S  32907437

เยาวชนที่ได้รับการอุปการะจากสถานสงเคราะห์เด็กด้อยโอกาสวัดโบสถ์วรดิตถ์มารับทุนการศึกษา "ต้นกล้าแห่งความหวัง"

 

Chart10year new

 

 

 


   เรื่อง  บุษรา สมบัติ     ภาพ  พิณญ์ธิชา จันทร์สุขศรี, จรรยพร เข้มแข็ง

 

 

บริการอาหารเจ ลดละการฆ่าสัตว์ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

20201019-22vegetarianfestivalcover

 

เทศกาลถือศีลกินเจเวียนบรรจบอีกครั้ง มูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวันในประเทศไทยนำโดยจิตอาสาฉือจี้ร่วมกันจัดกิจกรรม “เทศกาลกินเจเขตประเวศ ประจำปี 2563” ซึ่งปีนี้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่สาม ระหว่างวันที่ 19-22 ตุลาคม 2563 เวลา 11.30-14.00 น. รวม 4 วัน เพื่ออาศัยโอกาสอันดี รณรงค์ให้พี่น้องประชาชนลดละเนื้อสัตว์ รักษาจิตใจให้บริสุทธิ์ และร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ผ่านการรับประทานอาหารเจ

 

ร่วมใจเตรียมอาหารเจ บริการผู้คนบ้านใกล้เรือนเคียง


ช่วงปลายฤดูฝน ต้นฤดูหนาวเช่นนี้ กรุงเทพมหานครครึ้มฟ้าครึ้มฝน ฝนตกโปรยปราย อากาศเย็นสบายยิ่งนัก สำหรับปีนี้จิตอาสาและผู้ใจบุญต่างช่วยกันสนับสนุนน้ำใจตน เสียสละแรงกายร่วมบริการซุ้มอาหารเจ จำนวน 10 ซุ้ม ซึ่งทุกคนต่างร่วมแรงร่วมใจ ช่วยกันต้ม ผัด แกง ทอด ตระเตรียมอาหารเจอันเลิศรส ไว้สำหรับบริการพี่น้องประชาชนตามเวลานัดหมาย

 

20201019-064-bylek
จิตอาสาช่วยกันต้ม ผัด แกง ทอดตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อเตรียมอาหารเจไว้บริการพี่น้องประชาชนได้ตามเวลานัดหมาย

“ลองชิมดูไหม อร่อยนะ” คุณสุกัญญา ริมพนาเวศ   ประธานบริหารมูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวันในประเทศไทย   ซึ่งกำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมงาน เอ่ยชวนลองชิม “ไก่ทอดเจ” เมนูอาหารเจเรียบง่าย ที่นำมาลงกระทะทอดร้อนๆในซุ้มบริการอาหาร เหมาะกับการรับประทานคู่กับข้าวสวย จิ้มกับน้ำจิ้มบ๊วยก็อร่อย หรือจิ้มกับน้ำจิ้มไก่เจก็แซ่บเลยทีเดียว ซึ่งคุณสุกัญญาตั้งใจจัดเตรียมมาวันละ 12 กิโลกรัม โดยหวังว่าจะเพียงพอต่อความต้องการแก่พี่น้องประชาชนที่มารับประทานอาหารเจ

 

20201019-088-bylek
คุณสุกัญญา ริมพนาเวศ ประธานบริหารมูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวันในประเทศไทย (ขวา) ช่วยทอดไก่ทอดเจด้วยตนเอง

 

เนื่องจากอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 80 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางทางประมาณ 2 ชั่วโมง จิตอาสาจากจังหวัดราชบุรีต่างทุ่มเทแรงกายแรงใจ ตื่นตั้งแต่ตี 4 เร่งเตรียมอาหารแข่งกับเวลา เพื่อนำอาหารเจวันละ 3 เมนูออกเดินทางมายังกรุงเทพในเวลา 6.00 น. แม้จะต้องเหนื่อยล้าจากการตื่นเช้า เตรียมอาหาร และนั่งรถไปกลับ แต่พวกเขายังคงรู้สึกปีติยินดี คุณวิโรจน์ ยานุวิริยะกุล จิตอาสาจากจังหวัดราชบุรี แบ่งปันความรู้สึกว่า “เพราะว่ามาด้วยความเต็มใจล้นปรี่ เรื่องเหนื่อยตัดทิ้งไปเลยครับ ส่วนมากจิตอาสาฉือจี้จะไม่มีคำว่าเหนื่อย เพราะอาสามาด้วยใจทั้งนั้น ”

 

20201021-054-bydatchanee

ผู้ใจบุญนำวัตถุดิบอาหารเจมาบริจาคให้กับฉือจี้ เพื่อร่วมสนับสนุนกิจกรรมบริการอาหารเจ


จิตอาสาฉือจี้ คุณหงเติงสง นำไอศกรีมซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัทตนมาร่วมบริการพี่น้องประชาชนด้วยเช่นกัน ครั้งนี้พิเศษกว่าครั้งใด เพราะคุณหงเติงสงได้นำตู้แช่แข็งมาบรรจุไอศกรีมแทนกล่องโฟม เพื่อรักษาความเย็นให้คงที่ คงคุณภาพและรสชาติของไอศกรีมได้ดียิ่งขึ้น โดยตู้แช่แข็งที่มีไอศกรีมมากกว่า 10 รสชาติ อาทิเช่น รสทุเรียน รสมังคุด รสแคนตาลูป รสสับปะรด รสมะม่วง รสมะพร้าว ฯลฯ ให้ความรู้สึกเหมือนร้านขายไอศกรีมเคลื่อนที่เป็นอย่างยิ่ง

 

20201019-296-bylek
ตู้แช่แข็งที่มีไอศกรีมมากกว่า 10 รสชาติ ให้ความรู้สึกเหมือนร้านขายไอศกรีมเคลื่อนที่เป็นอย่างยิ่ง

 

เชิญชวนผู้คนกินเจ เคารพสรรพสัตว์ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม


เมื่อถึงเวลานัดหมาย พี่น้องประชาชนทยอยเดินทางมาถึงมูลนิธิฯ โดยผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิ และล้างมือด้วยเจลล้างมือแอลกอฮอล์ก่อนเข้าสู่กิจกรรมตามมมาตรการป้องกันโรค ในช่วงเทศกาลกินเจเช่นนี้ จิตอาสาอาสาให้บริการอาหารเจด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความปีติ ต้อนรับด้วยความอบอุ่น ปฏิบัติต่อพี่น้องประชาชนดั่งญาติมิตร


20201021-025-bydatchanee
พี่น้องประชาชนทยอยเดินทางมาถึงมูลนิธิฯ โดยผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิ และล้างมือด้วยเจลล้างมือแอลกอฮอล์ก่อนเข้าสู่กิจกรรมตามมมาตรการป้องกันโรค



20201019-040-bydatchanee
จิตอาสาโค้งลำตัวไหว้ต้อนรับพี่น้องประชาชนเข้าสู่สถานที่ด้วยความปีติยินดี


จิตอาสาบริการอาหารเจด้วยความปีติ ประชาชนรับประทานอาหารเจอย่างมีความสุข จากการมาออกกำลังกายทุกวันตอนเช้าที่สวนหลวง ร.9 ทำให้คุณบุษกร ทวีศุภพงษ์ ซึ่งรับประทานอาหารเจมานานถึง 20 ปี ทราบข่าวกิจกรรมจากป้ายโปสเตอร์ที่ติดไว้บริเวณด้านหน้าของมูลนิธิ จึงชวนเพื่อนๆมาร่วมรับประทานอาหารเจที่ฉือจี้ โดยอาหารเจหลากหลายเลิศรสทำให้คุณบุษกรและเพื่อนๆ รับประทานอาหารเจอย่างเอร็ดอร่อย ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่มีความสุข คุณบุษกรแบ่งปันว่า “วันนี้ก็ทานขนมจีนน้ำยา กระเพาะปลา แล้วก็ขนมหวาน ทานเยอะมากเลยค่ะ อร่อยดี ชอบค่ะ”

 

20201020-059-bylek
ไก่ทอดเจร้อนๆ น่ารับประทานยิ่งนัก


20201019-017-bydatchanee
นอกจากอาหารคาวแล้วยังมีของหวานไว้บริการให้พี่น้องประชาชนอีกด้วย

 

อาหารเจหลากหลายอันเลิศรส ไม่เพียงอิ่มท้อง หากยังทำให้พี่น้องประชาชนตระหนักถึงการเคารพชีวิตสรรพสัตว์ เพราะอาหารเจมื้อนี้ไร้ซึ่งการเข่นฆ่าชีวิตของสรรพสัตว์ คุณนภาวรรณ นาเจริญกุล หนึ่งในผู้ร่วมรับประทานอาหารเจ แบ่งปันว่า “การทำความดีเป็นสิ่งที่ทุกคนก็ทำกันอยู่แล้ว แต่ว่าการละเว้นเนื้อสัตว์ในเทศกาลกินเจมันมีปีละครั้ง แค่ประมาณ 10 กว่าวัน ถ้าเราละเว้นได้เราก็ละค่ะ ซึ่งมันก็จะดีต่อตัวเองและก็สัตว์ทั้งหลายด้วยค่ะ”


20201019-049-bydatchanee
อาหารเจอันเลิศรสทำให้พี่น้องประชาชนรับประทานอาหารอย่างมีความสุข ต่างยกนิ้วหัวแม่มือแสดงความชื่นชม


“อาหารอร่อยมากๆเลย ขอบคุณนะ” เสียงตอบรับอันดีทำให้จิตอาสาต่างรู้สึกชื่นใจ คุณนันทินี เอมระดี หนึ่งในจิตอาสาที่ยินดีนำก๋วยเตี๋ยวหลอดเจ ซึ่งเป็นเมนูที่ชื่นชอบในครอบครัวของตน มาแบ่งปันกับพี่น้องประชาชน ทำให้ “ความอิ่มบุญ อิ่มใจ” จากการกินเจในปีนี้ ไม่ได้จำกัดเฉพาะที่ตัวคุณนันทินีเพียงคนเดียวเช่นที่ผ่านมา “เดิมเราทำอาหารเจรับประทานเอง ก็มีประโยชน์แค่กับตัวเอง ทีนี้พอเราทำด้วย แล้วเราได้แจกจ่ายให้คนอื่นด้วย รู้สึกว่าคนอื่นก็ได้รับประทานอาหารเจของเราด้วยนะ ซึ่งนอกจากได้บุญแล้วก็ยังได้สุขภาพด้วย ” คุณนันทินี แบ่งปันความรู้สึก

 

20201019-021-bydatchanee
คุณนันทินี เอมระดี นำก๋วยเตี๋ยวหลอดเจซึ่งเป็นเมนูที่ชื่นชอบในครอบครัวของตน มาแบ่งปันกับพี่น้องประชาชน

 

ในระหว่างบริการอาหารเจ ยังมีการแสดงแฟชั่นโชว์เครื่องแต่งกายจากสิ่งของรีไซเคิล เพื่อเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนตระหนักถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และเน้นย้ำว่าการรับประทานอาหารเจก็สามารถช่วยลดโลกร้อนได้อีกด้วย คุณกำพล พิพัฒนานันทิ แบ่งปันว่า “เราก็รู้กันอยู่นะครับว่ามันก็มีมลพิษเยอะ และสิ่งแวดล้อมไม่ค่อยน่าอยู่เท่าไหร่ ถ้าเกิดเราลดเนื้อสัตว์และมากันเจได้ ก็เชื่อว่าน่าจะช่วยโลกได้ส่วนนึงเลยนะครับ”

 

20201019-046-bydatchanee
ในระหว่างบริการอาหารเจ ยังมีการแสดงแฟชั่นโชว์เครื่องแต่งกายจากสิ่งของรีไซเคิล เพื่อเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนตระหนักถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม


เทศกาลกินเจเขตประเวศ ประจำปี 2563 ทั้ง 4 วัน มีผู้ร่วมประทานอาหารเจ 1,107 คน นอกจากนี้ ยังมีจิตอาสาฉือจี้เขตพุทธมณฑลจัดกิจกรรมบริการอาหารเจให้กับพี่น้องประชาชนในชุมชน ณ ชุมชนสงวนคำ เขตหนองแขม กทม. ระหว่างวันที่ 17-23 ตุลาคม 2563 รวม 7 วัน มีผู้ร่วมรับประทานอาหรเจ 1,526 คน รวมทั้งจิตอาสาฉือจี้จังหวัดพิษณุโลกที่ร่วมแรงร่วมใจกันบริการอาหารเจให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วยในโรงพยาบาลนเรศวร แลประชาชนทั่วไป ระหว่างวันที่ 19-22 ตุลาคม 2563 รวม 4 วัน มีผู้ร่วมรับประทานอาหารเจ จำนวน 400 กว่าคน โดยปีนี้ผู้มารับประทานอาหารเจร่วมกับฉือจี้ใน 3 จุดบริการ รวมทั้งสิ้น 3,033 คน

 

20201021-039-bylek
จิตอาสาฉือจี้เขตพุทธมณฑลจัดเทศกาลกินเจบริการอาหารเจให้กับพี่น้องประชาชนในชุมชน ณ ชุมชนสงวนคำ ระหว่างวันที่ 17-23 ตุลาคม 2563 รวม 7 วัน

 

20201019-22 bypitsanulok
จิตอาสาฉือจี้จังหวัดพิษณุโลกที่ร่วมแรงร่วมใจกันบริการอาหารเจให้กับบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยในโรงพยาบาลนเรศวร ระหว่างวันที่ 19-22 ตุลาคม 2563 รวม 4 วัน

 

 


   เรื่อง  ดรรชนี สุระเทพ     ภาพ  พิณญ์ธิชา จันทร์สุขศรี, ดรรชนี สุระเทพ

 

ถุงยังชีพฉือจี้(ระยะ2) ร่วมใจสู้ภัยโควิด-19

202000921 cover-ok resize

 สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 ไม่เพียงส่งผลกระทบกับสุขภาพของผู้คนทั่วโลกจำนวนมาก แต่ยังกระทบกับเศรษฐกิจ และทำให้ผู้คนไม่น้อยต้องเผชิญกับความยากลำบากในการดำเนินชีวิต ไม่ว่าจะเป็นคนที่ต้องตกงานเนื่องจากบริษัทปิดกิจการ หรือคนที่มีรายได้ลดลงอย่างกะทันหัน ในยามนี้ทุกคนจึงพยายามขวนขวายหาหนทางลดค่าใช้จ่าย เพื่อหลีกเลี่ยงการต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตความหิวโหย

 


 

โครงการช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคโควิด-19 ระยะที่1 ของมูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวันในประเทศไทย ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ วันที่ 23 เมษายน จนถึงวันที่ 29 สิงหาคม 2563 โดยดำเนินการจัดกิจกรรมมอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อน ในพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่, อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี, อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี, ตำบลบางเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ, อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม และ 16 เขตของกรุงเทพมหานคร ซึ่งประกอบไปด้วย เขตประเวศ เขตสวนหลวง เขตบางนา เขตวังทองหลาง เขตบางกะปิ เขตสะพานสูง เขตมีนบุรี เขตลาดกระบัง เขตคลองสามวา เขตหนองจอก เขตห้วยขวาง เขตวัฒนา เขตพระโขนง เขตคลองเตย เขตปทุมวัน และเขตหนองแขม ภายในระยะเวลา 71 วัน รวม 117 รอบ ได้มอบถุงยังชีพไปทั้งสิ้น 54,840 ชุด

 

ตารางสรุปจำนวนการมอบถุงยังชีพฉือจี้(ต่อเนื่อง 3 ครั้ง) ระยะที่ 1 Bar-Chart


นอกจากจะช่วยบรรเทาความทุกข์ยากให้กับประชาชนทั่วไปที่เดือดร้อนแล้ว มูลนิธิพุทธฉือจี้ยังได้จัดกิจกรรมมอบถุงยังชีพรอบพิเศษขึ้น เพื่อขอบคุณเจ้าหน้าที่สำนักงานเขต ที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจ ทำงานอยู่เบื้องหลังช่วยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนอย่างไม่ย่อท้อ จนสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ค่อนข้างวิกฤตมาได้

 

20200710-093-bylek-r resize

ในการมอบถุงยังชีพรอบพิเศษ เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตระดมกำลังขนย้ายสิ่งของในถุงยังชีพ เพื่อนำไปมอบช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ผู้ทุ่มเททำงานเหน็ดเหนื่อยในช่วงวิกฤติโควิด-19

 

20200712-521-bylek resize

 จิตอาสาส่งมอบความห่วงใยจากท่านธรรมาจารย์เจิ้งเอี๋ยนและบอกเล่าเรื่องราวฉือจี้

 

20200712-071-bylek resize

 พิธีมอบถุงยังชีพฉือจี้ ทุกคนร่วมแสดงภาษามือประกอบเพลงครอบครัวเดียวกัน เพื่อเสริมสร้างกำลังใจซึ่งกันและกัน 

 

ร่วมด้วยช่วยกัน ผ่านพ้นวิกฤต

คนหาเช้ากินค่ำ ซึ่งมีความเป็นอยู่อัตคัดขัดสนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อมาเจอวิกฤติครั้งนี้ ยิ่งตกทุกข์ได้ยาก ไม่รู้ว่าวันต่อไปจะมีข้าวกินหรือไม่ ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีจากฉือจี้ ผ่านถุงยังชีพน้ำหนักเกือบ 20 กิโลกรัม ประกอบด้วย ข้าวสาร น้ำตาล น้ำมัน เกลือ ขนมข้าวอบกรอบ น้ำผักผลไม้และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไม่เพียงช่วยทำให้พวกเขาอิ่มท้อง แต่ยังมอบแรงใจให้ทุกคนได้อุ่นใจว่า มิได้กำลังเผชิญปัญหาอยู่เพียงลำพัง หลังจากได้รับสิ่งของ ทำให้รอยยิ้มแห่งความสุขแต่งแต้มลงบนใบหน้าที่เคยเศร้าหมอง

 

20200526-472-bylek

จิตอาสาบริการสแกนคูปองรับถุงยังชีพ จากผู้มีสิทธิ์รับความช่วยเหลือ 

 20200820-327-bylek

จิตอาสาฉือจี้มอบสิ่งของช่วยเหลือผ่านถุงยังชีพ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้ที่เดือดร้อน

 

20200718-116-bylek

จิตอาสาฉือจี้มอบสิ่งของช่วยเหลือผ่านถุงยังชีพ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้ที่เดือดร้อน

 

20200620-130-bylek

 ประชาชนรับมอบถุงยังชีพจากจิตอาสาฉือจี้ด้วยความสุข

 

20200712-131-bylek resize

ถุงยังชีพฉือจี้ประกอบไปด้วยข้าวสาร ครอบครัวละ 10 กิโลกรัม 

 20200521-054-bylek

 ถุงยังชีพฉือจี้ เป็นกำลังใจให้ทุกคนยืนหยัดสู้วิกฤติครั้งนี้

 

20200501-132-bylek resize

ชาวฉือจี้ยินหยัดเคียงข้าง เพื่อช่วยบรรเทาความทุกข์ยากในช่วงวิกฤต

 

20200711-058-bylek resize

"บุญต่อบุญ" จิตอาสาฉือจี้เชิญชวนผู้รับถุงยังชีพ ร่วมทำบุญตามกำลังศรัทธา สร้างวัฏจักรแห่งความรักและความดี

 

20200713-135-bylek

 ประชาชนรับถุงยังชีพฉือจี้กลับไปด้วยความสุข

 20200528-009-bydatchanee

 

ท่านธรรมาจารย์เจิ้งเอี๋ยน ภิกษุณีผู้ก่อตั้งมูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวัน ปรารถว่า “ที่ใดมีความทุกข์ ที่นั่นย่อมมีพระโพธิสัตว์จุติขึ้น” การมอบถุงยังชีพจำนวนมาก ในระยะเวลายาวนานต่อเนื่องนานกว่า 4-5 เดือน หากขาดซึ่งกำลังจิตอาสา ผู้มีจิตศรัทธาในสังคม อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ย่อมยากที่จะดำเนินการให้สำเร็จลุล่วงไปได้ จากโครงการนี้ได้ระดมกำลังจิตอาสาฉือจี้รวม 1,249 คน เจ้าหน้าที่มูลนิธิ 436 คน เจ้าหน้าที่รัฐ 1,144 คน และจิตอาสาผู้มีจิตศรัทธาในสังคม 1,839 คน โดยทุกคนล้วนมาด้วยใจ เพื่อช่วยเหลือให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ สามารถผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้

 

 20200912-070-bylek-2 resize

จิตอาสาฉือจี้ประชุมร่วมกับผู้นำชุมชน สร้างความเข้าใจถึงเงื่อนไขและรายละเอียดเกี่ยวกับการมอบถุงยังชีพในระยะที่ 2 

 

ช่วยเหลือต่อเนื่อง เคียงข้างจนยืนหยัดได้เองอีกครั้ง

ตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน 2563 เป็นต้นมา ด้วยคำชี้แนะของท่านธรรมาจารย์เจิ้งเอี๋ยน มูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวันในประเทศไทย กำลังดำเนินโครงการช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคโควิด-19 ระยะที่ 2 โดยจะส่งมอบถุงยังชีพ แก่ผู้ที่เดือดร้อนต่อเนื่องอีกสามเดือน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระความทุกข์ยาก เคียงข้างให้ทุกคนสู้ต่อไปได้อย่างอิ่มท้อง จนสามารถกลับมายืนหยัดได้ด้วยตนเองอีกครั้ง



   เรื่อง  บุษรา สมบัติ     ภาพ  พิณญ์ธิชา จันทร์สุขศรี, ดรรชนี สุระเทพ

 

ช่วยเหลือซ่อมแซมบ้าน ปรับปรุงที่อยู่อาศัยให้ดียิ่งขึ้น

 

20200915casehomerepaircover3

 

จากโครงการมอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนจากโรคโควิด-19 ต่อยอดสู่การให้ความช่วยเหลือด้านการกุศล เมื่อทราบว่าคุณประทุมมาศ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับถุงยังชีพ มีชีวิตความเป็นอยู่ยากลำบาก หลังคาและฝ้าเพดานที่เช่าอาศัยอยู่พังเสียหาย ฝนตกจึงมีน้ำรั่วเกือบทั่วทั้งบ้าน จิตอาสาฉือจี้จึงลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน จากนั้น มีมติให้ความช่วยเหลือรับดูแลเป็นครอบครัวผู้ยากไร้ที่ฉือจี้ให้การดูแลระยะยาว อีกทั้งยังช่วยเหลือซ่อมแซมบ้าน เพื่อหวังให้พวกเขามีที่อยู่อาศัยที่ดีขึ้น


บ้านพัง ชีวิตทรุด


“ฝ้าหล่นลงมาหมดเลย มันผุจนมันยึดไม่อยู่ แล้วมันก็หล่นลงมา และที่แย่ก็คือ น้ำรั่วลงมาเยอะไม่พอ พวกสัตว์มีพิษก็เข้าบ้านด้วย” คุณประทุมมาศ หวนเล่าถึงชีวิตที่เคยพักอาศัยอยู่ในบ้านซึ่งพังทรุดโทรมมานานหลายปี แม้ตอนนี้จะก้าวผ่านช่วงเวลานั้นมาแล้ว แต่ทุกข์แสนสาหัสที่พานพบซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยังคงอยู่ในความทรงจำ ยากที่จะเลือนหายได้ในเร็ววัน


บ้านสีขาวหลังเล็กกระทัดรัดท้ายสวนแห่งหนึ่งใน ต.หนองงูเหลือม อ.เมือง จ.นครปฐม คือบ้านที่คุณทรงพลและคุณประทุมมาศ สองสามีภรรยา เช่าอาศัยกับลูกชาย 3 คน และลูกสาวอีก 1 คนมานานถึง 14 ปีแล้ว บ้านซึ่งเจ้าของเมตตาปล่อยให้เช่าราคาย่อมเยาหลังนี้ แรกเริ่มเดิมทีสภาพไม่ค่อยดีเท่าใดนัก แต่หลังผ่านการซ่อมแซมจากคุณทรงพลผู้เป็นสามีแล้ว ก็กลายเป็นที่พักอาศัยที่สามารถหลบแดด หลบฝนได้ไม่ต่างจากบ้านทั่วไป


3
โครงหลังคาที่ทำด้วยไม้ผุพัง หลังคาที่เคยบังแดดกันฝนได้เริ่มแตกหัก ฝ้าเพดานก็ผุพังและเต็มไปด้วยเชื้อรา เมื่อฝนตกจึงมีน้ำรั่วคล้ายกับอยู่นอกบ้าน พวกเขาไม่สามารถหลับนอนได้ ได้แต่หาภาชนะมารองน้ำ


ทว่า สรรพสิ่งย่อมเสื่อมสภาพไปตามวันเวลา โครงหลังคาที่ทำด้วยไม้เริ่มผุพัง ทำให้หลังคาที่เคยบังแดดกันฝนได้เริ่มแตกหัก เมื่อฝนตกจึงเกิดรูน้ำรั่วทะลุลงไปฝ้าเพดาน เช่นนี้หลายครั้งหลายครา ซ้ำแล้วซ้ำเล่า น้ำจึงรั่วทะลุฝ้าเพดานลงสู่พื้นด้านล่าง รูน้ำรั่วจากหนึ่งขยายวงกว้างทั่วทั้งบ้าน ฝนตกคราใดพวกเขาจึงได้แต่หาภาชนะต่างๆมารองน้ำฝนที่ไหลเทลงมาราวกับฟ้ารั่ว แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นครั้งๆไป พร้อมกับสวดอธิษฐานวิงวอนต่อพระเจ้า ขอให้ฟ้าฝนหยุดโดยเร็ว


หลังคารั่วส่งผลกระทบต่อชีวิตทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยเฉพาะคุณประทุมมาศซึ่งถูกรุมเร้าด้วยโรคภัยมากถึง 8 โรค ได้แก่ โรคหอบหืด โรคไขมันในโลหิตสูง โรคความดันโลหิตสูง โรคไมเกรน โรคซึมเศร้า โรคไซนัสจมูก โรคภูมิแพ้ และกระดูกสันหลังหักจากอุบัติเหตุ ดังนั้น เมื่อพักผ่อนน้อยจากการตื่นกลางดึกคอยหลบรูน้ำรั่วในฤดูฝน เครียดกังวลจากการหวาดระแวงกับสัตว์มีพิษเข้าบ้าน หรือหอบหืดและภูมิแพ้กำเริบจากปัญหาฝ้าเพดานที่เปียกชื้นมานานจนเต็มไปด้วยเชื้อรา ส่งผลให้สุขภาพของคุณประทุมมาศย่ำแย่ลงไปทุกวัน เข้าออกโรงพยาบาลบ่อยราวกับเป็นบ้านหลังที่สอง

 


7
นอกจากมอบถุงยังชีพต่อเนื่องสามเดือนแล้ว จิตอาสายังลงพื้นที่เยี่ยมบ้านคุณประทุมมาศ โดยในระหว่างเยี่ยมบ้านนั้น คุณกุศลิน เล็กคำ ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายสภาพที่อยู่อาศัยของครอบครัวคุณประทุมมาศ

 

5
หลังผ่านมติจากจิตอาสาแล้ว จึงรับคุณประทุมมาศเป็นครอบครัวที่ฉือจี้ให้ความช่วยเหลือระยะยาว และอนุมัติช่วยเหลือซ่อมแซมบ้าน ปรับปรุงที่อยู่อาศัยให้ดียิ่งขึ้น โดยเริ่มซ่อมแซมบ้านตั้งแต่ 29 มิถุนายน -31 กรกฏาคม


แม้อยากจะปลดเปลื้องตัวเองออกจากพันธนาการความทุกข์ เดินออกจากสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยที่ย่ำแย่นี้เพียงใด แต่ด้วยความยากจนและภาระหนี้สินมากมาย ทำให้คุณประทุมมาศและครอบครัวไม่สามารถไปหาที่อยู่อาศัยที่ดีกว่านี้ได้ จึงได้แต่อดทนต่อไป “เรื่องฝ้าที่มันผุและมันมีเชื้อโรค หมอก็แนะนำว่าให้ย้ายบ้าน ก็ถามว่าจะย้ายไปไหน ไม่ใช่ว่ามีเงิน เราเป็นคนจน จะให้ย้ายที่ไหนได้ ก็ต้องทนอยู่อย่างนี้ ” คุณประทุมมาศแบ่งปัน


ปัญหาดังกล่าวข้างต้น ทำให้คุณทรงพล ผู้ซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัวต้องรับภาระอันหนักอึ้ง สร้างความกดดันอันส่งผลกระทบลูกโซ่ต่อชีวิตครอบครัว “ตอนนั้นมีเป้าหมายหลักของเราก็คือ “เงิน” เพราะฉะนั้นเราก็ต้องทำงาน ต้องทุ่มเทกับงาน สุดท้ายผลตอบแทนก็คือ สภาพร่างกายเราก็แย่ ความสัมพันธ์ในครอบครัวเราก็เสื่อมถอย” คุณทรงพลแบ่งปัน


“ความสัมพันธ์ภายในบ้าน มันแทบจะไม่ได้คุยกันเลย หรือไม่คุยแล้วก็ทะเลาะกัน” คุณประทุมมาศ ผู้เป็นภรรยา แบ่งปันถึงความสั่นคลอนในครอบครัว ซึ่งไม่ต่างจากสภาพบ้านที่ชำรุดทรุดโทรม

 


ถุงยังชีพฉือจี้ ต่อชีวิตให้มีความหวัง


การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยิ่งซ้ำเติมชีวิตให้ย่ำแย่ ทั้งคุณทรงพลซึ่งเคยทำงานเกี่ยวกับหล่อทองเหลือง และคุณประทุมมาศซึ่งรับจ้างล้างจานต่างตกงาน เมื่อไม่มีงานทำก็ไม่มีรายได้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และค้างค่าเช่าบ้านเป็นเวลาหลายเดือน


คุณประทุมมาศและลูกสาววัย 15 ปี ซึ่งมีความบกพร่องทางสติปัญญา แต่สามารถอ่านออกเขียนได้ดีไม่ต่างจากเด็กทั่วไป ช่วยกันหาช่องทางติดต่อขอความช่วยเหลือผ่านสื่อโซเซียล จนวันหนึ่งพบการแชร์โพสต์การมอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 ของมูลนิธิพุทธฉือจี้ฉือจี้ในประเทศไทยในเฟซบุ๊ก ทั้งสองจึงลองขอความช่วยเหลือเข้ามายังกล่องข้อความเฟซบุ๊กของฉือจี้ หวังว่าอย่างน้อยจะได้รับข้าวสารและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปประทังชีวิตไปได้บ้าง

 

20200607-070-bysingharat
ฉือจี้มอบถุงยังชีพต่อเนื่องสามเดือนให้กับคุณประทุมมาศ โดยนัดให้คุณประทุมมาศมารับถุงยังชีพในจุดแจกของใกล้บ้าน


หลังจากได้รับข้อมูลที่คุณประทุมมาศส่งมาในกล่องข้อความแล้ว ฉือจี้จึงพิจารณาให้ความช่วยเหลือมอบถุงยังชีพต่อเนื่องสามเดือน โดยหวังว่า ข้าวสาร น้ำมันพืช น้ำตาล เกลือ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำผลไม้ และขนมอบกรอบในถุงยังชีพที่ฉือจี้มอบให้ในแต่ละเดือนนั้น จะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนให้คุณประทุมมาศและครอบครัวในวิกฤตโรคระบาดนี้ไปได้ คุณประทุมมาศแบ่งปันความรู้สึกว่า “บอกตรงๆว่า(ถุงยังชีพ)มันหนัก ของก็เยอะมาก ดีใจที่ว่าของเยอะอย่างนี้ มันก็สามารถทำให้เรามีชีวิตอยู่ได้อีกหลายวัน ทำให้เราไม่ต้องซื้อ เพราะถ้าซื้อก็คงเป็นเงินจำนวนก้อนเลยค่ะ”

 

4
ในระหว่างซ่อมแซมบ้าน หากต้องการกำลังคนช่วยสนับสนุน จิตอาสาฉือจี้ก็ยินดีให้ความช่วยเหลือ เช่น ช่วยขนกระเบื้องหลังคาที่ถูกรื้อออกมาไปยังพื้นที่นอกบ้าน เป็นต้น

 

จากการช่วยเหลือฉุกเฉิน สู่การช่วยเหลือระยะยาว


ในขณะเดียวกัน ภาพหลังคารั่ว ฝ้าเพดานทะลุและเต็มไปด้วยเชื้อรา ที่คุณประทุมมาศส่งมาทางกล่องข้อความเฟซบุ๊กฉือจี้แล้ว ยังทำให้จิตอาสาฉือจี้รู้สึกห่วงใยในสภาพความเป็นอยู่ ดังนั้น ไม่เพียงให้การช่วยเหลือด้วยการมอบถุงยังชีพต่อเนื่องสามเดือน หากยังลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน เมื่อเห็นถึงสภาพความเดือดร้อนของคุณประทุมมาศแล้ว จิตอาสาจึงมติช่วยเหลือฉุกเฉิน 1 เดือน และภายหลังรับดูแลระยะยาว โดยมอบเงินสงเคราะห์เดือนละ 2,000 บาท สำหรับให้คุณประทุมมาศใช้จ่ายค่าเดินทางไปพบแพทย์และในชีวิตประจำวันทั่วไป พร้อมทั้งอนุมัติความช่วยเหลือซ่อมแซมบ้าน ปรับปรุงที่อยู่อาศัยให้ดียิ่งขึ้น


คุณเลี่ยวเปิ่นหยาว ตัวแทนจิตอาสาฉือจี้ แบ่งปันว่า “จากที่เราเดินทางมาสำรวจก็ได้พบว่า โครงสร้างของผนังบ้านยังแข็งแรงดีอยู่ แต่ว่าหลังคาบ้านผุพังลงมาแล้ว เพราะว่าโครงหลังคาทำด้วยไม้ เพราะฉะนั้นจึงมีข้อสรุปว่าจะช่วยเหลือซ่อมแซม โดยใช้เหล็กตัวซีมาทำโครงหลังคาแทนไม้ที่ผุพังไป ซึ่งก่อนอื่นเลยเราจะรื้อฝ้าเพดานออกทั้งหมดก่อน เพื่อจะได้เห็นอะไรได้ชัดเจนมากขึ้น และจะทำความสะอาดในส่วนใต้หลังคาให้เรียบร้อย”

 

20200731-040-bydatchanee
ผู้ใหญ่บ้านและอบต.หนองงูเหลือม ต่างก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีเช่นกัน จัดสรรจิตอาสามาช่วยเหลืออย่างเต็มที่ จึงทำให้การซ่อมแซมปรับปรุงบ้านให้กับคุณประทุมมาศในครั้งนี้ เต็มไปด้วยร่องรอยของความรักและการร่วมแรงร่วมใจกันจากทุกคน


ประจวบเหมาะกับการขอความช่วยเหลือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ที่คุณประทุมมาศเคยขอความช่วยเหลือไปยังทางอบต.หนองงูเหลือม และทางอบต.ฯได้ช่วยประสานความช่วยเหลือไปยังพัฒนาสังคมและความมั่งคงของมนุษย์จังหวังนครปฐม ได้รับการอนุมัติช่วยเหลือพอดี โดยสนับสนุนเหล็กสำหรับทำโครงหลังคา จึงทำให้การซ่อมแซมปรับปรุงบ้านให้กับคุณประทุมมาศในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนทั้งหน่วยงานภาครัฐและมูลนิธิฉือจี้ไปในขณะเดียวกัน

 


mix2
จิตอาสาช่วยกันเก็บขยะ เก็บกวาดกิ่งไม้ ใบไม้แห้ง และเช็ดประตูกระจก เพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยให้ครอบครัวคุณประทุมมาศ


mix3
จิตอาสาช่วยทาสีเพื่อปรับปรุงสภาพที่อยู่อาศัยของครอบครัวคุณประทุมมาศ


การซ่อมแซมบ้านเริ่มขึ้นตั้งแต่ 29 มิ.ย. – 31. ก.ค. 2563 ทั้งกระเบื้องเก่าแตกหัก โครงหลังคาที่ผุพัง ฝ้าเพดานที่เต็มไปด้วยราดำและรูน้ำรั่ว ถูกแทนที่ด้วยโครงหลังคาเหล็กแข็งแรงมั่นคง หลังคาและฝ้าเพดานใหม่ ในระยะเวลาหนึ่งเดือนนี้ นอกจากช่างก่อสร้างที่ฉือจี้ว่าจ้างให้มาช่วยซ่อมแซมบ้านแล้ว หากการซ่อมแซมบ้านขั้นตอนใด ต้องการกำลังคนช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก จิตอาสาฉือจี้ก็ยินดีให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างยิ่ง ส่วนทางผู้ใหญ่บ้านและอบต.หนองงูเหลือม ต่างก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีเช่นกัน จัดสรรจิตอาสามาช่วยเหลืออย่างเต็มที่


คุณพิเชษฐ ไทยวัฒนานนท์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.หนองงูเหลือม อ.เมือง จ.นครปฐม แบ่งปันว่า “ดีใจแทนลูกบ้าน ที่ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือ ประสานใจกันทุกคนในการช่วยผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่ครับ”

 

mix5
จิตอาสาช่วยกันทำแปลงผักสวนครัวในพื้นที่ว่างข้างบ้าน เพื่อหวังให้คุณประทุมมาศและครอบครัวมีผักสดปลอดสารพิษรับประทาน ประหยัดค่ากับข้าวในแต่ละวันได้


นอกจากนี้จิตอาสาฉือจี้ยังเดินทางไปเยี่ยมเยียนคุณประทุมมาศบ่อยครั้ง เมื่อทราบว่าลูกสาวคนเล็กขาดแคลนชุดนักเรียน จิตอาสาฉือจี้ในพื้นที่ก็ยินดีเรี่ยไรน้ำใจ ร่วมบริจาคเงินสนับสนุนชุดนักเรียนสำหรับปีการศึกษาใหม่ เมื่อสังเกตเห็นว่าบริเวณบ้านเต็มไปด้วยขยะมากมาย จิตอาสาฉือจี้ก็ค่อยๆสอนให้คุณประทุมมาศรู้จักรักษาความสะอาด คัดแยกขยะสำหรับกำจัดทิ้ง และขยะรีไซเคิลที่สามารถนำไปขายเพื่อเป็นรายได้ อีกทั้งยังทำแปลงผักสวนครัวเล็กๆ ในพื้นที่ว่างข้างบ้าน เพื่อหวังให้คุณประทุมมาศและครอบครัวมีผักสดปลอดสารพิษรับประทาน ประหยัดค่ากับข้าวในแต่ละวันได้


mix4
คุณประทุมมาศชี้บริเวณจุดที่เคยน้ำรั่ว ซึ่งเมื่อผ่านการซ่อมแซมบ้านแล้ว ก็ไม่ต้องคอยกังวลเวลาฝนตกอีกต่อไป


ซ่อมบ้าน ซ่อมชีวิต สานสัมพันธ์ในครอบครัว


ในที่สุดวันที่รอคอยก็มาถึง บ้านเก่าทรุดโทรม กลายเป็นบ้านสภาพใหม่ สร้างความอุ่นใจให้ผู้อาศัยได้ไม่น้อย “ตอนแรกบ้านมันดูมืดครึ้ม ดูเหมือนมีแต่ความผิดหวัง มีแต่ความเศร้า ตอนนี้มันเหมือนคนละหลังเลย มันเหมือนบ้านที่กำลังมีความรัก มีความรักจากคนทุกคนที่ส่งมาให้ค่ะ” คุณประทุมมาศแบ่งปันด้วยความซาบซึ้งใจ พร้อมกับมองดูบ้านด้วยแววตาแห่งความสุข


beforeafter
บ้านหลังเดิมเปลี่ยนโฉมใหม่น่าอยู่หลังผ่านการซ่อมแซม

 

20200731-109-bydatchanee
บ้านหลังเดิมเปลี่ยนโฉมใหม่น่าอยู่ ทำให้คุณทรงพลและคุณประทุมมาศเริ่มมีรอยยิ้มแห่งความสุข และใจเต็มไปด้วยความปีติ

 

คุณประทุมมาศยังแบ่งปันถึงบ้านหลังเดิมสภาพใหม่ ที่ส่งผลกระทบที่ดีทั้งทางร่างกายและจิตใจอีกว่า “จิตใจจากที่เศร้าหมอง จากคนที่อมทุกข์ อมโรค มันก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ก็คือ ยิ้มได้ ใจก็ไม่หงุดหงิด ไม่โมโหแล้วค่ะ ยิ่งได้บ้านสีขาวทำให้ใจเรานิ่ง ทำให้ใจเราสงบ และดูเหมือนตัวเองจะเริ่มแข็งแรงขึ้น ซึ่งคิดว่ามาจากสภาพรอบบ้านที่เอาของไม่ดีออกไปค่ะ ”


และจากการใช้ช่วงเวลาตกงานในวิกฤติโควิดช่วยงานซ่อมแซมบ้านตั้งแต่เริ่มต้น ทำให้คุณทรงพลได้อยู่บ้านตลอดเวลา ได้พักจากงานที่กดดันและเหนื่อยล้า คิดทบทวนเรื่องราวต่างๆ และตระหนักถึงความสำคัญของครอบครัวมากขึ้น “พอเราได้มาอยู่บ้าน หนึ่งเดือนสองเดือน ได้พูดคุย ได้รับรู้ความรู้สึก ได้รับรู้ปัญหา ได้รับรู้ถึงความต้องการ ผมคิดว่า บางครั้งการเยียวยา ยาที่ดีที่สุดก็คือ ยาของใจเราครับ สภาพบ้านที่ได้รับการซ่อมแซมก็คือมันสะอาด มันดูแล้วมันสบายหู สบายตา มันพัฒนาจิตใจของเรา และพัฒนาความสัมพันธ์ของครอบครัวไปด้วย”


“พอตั้งแต่ฉือจี้มาให้ความช่วยเหลือ ตอนนี้หมือนสามีจะดูแลมากขึ้น มีความรัก ความเมตตาให้กับลูกเมียมากขึ้น ” คุณประทุมมาศ แบ่งปันถึงการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีของความสัมพันธ์ในครอบครัวเช่นเดียวกัน


20200912-032-bydatchanee
จิตอาสาฉือจี้ติดสติ๊กเกอร์บนผนังบ้าน เพื่อแสดงถึงว่าการซ่อมแซมบ้านสิ้นสุดลงแล้ว ในโอกาสอันดีนี้ จิตอาสายังได้กล่าวคำอวยพรและให้กำลังใจกับคุณประทุมมาศและครอบครัว

 

12 กันยายน 2563 จิตอาสาฉือจี้ติดสติ๊กเกอร์บนผนังบ้าน เพื่อแสดงถึงว่าการซ่อมแซมบ้านสิ้นสุดลงแล้ว คุณกุศลิน เล็กคำ ตัวแทนจิตอาสาฉือจี้ กล่าวคำอวยพรและกำลังใจให้กับคุณประทุมมาศและครอบครัวว่า “ขอให้วันนี้และวันต่อๆไป ก็ขอให้ครอบครัวคุณประทุมมาศอยู่เย็นเป็นสุข ทำสิ่งใดก็ขอให้ประสบผลสำเร็จทุกอย่าง ขอให้คนในครอบครัวมีความรักต่อกันและกัน เอื้ออาทรต่อกัน และจิตอาสาฉือจี้ทุกๆคน ก็ขอขอบคุณที่ครอบครัวคุณประทุมทำให้พวกเราได้ร่วมทำความดีในครั้งนี้”


และคุณประทุมมาศยังเป็นตัวแทนของครอบครัวกล่าวขอบคุณทุกคนว่า “ขอบคุณคนที่มีจิตเมตตามากๆค่ะ ที่เงินของเขา มันสามารถเติมเต็มความรักในครอบครัว จากครอบครัวที่แตกแยก เข้ามาสมานฉันท์ทำให้ครอบครัวยังเป็นครอบครัว ทำให้สุขภาพจิตของคนๆนึงที่เป็นโรคหลายโรค มันทำให้สุขภาพจิตดีขึ้น และสักวันนึง เขาจะต้องแข็งแรง ก็คิดว่าจะต้องเป็นปกติให้ได้ค่ะ เพื่อครอบครัวและสังคม ที่เราจะได้มีโอกาสช่วยเหลือสังคมต่อไป”

 

20200912-038-bydatchanee
ความช่วยเหลือด้วยความจริงใจจากฉือจี้ จุดประกายความดีงามในจิตใจ คุณประทุมมาศร่วมหยอดเงินลงในกระปุกออมบุญทุกวัน เปลี่ยนบทบาทตนจากผู้รับเป็นผู้ให้ บริจาคน้ำใจให้ฉือจี้นำไปช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก

 

ความช่วยเหลือด้วยความจริงใจจากฉือจี้ จุดประกายความดีงามในจิตใจ คุณประทุมมาศร่วมหยอดเงินลงในกระปุกออมบุญทุกวัน เพื่อออมเงินน้อยสร้างบุญใหญ่ เปลี่ยนบทบาทตนจากผู้รับเป็นผู้ให้ คุณประทุมมาศแบ่งปันว่า “เงินส่วนน้อยเนี่ย บางทีมันไปรวมกับคนอื่นที่เขาน้อยเหมือนกันมันก็ได้มาก ก็อาจจะไปช่วยเหลือคนที่ตกทุกข์ได้ยากเหมือนกันค่ะ”

 

20200912-052-bydatchanee
พืชผักที่จิตอาสาช่วยกันปลูกให้ครอบครัวของคุณประทุมมาศ เริ่มให้ผลผลิตเก็บเกี่ยวได้บ้างแล้ว ซึ่งทำให้ประหยัดค่ากับข้าวในแต่ละวันได้


จิตอาสาฉือจี้ยังติดตามผลของการทำแปลงผักสวนครัวให้ครอบครัวคุณประทุมมาศ เมื่อครั้งมาช่วยงานซ่อมแซมบ้านในวันที่ 31 กรกฏาคมที่ผ่านมาพบว่า ระยะเวลาผ่านไป 1 เดือนกว่าๆ พืชพันธุ์ต่างๆเริ่มแตกหน่อออกใบ สามารถเก็บผลผลิตได้บ้างแล้ว คุณทรงพล แบ่งปันว่า “เราก็ได้เก็บผักพวกนี้มาทำอาหารในครอบครัว ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ทำให้เราดำรงชีวิตอยู่ได้ครับ”

 


20200912-065-bydatchanee
จิตอาสาฉือจี้พูดคุยให้กำลังใจและกล่าวคำอวยพรกับครอบครัวคุณประทุมมาศ


รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ เป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงว่า “ความสุข” ได้เกิดขึ้นอีกครั้งในครอบครัวนี้ และฉือจี้ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการซ่อมแซมบ้าน จะทำให้พวกเขามีความสุขกาย อุ่นใจ และหวังเช่นเดียวกันว่า การให้ความช่วยเหลือระยะยาวของฉือจี้ จะเป็นเสมือนกำลังใจเคียงข้างพวกเขาในการดำเนินชีวิตต่อไป

 

 


   เรื่อง ดรรชนี สุระเทพ       ภาพ กุศลิน เล็กคำ,ประทุมมาศ, ดรรชนี  สุระเทพ

 

 

ใส่ใจตรวจรักษา บำบัดทุกข์ผู้ลี้ภัย

 

20200830freecliccover

 

จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวันในประเทศไทยจึงหยุดดำเนินกิจกรรมบริการชุมชน รักษาพยาบาลฟรีชั่วคราวตามมาตรการพรก.ฉุกเฉินของรัฐบาลตั้งแต่เดือนมีนาคม ทว่า จิตอาสาฉือจี้ยังคงหาหนทางต่างๆนานา เพื่อช่วยบำบัดความทุกข์จากการเจ็บป่วยให้กับผู้ลี้ภัย โดยตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงต้นเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยอยู่ภายใต้ พรก.ฉุกเฉินนั้น จิตอาสาให้ผู้ลี้ภัยซึ่งมีความจำเป็นต้องใช้ยารักษาโรคต่อเนื่อง ลงทะเบียนบนเว็บไซต์ จากนั้น จัดสรรให้เจ้าหน้าที่ช่วยเดินทางไปรับยาที่โรงพยาบาลและนำมาส่งถึงมือพวกเขา พอปลายเดือนมิถุนายนซึ่งสถานการณ์โรคระบาดคลี่คลายแล้ว จิตอาสาจึงเปิดช่องทางให้ผู้ลี้ภัยที่มีความประสงค์พบแพทย์เพื่อรักษาอาการป่วย ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ จากนั้นจึงให้บริการรับ-ส่งพวกเขาไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล

ต่อมาในช่วงปลายเดือนสิงหาคม ก่อนกิจกรรมบริการชุมชน รักษาพยาบาลฟรี จะกลับมาเปิดให้บริการดังเดิม 1 สัปดาห์ จิตอาสาฉือจี้เดินทางไปยัง จ.สมุทรสาคร เพื่อร่วมปรึกษาพูดคุยกับบุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลบ้านแพ้ว เกี่ยวกับแนวทางการจัดกิจกรรมรักษาพยาบาลฟรี โดยมีสรุปสาระสำคัญดังนี้ 1.เพื่อหลีกเลี่ยงความแออัดจากการมีผู้คนจำนวนมากมารวมตัวกันในกิจกรรม จึงจำกัดจำนวนคนเข้ารับการรักษาไม่เกิน 300 คน 2.ให้บริการผู้ป่วยโรคเรื้อรังเป็นหลัก หากผู้ป่วยมีไข้ ไอ หรือปอดอักเสบ จะไม่สามารถเข้ามารับบริการในกิจกรรมรักษาพยาบาลฟรีได้ โดยให้ดำเนินการส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลของรัฐ  3.ไม่ให้ผู้ป่วยนั่งรอพบแพทย์ในช่วงเวลาเดียวกันเกิน 3 คน

 

20200830-015-bylek
เพื่อเป็นไปตามมาตรการป้องโรคอย่างเคร่งครัด จิตอาสาตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย บริการเจลล้างมือแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อโรคและหน้ากากอนามัยในบริเวณทางเข้า

 

ข้อจำกัดเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งท้าท้ายให้จิตอาสาต้องจัดเตรียมสถานที่และจัดสรรเวลาเป็นอย่างดี ดังนั้น จิตอาสาจึงต้องให้ผู้ประสงค์รับการรักษาลงทะบียนบนเว็บไซต์ล่วงหน้า เพื่อจำกัดจำนวนคนไม่ให้เกินกว่าที่กำหนดไว้ จิตอาสาฉือจี้ คุณหวังจงเสียน แบ่งปันว่า “ก่อนหน้านี้ประมาณเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม เราได้ให้ผู้ป่วยลงทะเบียนบนเว็บไซต์ แล้วเราก็พาผู้ป่วยไปรักษาที่โรงพยาบาล จนถึงเดือนเดือนสิงหาคม ยังเหลือผู้ป่วยที่ลงทะเบียนบนเว็บไซต์ประมาณ 100 คน ยังไม่ได้ไปหาหมอที่โรงพยาบาล เราก็ได้แจ้งให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้มาหาหมอในกิจกรรมฟรีคลีนิกวันนี้เลยครับ แล้วยังมีผู้ป่วยที่ลงทะเบียนบนเว็บไซต์เพื่อมาหาหมอเพิ่มอีก 200 คน ดังนั้น รวมๆกันแล้วก็จะมีผู้ป่วยประมาณ 300 คน ที่จะมารับบริการในกิจกรรมรักษาพยาบาลฟรีในวันนี้ (30 สิงหาคม)”

 

20200830-040-bylek
ภายในกิจกรรมทุกคนต่างสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าอยู่ตลอดเวลา และรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยระหว่างกัน

20200830-059-bylek

บุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลต่างๆเดินทางถึงตั้งแต่เช้าตรู่ ขนย้ายอุปกรณ์ทางการแพทย์ไปจัดเตรียมไว้ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับให้บริการผู้ป่วย

 

กิจกรรมบริการชุมชน รักษาพยาบาลฟรี เมื่อวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อเป็นไปตามมาตรการป้องโรคอย่างเคร่งครัด จิตอาสาตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย บริการเจลล้างมือแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อโรคและหน้ากากอนามัยในบริเวณทางเข้า ภายในกิจกรรมทุกคนต่างสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าอยู่ตลอดเวลา และรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยระหว่างกัน ส่วนบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลต่างๆ ก็เดินทางมาถึงสถานที่ตั้งแต่เช้าตรู่ ขนย้ายอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องไปจัดเตรียมไว้ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับให้บริการผู้ป่วย


คุณกาญจน์ พยาบาลจากโรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งมาร่วมกิจกรรมรักษาพยาบาลฟรีเป็นครั้งที่ 3 แล้ว รู้สึกยินดีที่ได้มาร่วมให้บริการพี่น้องผู้ลี้ภัย และรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เนื่องจากผู้ป่วยเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับยารักษาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เมื่อมีโอกาสร่วมกิจกรรมบริการผู้ป่วยเช่นนี้ คุณกาญจน์จึงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง และแบ่งปันความรู้สึกว่า “ผมคิดว่ามันเป็นความทุกข์ของเขานะครับที่เขาเจ็บป่วยอย่างนี้ ผมก็เลยคิดว่าเรามีโอกาสดีๆ มีโอกาสได้มาช่วยเหลือคนไข้อย่างนี้ เราก็ควรทำ และผมก็เต็มใจที่มาช่วยครับ”

 

20200830-174-bylek
พอทราบข่าวกิจกรรมรักษาพยาบาลฟรีจะจัดขึ้นอีกครั้งเมื่อหลายวันก่อน คุณสันติ พิบูลสัมฤทธิ์ แพทย์แผนจีน (ซ้าย 1) ก็ไม่พลาดโอกาสในการสร้างบุญ ตอบตกลงมาร่วมกิจกรรมรักษาพยาบาลฟรีครั้งนี้ในทันที

 

คุณสันติ พิบูลสัมฤทธิ์ แพทย์แผนจีน ซึ่งมาร่วมกิจกรรมรักษาพยาบาลฟรีต่อเนื่องนานถึง 4 ปีแล้ว หลายวันก่อน พอทราบข่าวกิจกรรมรักษาพยาบาลฟรีจะจัดขึ้นอีกครั้ง คุณสันติก็ไม่พลาดโอกาสในการสร้างบุญ ตอบตกลงมาร่วมกิจกรรมรักษาพยาบาลฟรีครั้งนี้ในทันที คุณสันติแบ่งปันว่า “ผมรู้แค่ว่าเป็นการทำบุญ ได้ช่วยเหลือคนไข้ ช่วยคนที่ตกทุกข์ได้ยาก ผมก็โอเคครับ” ในขณะเดียวกัน คุณสันติยังกำชับทุกคนให้หมั่นดูแลสุขภาพของตนเอง เพราะหากเราสุขภาพร่างกายแข็งแรง ก็จะสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้มากยิ่งขึ้น


พญ.ชฎาพร ชำนาญทองไพวัลท์ จากโรงพยาบาลบ้านแพ้ว แบ่งปันว่า ผู้ป่วยผู้ลี้ภัยมีโอกาสเข้าถึงบริการด้านการแพทย์ได้น้อยกว่าคนไทยทั่วไป ดังนั้น กิจกรรมรักษาพยาบาลฟรีของฉือจี้ จึงมีความสำคัญต่อผู้ลี้ภัยเป็นอย่างมาก “การที่กิจกรรมรักษาพยาบาลฟรีกลับมาจัดได้อีกครั้งใน 5 เดือน ทำให้ผู้ป่วยรับการรักษามากขึ้น อย่างคนที่มีโรคประจำตัวต่างๆ ไม่ว่าเป็นความดัน เบาหวาน ก็สามารถมา Follow up ได้ค่ะ”


20200830-142-bylek
จากการให้ผู้ป่วยลงทะเบียนรับบริการล่วงหน้า ทำให้กิจกรรมรักษาพยาบาลฟรีไม่แออัด สามารถรักษาห่างทางสังคมได้


20200830-028-bydatchanee
คุณจาเว็ดเล่าอาการป่วยของตน โดยมีแพทย์คอยรับฟังความทุกข์จากโรคภัยด้วยความใส่ใจ

จิตอาสาทำงานด้วยความมุ่งมั่น เหล่าแพทย์ต่างก็รับฟังความทุกข์จากโรคภัยของผู้ลี้ภัย และตรวจรักษาด้วยความใส่ใจ ทำให้ผู้ป่วยต่างรู้สึกซาบซึ้งใจ อย่างเช่น คุณจาเว็ด ซึ่งป่วยเป็นโรคนิ่วไต มารับบริการรักษาที่กิจกรรมรักษาพยาบาลฟรีฉือจี้เป็นระยะเวลาปีกว่าๆแล้ว เขาแบ่งปันความรู้สึกว่า “ผมรู้สึกดีใจมาก ที่ฉือจี้สามารถกลับมาจัดกิจกรรมฟรีคลินิกได้อีกครั้ง เพราะผมไม่สามารถหยุดกินยาได้ ถ้าจะไปซื้อยาข้างนอกก็แพงมากครับ ผมไม่มีเงินซื้อ ดังนั้น ผมรู้สึกดีใจมากที่ได้มารับการรักษาที่นี่ในวันนี้ ”


นอกจากนี้ คุณจาเว็ดยังฝากขอบคุณจิตอาสาและบุคลากรทางการแพทย์ทุกคน ที่ปฏิบัติต่อพวกเขาด้วยท่าทีให้เกียรติซึ่งกันและกัน ทำให้เขารู้สึกว่า หากไม่เหตุจำเป็นเร่งด่วนใดๆ เขาก็จะเลือกมารับบริการรักษาที่กิจกรรมรักษาพยาบาลฟรีของฉือจี้เป็นอันดับแรก และจากการร่วมแรงร่วมใจของจิตอาสาและบุคลากรทางการแพทย์ ทำให้กิจกรรมรักษาพยาบาลฟรีครั้งนี้สำเร็จลุล่วงอย่างราบรื่น มีผู้ลี้ภัยมารับบริการจำนวน 239 คน

 

20200830-240-bylek
เพื่อลดโอกาสการแพร่ระบาดและติดเชื้อ กิจกรรมรักษาพยาบาลครั้งนี้ จิตอาสาจึงทำอาหารกล่องมื้อเที่ยงแจกให้กับผู้ลี้ภัยนำกลับไปรับประทานที่บ้าน



20200830-227-bylek
จิตอาสายังตั้งจุดเบิกค่ารักษาพยาบาลและยื่นขอความช่วยเหลือด้านการกุศลภายในกิจกรรมรักษาพยาบาลฟรี เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ลี้ภัย

 

มูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวันในประเทศไทย จัดกิจกรรมบริการชุมชน รักษาพยาบาลฟรี ตั้งแต่ พ.ศ.2558 ต่อเนื่องเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน และในช่วงโรคโควิด-19 แพร่ระบาด ยังให้ความช่วยเหลือในด้านชีวิตความเป็นอยู่ประจำวันแก่ผู้ลี้ภัยที่ได้รับความเดือดร้อน เมื่อประจักษ์แจ้งในการช่วยเหลือของฉือจี้ที่มีต่อผู้ลี้ภัยมากมายเช่นนี้แล้ว สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR= United Nations High Commissioner for Refugees) จึงลงนามใน Exchange of Letters on health service for urban asylum seekers and refugees กับมูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวันในประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ปัญหาผู้ลี้ภัย และให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยในด้านการรักษาพยาบาลและชีวิตความเป็นอยู่ได้มากยิ่งขึ้น


โดยมี คุณสุกัญญา ริมพนาเวศ ประธานบริหารมูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวันในประเทศไทย และคุณ Giuseppe de Vincentiis ตัวแทนจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ร่วมลงนามในเอกสารข้อตกลงดังกล่าวข้างต้น คุณสุกัญญา แบ่งปันว่า “ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา พวกเราจิตอาสาฉือจี้ต่างก็ทุ่มแรงกายแรงใจในกิจกรรมรักษาพยาบาลฟรี เพื่อให้ความช่วยเหลือบรรดาผู้ลี้ภัย เราไม่เพียงให้ความช่วยเหลือด้านการรักษาพยาบาล หากยังให้ความช่วยเหลือด้านชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขา และในวันนี้ (19 สิงหาคม) พวกเราได้รับเกียรติอย่างสูงจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติในการลงนามร่วมกันครั้งนี้”

 

20200902-010-bydatchanee
สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติและมูลนิธิพุทธฉือจี้ร่วมลงนามใน Exchange of Letters on health service for urban asylum seekers and refugees เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ปัญหาผู้ลี้ภัย และให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยในด้านการรักษาพยาบาลและชีวิตความเป็นอยู่ได้มากยิ่งขึ้น

 


   เรียบเรียง  ดรรชนี สุระเทพ     ภาพ  พิณญ์ธิชา จันทร์สุขศรี, ดรรชนี สุระเทพ

 

สามัคคีคือพลัง ขอบพระคุณที่มีคุณ

 

202000808-09 cover

"สามัคคี คือ พลัง" คำกล่าวนี้ยังคงเป็นจริงอยู่เสมอ ด้วยความร่วมแรงร่วมใจกันของผู้มีจิตอาสาในสังคม ทำให้ภารกิจการมอบถุงยังชีพมากกว่า 56,000 ชุด เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 โดยมูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวันในประเทศไทยบรรลุผลตามวาระ วันที่ 8-9 สิงหาคม 2563 เพื่อขอบพระคุณจิตอาสาผู้ร่วมทำงานเสียสละ ชาวฉือจี้จึงจัดงาน “ขอบพระคุณที่มีคุณ” ขึ้น ณ สำนักงานมูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวันในประเทศไทย พร้อมทั้งเชิญชวนผู้ที่สนใจเข้าร่วมเป็นเครือข่ายจิตอาสา ผนึกกำลังเพื่อทำงานช่วยเหลือสังคมในวันข้างหน้าต่อไป

 


 

20200808-091-bylek resize

จิตอาสาฉือจี้ปรบมือประกอบเพลง "ยินดีต้อนรับ" เพื่อต้อนรับการมาเยือนของเหล่าแขกผู้มีเกียรติ

 

ใช้ความรัก ร่วมดูแลสังคม

จิตอาสาฉือจี้ คุณวีรวิชญ์ รัตติรวีโรจน์ ตัวแทนผู้ประสานงานในครั้งนี้ เล่าถึงวัตถุประสงค์ของงานครั้งนี้ว่า “จากการมอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 ทำให้เราได้รู้จักจิตอาสาจำนวนมาก ดังนั้น จึงถือโอกาสนี้ชักชวนทุกท่านเข้ามาผนึกกำลังกัน เพื่อสานต่อการทำความดีร่วมกับฉือจี้ในอนาคตต่อไปครับ  

 

เก้าอี้กว่า 250 ตัวในสถานธรรมจิ้งซือได้ถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ เตรียมต้อนรับแขกผู้มีเกียรติที่ทยอยเดินทางมาถึง แค่เพียงย่างก้าวเข้ามา ก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากจิตอาสาฉือจี้ที่ตั้งแถวร้องเพลง “ยินดีต้อนรับ” อย่างเป็นกันเอง ก่อนที่กิจกรรมจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในเวลา 9.00 น. ด้วยการรับชมวีดิทัศน์ประมวลภาพกิจกรรมย้อนหลัง และการกล่าวต้อนรับของประธานบริหารมูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวันในประเทศไทย คุณสุกัญญา ริมพนาเวศ

 

“ฉือจี้ได้ดำเนินการมอบถุงยังชีพช่วยเหลือประชาชนผู้เดือดร้อนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ตั้งแต่เดือนเมษายน จนถึงกรกฎาคม มากกว่า 56,000 ถุง นอกจากขอบพระคุณการสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องและการเสียสละของผู้มีจิตศรัทธาแล้ว ดิฉันขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และ ขอพรจากสิ่งศักดิ์ทั่วสากลโลก โปรดดลบันดาลให้ทุกท่านประสบแต่ความสุข ความเจริญ เมื่อทุกคนต่างร่วมดูแลสังคมด้วยความรัก ทำให้ผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากได้รับการดูแลช่วยเหลือ นี่เป็นหนึ่งในพลังที่รังสรรค์สร้างสังคมอันสงบสุขค่ะ”

20200808-148-bylek resize

ช่วงเวลา "แนะนำคน แนะนำงาน" จิตอาสาฉือจี้และแขกผู้มีเกียรติต่างทำความรู้จักซึ่งกันและกันอย่างเป็นกันเอง

 

20200808-161-bylek resize

การแสดงอันงดงาม เป็นที่ตราตรึงใจของผู้ชม

 

การแสดงถ่ายทอดธรรม เสิร์ฟน้ำชาสำนึกคุณ

แขกผู้มีเกียรติได้รับชมวีดิทัศน์แนะนำมูลนิธิพุทธฉือจี้ ซึ่งมีต้นกำเนิดจากไต้หวันเมื่อ 50 กว่าปีก่อน โดยดำเนินภารกิจทั้ง การกุศล การรักษาพยาบาล การศึกษา การส่งเสริมวัฒนธรรมอันดีงาม การบรรเทาภัยสากล การบริจาคไขกระดูก การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและอาสาสมัครชุมชน ตามคำกล่าวที่ว่า “หนึ่งย่างก้าว แปดรอยธรรม” ที่ขยายความช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรมไปทั้งห้าทวีปมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก เบื้องหลังของภาพทุกเหตุการณ์ที่ปรากฏ ล้วนเกิดขึ้นได้ด้วยความทุ่มเทเสียสละของผู้คนจำนวนมาก


แม้จะแตกต่างทางด้านภาษา แต่ภาพเหตุการณ์และดนตรีประกอบ ก็ช่วยถ่ายทอดเรื่องราวและความรู้สึกต่างๆ ได้ดียิ่งกว่าคำพูด จากนั้นจิตอาสาฉือจี้สามท่านได้ขึ้นเวทีเพื่อสาธิตการชงชา การจัดดอกไม้และแสดงจินตลีลาภาษามือประกอบเพลง ความงดงามอ่อนช้อย ทำให้ผู้ร่วมงานอดไม่ได้ที่จะคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบันทึกภาพอันน่าประทับใจนี้ไว้


ไม่เพียงการแสดงบนเวที แต่การเสิร์ฟน้ำชาล่างเวทีเองก็กำลังจะเริ่มต้นขึ้น จิตอาสาฉือจี้ประคองถือถาดน้ำชาเดินเข้ามาอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย เป็นภาพความงามสง่าที่ตราตรึงใจ เต็มเปี่ยมด้วยความขอบพระคุณ ก่อนที่จิตอาสาฉือจี้จะนำทุกคนร่วมจิบชา “ดี” สามประการ ได้แก่ จิบที่หนึ่งขอให้ “คิดดี” จิบที่สองขอให้ “พูดดี” จิบที่สามขอให้ “ทำดี”

 

20200808-186-bylek resize

จิตอาสาฉือจี้ประคองถาดน้ำชาเดินเข้าสู่พิธี เพื่อเตรียมมอบขอบพระคุณแขกผู้มีเกียรติ

 

20200808-068-byjanyaporn resize

 แขกผู้มีเกียรติรับน้ำชาจากจิตอาสาฉือจี้ ก่อนจะร่วม "จิบชาดี 3 ประการ" พร้อมกัน

 

เสียสละอย่างจริงใจ สำนึกคุณซึ่งกันและกัน

ในวันนี้ฉือจี้ยังได้รับเกียรติจาก นายวรเศรษฐ์ วิศาลศักดิ์ ผู้อำนวยการเขตประเวศ นางเรณู ซื่อสัตย์ ผู้อำนวยการเขตสวนหลวง นายอมฤต สุวรรณทิพย์ ผู้อำนวยการเขตสะพานสูง และนายวัชรเดช เกียรติชานน นายอำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี มาร่วมในโอกาสอันพิเศษนี้


นายวัชรเดช เกียรติชานน นายอำเภอบางกรวย กล่าวว่า ทางอำเภอบางกรวยได้รับความช่วยเหลือจากฉือจี้ โดยการมอบถุงยังชีพ ประมาณ 8,000 ชุดซึ่งผ่านมาแล้วสามเดือน นอกจากจะช่วยแบ่งเบาความทุกข์ยากของประชาชนแล้ว ยังทำให้ประชาชนในพื้นที่ มีความรู้สึกที่ดีกับส่วนราชการ และทุกภาคส่วนที่เข้าไปทำงานในพื้นที่อีกด้วย “จากแรกเริ่มหลังจากที่ทางรัฐบาลและจังหวัดนนทบุรี ได้กำหนดมาตรการและคำสั่งต่างๆ ออกไป เราเจอแรงต้านแรงเสียดทานมากมายในการทำหน้าที่ แต่หลังจากที่เราประสานเพื่อนำสิ่งของอุปโภคบริโภคไปมอบแล้วนั้น แรงต้านแรงเสียดทานเหล่านั้นก็ลดน้อยถอยลง ประชาชนในพื้นที่ ก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับทุกมาตรการทุกคำสั่ง ซึ่งทำให้เราสามารถควบคุมการแพร่ระบาดในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นครับ” นายวัชรเดช เกียรติชานน นายอำเภอบางกรวยกล่าว


นายวัชรเดชยังกล่าวเห็นด้วยถึงหลักธรรมคำสอนของท่านธรรมาจารย์เจิ้งเอี๋ยน ผู้ก่อตั้งมูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวัน ที่ให้คำชี้แนะทิศทางของการทำงานบรรเทาทุกข์จากภัยโควิด-19 ให้กับชาวฉือจี้ในครั้งนี้ว่า “ท่านธรรมาจารย์เจิ้งเอี๋ยนกล่าวว่า เมื่อที่ใดมีภัยพิบัติหรือมีความทุกข์ ที่นั่นจะมีพระโพธิสัตว์ปรากฏกายขึ้นเสมอ ซึ่งในส่วนตัวของผม คิดว่าเป็นเรื่องจริงครับ เพราะว่าเท่าที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเกิดภัยขึ้นที่ใดก็ตาม มนุษย์เราก็จะมีผู้ใจดีเข้าไปให้ความช่วยเหลือทุกที่ โดยไม่เคยทอดทิ้งกัน" 


นายวรเศรษฐ์ วิศาลศักดิ์ ผู้อำนวยการเขตประเวศ ยังได้กล่าวชื่นชมโครงการนี้ว่า “วันนี้ได้รู้ถึงแนวทางการทำงานของมูลนิธิ ก็ต้องขอชมเชยแล้วก็ขอชื่นชมกับมูลนิธิด้วยนะครับ ที่มีความตั้งใจจริงที่จะดูแลช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ไม่ว่าจะสถานการณ์ใดก็แล้วแต่”

20200809-242-bylek resize

แขกผู้มีเกียรติร่วมสมัครเป็นเครือข่ายการทำความดี เสียสละเพื่อสังคมต่อไป

 

รวมพลังสร้างสังคมที่เปี่ยมด้วย “รัก”

ภายในกิจกรรม ชาวฉือจี้ยังได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจ ร่วมสมัครเข้ารับการอบรม “จิตอาสาฉือจี้” เพื่อรู้จักฉือจี้ในเชิงลึกยิ่งขึ้น หรือร่วมเป็น “เพื่อนฉือจี้” สร้างพันธมิตรในการเสียสละเพื่อสังคมต่อไป

จิตอาสา คุณจิราภา มกรมณี ซึ่งเคยมาช่วยตัดผมฟรี ในกิจกรรมรักษาพยาบาลฟรีฉือจี้ นอกจากจะมาช่วยงานมอบถุงยังชีพในช่วงวิกฤตโควิด-19 ด้วยตนเอง ยังชักชวนคนรอบตัวมาร่วมทำงานเสียสละ กล่าวถึงความรู้สึกของการมาร่วมเป็นจิตอาสาว่า “ทุกคนต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า เมื่อมาทำงานที่ฉือจี้แล้วก็อยากมาอีกนะคะ เพราะเราได้เห็นความจริงใจที่ทุกคนมีให้กับพวกเรา ได้เห็นการทำงานที่เป็นระบบและตรงต่อเวลา นอกจากนี้ ยังได้สอนให้เราได้รู้จักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ช่วยเหลือซึ่งกันและกันมากยิ่งขึ้นด้วยค่ะ”

จิตอาสา ดวงสุดา จินดาดวง หนึ่งในผู้ที่ได้รับถุงยังชีพจากฉือจี้ และตัดสินใจมาร่วมเป็นจิตอาสา เปลี่ยนจากผู้รับเป็นผู้ให้ บอกเล่าถึงความสุขของการมาร่วมเป็นจิตอาสาเสียสละกับชาวฉือจี้ว่า “ก่อนหน้านี้ เราเคยหยิบยื่นให้แต่คนใกล้ตัวหรือแค่คนในครอบครัว แต่พอมาอยู่ตรงนี้ ฉือจี้ทำให้รู้สึกว่า เราต้องทำให้มันกว้างขึ้น ไม่ใช่เพราะว่าเราอยากได้ แต่เพราะว่าเราอยากให้ เพราะเรารู้สึกว่า การให้มันคือความสุขที่แท้จริงค่ะ”

20200809-032-byjanyaporn resize

จิตอาสาฉือจี้ ถือโอกาสแบ่งปันความรู้ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแก่แขกผู้มีเกียรติที่สนใจ

 

20200808-066-bylek resize

ผู้ร่วมงานร่วมเป็นหนึ่งในสมาชิกผู้บริจาค เป็นหนึ่งในพลังเล็กๆ ที่จะร่วมดูแลสังคมต่อไป 

 

เพราะเชื่อมั่นในฉือจี้ ว่าจะนำหยาดหยด “ความรัก” ทุกบาททุกสตางค์ไปส่งมอบถึงมือคนที่ต้องการความช่วยเหลือตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาคอย่างแท้จริง คุณสมชาย กลิ่นปาน จึงขอร่วมเป็นหนึ่งใน “สมาชิกผู้บริจาค” กับฉือจี้ ผ่าน “กระปุกไม้ไผ่ออมบุญ” ร่วมกันออมเงินน้อย สร้างบุญใหญ่ มอบความรักให้สังคมต่อไป

คุณสมชาย กลิ่นปานกล่าวว่า “การร่วมบริจาคระยะยาว ผ่านกระปุกออมบุญกับฉือจี้ ก็เหมือนผมได้มีส่วนร่วมในบุญนี้ด้วย ผมเป็นเหมือนขนนก ที่จะช่วยให้นกบินได้สูงและไกลยิ่งขึ้น ซึ่งตรงนี้ถือเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของผมครับ”

“ไปด้วยกัน จึงจะไปได้ไกล” เพราะความร่วมแรงร่วมใจและการสนับสนุนจากจิตอาสาทุกท่าน ทำให้งานที่เหมือนจะไม่มีวันเป็นไปได้นี้ สำเร็จลุล่วงลงด้วยดี ในขณะที่หลายคนต้องเผชิญกับ “วิกฤติ” แต่ก็ขอบพระคุณอีกหลายคนที่ถนอม “โอกาส” ในการร่วมเสียสละ ยื่นมือออกไปช่วยเหลือดูแลคนที่ยากลำบากกว่า ทำให้อีกหลายครอบครัวไม่ต้องกังวลกับความหิวโหย สามารถที่จะยืนหยัดเผชิญหน้ากับปัญหาต่างๆ ได้อย่างอิ่มท้อง

โดยหลังจากนี้ต่อไป ฉือจี้จะยังคงดำเนินการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ในระยะกลางและระยะยาวต่อไป ซึ่งยังต้องการกำลังกาย กำลังใจ และกำลังทรัพย์ สนับสนุนจากเหล่าจิตอาสาและผู้มีจิตเมตตาในสังคม

 


   เรื่อง  บุษรา สมบัติ     ภาพ  พิณญ์ธิชา จันทร์สุขศรี, จรรยพร เข้มแข็ง

 

 

ฉือจี้ช่วยเหลือคลองเตยล็อค 1-2-3 ร่วมเยียวยาผู้ประสบอัคคีภัย

 20200730 cover resize

“ตอนนี้ทุกคนต่างก็เดือดร้อน บ้างก็ไม่มีรายได้ บ้างก็ตกงานเพราะสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 กันอยู่แล้ว เคราะห์ซ้ำกรรมซัดยังมาเจอไฟไหม้บ้านอีก ชาวฉือจี้เราจะนิ่งเฉยได้อย่างไร จึงต้องรีบเข้าไปดูแล ยื่นมือให้ความช่วยเหลือค่ะ” จิตอาสาฉือจี้ คุณจางอิงหม่านกล่าว ขณะที่ติดตามคณะกรรมการชุมชน เดินทางเข้าไปสำรวจพื้นที่ประสบภัยไฟไหม้ ในพื้นที่ชุมชนคลองเตยล็อค 1-2-3 เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2563

 

survey

 จิตอาสาฉือจี้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย จากเหตุเพลิงไหม้ในชุมชนคลองเตย ล็อค1-2-3

 

survey

คณะกรรมการชุมชน นำจิตอาสาฉือจี้ลงสำรวจพื้นที่และสอบถามความต้องการของผู้ประสบภัย

 

“ไฟไหม้บ้าน” เคราะห์ซ้ำกรรมซัด

จากการลงพื้นที่ ทำให้ทราบว่าเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นเมื่อเย็นวันที่ 21 กรกฎาคมนั้น มีสาเหตุจากเจ้าของบ้านต้นเพลิง ได้เผาสายไฟเพื่อเอาทองแดงไปขาย แต่ไม่สามารถควบคุมไฟได้ จนลุกลามไปบริเวณรอบข้าง ซึ่งเป็นห้องแถวค่อนข้างแออัด ทำให้บ้านเรือนเสียหายนับสิบหลังคาเรือน เคราะห์ดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิต ด้านผู้ประสบภัย 25 ครอบครัว ต้องไปเช่าบ้านหรือพักอาศัยกับญาติพี่น้องเป็นการชั่วคราว โดยในปัจจุบันยังขาดแคลนเสื้อผ้าและสิ่งของเครื่องใช้ในการดำเนินชีวิต

คุณสุนีย์ หนึ่งในผู้ประสบภัยซึ่งมีสมาชิกครอบครัวในบ้านถึง 6 คน บอกเล่าถึงช่วงที่เกิดเหตุว่า เนื่องจากตนเองอยู่ห่างจากบ้านต้นเพลิงไม่ไกล เมื่อได้ยินผู้คนตะโกนว่า “ไฟไหม้” จึงให้ลูกสาวและลูกเขยรีบหอบหิ้วหลานชายตัวน้อยสองคนออกจากบ้านไปอยู่พื้นที่ปลอดภัยก่อนเป็นอันดับแรก ทำให้ไม่สามารถหยิบฉวยข้าวของอะไรออกมาได้เลย “ฉันออกมาทีหลังเพราะพิการเดินไม่ถนัด เมื่อสามีซึ่งพอดีกลับจากที่ทำงานมาช่วยประคองฉันออกไปนอกตัวบ้านได้ ทีมงานดับเพลิงก็แบกฉันขึ้นหลังออกไปที่ปลอดภัยอีกที เพราะตรงนี้ควันเต็มไปหมด ทำให้หายใจไม่ออก” คุณสุนีย์วัย 65 ปี เล่าว่าอาศัยอยู่ที่นี่มานานถึง 60 ปี เคยโดนไฟไหม้บ้านมาทั้งหมดสามครั้งสามครา แต่เมื่อถามว่าเคยคิดจะย้ายออกไปอยู่ที่อื่นไหม คุณสุนีย์กลับตอบมาว่า ยังคงเลือกที่จะสร้างบ้านใหม่บนที่ดินผืนเดิม เพราะอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิด ถือเป็น “บ้าน” เพียงแห่งเดียวที่ตนเองคุ้นเคย

survey

 จิตอาสาฉือจี้มอบของที่ระลึกให้แก่ประธานชุมชน พร้อมอวยพรให้อาการบาดเจ็บทุเลาลงและหายเป็นปกติในเร็ววัน

 

ด้วยความร่วมมือร่วมใจของเจ้าหน้าที่และประธานชุมชน ทำให้สามารถควบคุมเพลิงได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งระหว่างการดับเพลิง เนื่องจากต้องนำน้ำจากบ่อน้ำธรรมชาติบริเวณหน้าชุมชนมาใช้ แต่เพราะมีขยะไปติดเครื่องสูบน้ำทำให้มอเตอร์ระเบิด จนประธานชุมชนถูกน้ำร้อนลวกได้รับบาดเจ็บ เมื่อได้เห็นความทุ่มเทของประธานชุมชน จิตอาสาฉือจี้จึงมอบของที่ระลึก พร้อมทั้งอวยพรขอให้อาการทุเลาลงและกลับมาแข็งแรงในเร็ววัน

 

เคียงข้างดูแล ช่วยเหลือเยียวยา

เหล่าผู้ประสบภัยส่วนใหญ่เป็นคนหาเช้ากินค่ำ บ้างก็หาบเร่ค้าขาย บ้างก็เพิ่งจะตกงานเนื่องจากโรคโควิด-19 ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ยิ่งยากลำบาก คุณยายสำรวยหนึ่งในผู้ประสบภัยเล่าว่า “เพราะโควิด ทำให้ลูกชายของฉันที่ทำงานแถวท่าเรือคลองเตย ไม่มีงานมานานเป็นสัปดาห์แล้ว แต่ภาระค่าใช้จ่ายรวมถึงค่ายา ค่ารถไปหาหมอของฉันก็ยังคงต้องจ่าย แล้วบ้านยังมาเจอไฟไหม้อีก”

survey

 จิตอาสาฉือจี้จัดเตรียมเสื้อผ้ามือสองให้ผู้ประสบภัยมาเลือกหา เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อน

 

survey

 จิตอาสาฉือจี้กล่าวต้อนรับและให้กำลังใจแก่เหล่าผู้ประสบภัย

 

survey

 จิตอาสาฉือจี้อาศัยภาษามือประกอบเพลง "ครอบครัวเดียวกัน" เพื่อให้กำลังใจแก่ผู้ประสบภัย

 

วันที่ 30 กรกฏาคม จิตอาสาฉือจี้ดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัย 25 ครอบครัว รวม 75 คน ด้วยการมอบเงินสงเคราะห์ครอบครัวละ 3,000 บาท เสื้อผ้ามือสองและถุงยังชีพ ซึ่งภายในบรรจุด้วย ข้าวสารสิบกิโลกรัม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำมันพืชสองขวด น้ำตาล เกลือ น้ำผักผลไม้และขนมอบกรอบ นอกจากนี้ จิตอาสาในชุมชน คุณกุหลาบ คุ้มวณิชย์ ยังได้เตรียมหมี่ผัดและน้ำหวานมาบริการให้ทุกคนได้อิ่มท้อง เติมเรี่ยวแรงเพื่อกลับมายืนหยัดอย่างเข้มแข็ง และก้าวข้ามช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ต่อไป

จิตอาสาฉือจี้ คุณหวงเหลียนเจิน ให้กำลังใจทุกคนว่า “วันนี้แม้ตัวบ้านจะถูกไฟไหม้จนเสียหาย แต่ขอบคุณที่ทุกคนยังมีชีวิตรอดปลอดภัย จึงขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนเข้มแข็ง และดำเนินชีวิตต่อไปด้วยความกล้าหาญค่ะ”

คุณยายประมวล ซึ่งยังชีพด้วยรถเข็นหาบเร่ขายขนมครก ตั้งแต่เกิดเพลิงไหม้จนถึงวันนี้ ยังคงคิดมากจนไม่อยากออกไปทำมาค้าขาย วันนี้เมื่อได้รับกำลังใจ จึงพูดด้วยเสียงสะอื้นที่เปี่ยมด้วยความตื้นตันว่า “วันนี้ได้รับสิ่งของเยอะมาก ทั้งข้าวสารทั้งน้ำมัน มีครบถ้วนเลย ช่วยฉันได้มาก ดังนั้น ฉันจะกลับไปสู้ต่อค่ะ”

 

survey

 จิตอาสาฉือจี้มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยครอบครัวละ 3,000 บาท

 

donate

 จิตอาสาฉือจี้มอบถุงยังชีพ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและความห่วงใยแก่ผู้ประสบภัย

 

donate

 จิตอาสาในชุมชน คุณกุหลาบ คุ้มวณิชย์ (คนแรกจากซ้าย) เตรียมอาหารและเครื่องดื่มมาให้บริการแก่ผู้ประสบภัย

 

ระหว่างการมอบสิ่งของ จิตอาสาฉือจี้ชักชวนทุกคนร่วม “เติมบุญ” ด้วยการบริจาคตามกำลังและจิตศรัทธา หวังให้ความสุขจากการทำบุญร่วมแบ่งปันในวันนี้ เป็นพลังใจให้เหล่าผู้ประสบภัย ได้เห็นถึงคุณค่าและศักดิ์ศรีของของตนเอง แม้จะอยู่ในสภาวะยากลำบาก แต่ในขณะที่ตนเองเป็น “ผู้รับ” ก็ยังมีศักยภาพเป็น “ผู้ให้” ได้เสมอ

donate

 เหล่าผู้ประสบภัยต่างร่วมเติมบุญ ด้วยการบริจาคตามกำลังจิตศรัทธาของตนเอง


   เรื่อง  จางอิงหม่าน  แปลและเรียบเรียง  บุษรา สมบัติ     ภาพ  สิงหราช ชวนชม, พิณญ์ธิชา จันทร์สุขศรี

 

ยื่นมือช่วยเหลือ เคียงข้างผู้ลี้ภัย ก้าวผ่านโควิด-19


2020072webcover

 

ช่วยเหลือฉุกเฉิน หวังให้อิ่มกาย สบายใจ

จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 ส่งผลกระทบให้ประชาชนจำนวนมาก ต้องเผชิญกับความทุกข์ยากลำบากอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มูลนิธิพุทธฉือจี้จึงมี “โครงการช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนจากโรคโควิด-19” โดยการมอบถุงยังชีพต่อเนื่อง 3 เดือน ซึ่งกลุ่มเป้าหมายมิใช่เพียงประชาชนคนไทย หากแต่น้ำใจอันไร้ซึ่งชนชาติ เชื้อชาติและศาสนากั้น ยังโอบอ้อมอารีถึงชาวต่างชาติ ผู้ซึ่งจำต้องลี้ภัยมาพำนักอาศัยในประเทศไทยอีกด้วย

โดยตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคมที่ผ่านมา จิตอาสาฉือจี้ในเมืองไทยลงพื้นที่ต่างๆ เพื่อนำถุงยังชีพอันเปี่ยมไปด้วยความรักของฉือจี้มอบถึงมือผู้ลี้ภัย รวม 17 รอบ มีผู้ลี้ภัยได้รับความช่วยเหลือ รวม 3,400 ครอบครัว


20200528-169-bylek-faceblur
เมื่อได้รับนมผงจากฉือจี้แล้ว เด็กๆต่างรู้สึกดีใจกันถ้วนหน้า ส่วนผู้ปกครองก็รู้สึกคลายกังวล เพราะนมผงที่ได้รับจากฉือจี้ช่วยลดภาระในครอบครัวได้

ช่วงโรคโควิด-19 ระบาดเช่นนี้ จิตอาสามีความห่วงใยสุขภาพของเด็กๆผู้ลี้ภัย จึงนำนมผงที่ผู้ใจบุญนำมาบริจาค ส่งต่อมอบให้เด็กๆในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อเติมเต็มโภชนาการทางอาหารให้แก่พวกเขา จิตอาสาฉือจี้ คุณจิ้นหรงกาง แบ่งปันว่า “เรามอบนมผงสำหรับสองเดือนให้กับเด็กอายุ 0-1 ขวบคนละ 2 กล่อง และเด็กอายุ 1 -3 ขวบ คนละ 4 กล่อง เพราะว่าเด็กที่โตกว่าจะกินเยอะกว่าครับ ”

มีเด็กผู้ลี้ภัย รวม 124 คน ได้รับนมผงจากฉือจี้ หนึ่งในผู้ลี้ภัยชาวกัมพูชา แบ่งปันความรู้สึกด้วยความซาบซึ้งใจว่า “หนูดีใจมาก ก็ขอบคุณฉือจี้ด้วยนะคะ ขอบคุณมากๆเลย ถ้าไม่มีฉือจี้ช่วย ก็ไม่มีตังค์ซื้อให้ลูกกิน ”

 

ใส่ใจคนเจ็บป่วย บริการผู้ลี้ภัย รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้กิจกรรมบริการชุมชน รักษาพยาบาลฟรี ต้องหยุดดำเนินการชั่วคราวตั้งแต่เดือนมีนาคม และปัจจุบันก็ยังไม่ทราบวันเวลาที่สามารถจัดกิจกรรมได้ดังเดิม ด้วยความห่วงใยที่มีต่อผู้ป่วย เจ้าหน้าที่แผนกกิจกรรมรักษาพยาบาลฟรี จึงช่วยไปรับยารักษาโรคของผู้ป่วยที่โรงพยาบาล มามอบให้กับผู้ลี้ภัย ทำให้พวกเขาสามารถรักษาอาการเจ็บป่วยได้อย่างต่อเนื่อง และรู้สึกอุ่นใจมากยิ่งขึ้น

สำหรับผู้ที่อาการป่วยกำเริบ หรือสุขภาพร่างกายมีความผิดปกติ จำเป็นต้องรับการรักษาอย่างเร่งด่วน สามารถขอความช่วยเหลือกับฉือจี้ โดยจะมีเจ้าหน้าที่แผนกกิจกรรมรักษาพยาบาลฟรี ช่วยจัดสรรเวลาและพาผู้ลี้ภัยไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด เช่นระหว่างที่ลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน จิตอาสาพบกว่ามีผู้ลี้ภัยมีอาการเจ็บป่วย จึงเร่งช่วยประสานงาน เพื่อส่งพวกเขาไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล


20200615-087-bylek
คุณโรเมล เจ้าหน้าที่แผนกกิจกรรมรักษาพยาบาลฟรี (ขวา) ช่วยไปรับยารักษาโรคที่โรงพยาบาล และนำมามอบให้ผู้ลี้ภัยที่เจ็บป่วย ทำให้พวกเขาสามารถรักษาอาการเจ็บป่วยได้อย่างต่อเนื่อง และรู้สึกอุ่นใจมากยิ่งขึ้น

จิตอาสาฉือจี้ คุณจิ้นหรงกาง แบ่งปันในระหว่างเยี่ยมบ้านว่า “เด็กคนหนึ่งเริ่มมีไข้ตั้งแต่เมื่อวาน(1 ก.ค.) แม่เขาบอกว่า เพราะว่าเขาไม่มีเงิน ก็เลยเอายาเก่าๆมาให้ลูกกิน พอได้ฟังเรื่องราวดังกล่าว เราก็รู้สึกหดหู่ใจ เพราะว่าเด็กเล็กเวลาเจ็บป่วยอย่างนี้ก็ควรไปหาหมอ ดังนั้น เมื่อสักครู่ เราก็เลยถ่ายรูปเอกสารของพวกเขา และส่งเรื่องให้แผนกกิจกรรมรักษาพยาบาลฟรีอย่างเร่งด่วน เพื่อจัดการพาพวกเขาไปหาหมอในโรงพยาบาลที่กรุงเทพฯ คาดว่าวันสองวันนี้ จะพาแม่ลูกคู่นี้ไปหาหมอได้ครับ”

จากการประสานงานกันเป็นอย่างดี ทำให้เด็กน้อยสามารถไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลได้ในวันถัดไป เมื่อได้รับการช่วยเหลือและดูแลด้วยความใส่ใจเช่นนี้ ทำให้ผู้ลี้ภัยรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง

 

20200720-001
คุณธันย์ชนก จวงไพศาลสกุล (ขวา) เจ้าหน้าที่แผนกกิจกรรมรักษาพยาบาลฟรี (ขวา) ช่วยพาแม่ลูกคู่นี้มารับการรักษาที่โรงพยาบาล

 

จากการช่วยเหลือฉุกเฉิน ต่อยอดสู่การช่วยเหลือด้านการกุศล

มูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวันในประเทศไทยไม่เพียงมอบถุงยังชีพให้กับผู้ลี้ภัยต่อเนื่อง 3 เดือน หากยังลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน เข้าใจสภาพความเดือดร้อนในชีวิตประจำวัน โดยหวังว่าจะสามารถให้ความช่วยเหลือได้อย่าง “ตรงจุด ตรงประเด็น และทำได้จริง” เพื่อเคียงข้างพวกเขาก้าวข้ามผ่านวิกฤติครั้งนี้


20200622-011-bydatchanee
จิตอาสาฉือจี้เยี่ยมชมสวนผักของนิว ผู้ลี้ภัยชาวเวียดนาม (ขวา) เพื่อเข้าใจถึงสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาให้มากยิ่งขึ้น


จิตอาสาฉือจี้เดินไปบนซอยแคบๆในชุมชนไปยังที่พักผู้ลี้ภัยชาวเวียดนาม เพื่อดำเนินการสำรวจเยี่ยมเยียนความเป็นอยู่ของพวกเขา ใกล้ที่พักของผู้ลี้ภัยชาวเวียดนาม มีผู้ใจบุญคนหนึ่งให้ผู้ลี้ภัยชาวเวียดนามปลูกผักเลี้ยงชีพโดยไม่คิดค่าเช่า ซึ่งในระหว่างที่คุณนิว ผู้ลี้ภัยชาวเวียดนามนำจิตอาสาฉือจี้ไปเยี่ยมชมสวนผัก เขาแบ่งปันว่า “พอเกิดสถานการณ์โรคโควิด-19 แพร่ระบาด ทำให้เราไม่มีงานทำ ได้แต่อยู่ที่บ้าน และไม่รู้จะทำอะไร หรือไม่ก็มาดูแลสวนผักอ่ะครับ ”

หลังจากเยี่ยมบ้านและปรึกษาหารือกันแล้ว จิตอาสาฉือจี้มีมติให้ความช่วยเหลือฉุกเฉิน 3 เดือน โดยมอบเงินสงเคราะห์เดือนละ 5,000 บาท ตั้งแต่มิถุนายนถึงสิงหาคม คุณนิวแบ่งปันความรู้สึกหลังจากได้รับความช่วยเหลือว่า “ผมขอขอบคุณท่านธรรมาจารย์เจิ้งเอี๋ยนและจิตอาสาทุกๆคนที่มาช่วยเหลือครับ”

 

20200711-033-bydatchanee
หลังจากที่จิตอาสาช่วยปัดกวาดเช็ดถู ทำความสะอาดห้องและข้าวของเครื่องใช้ต่างๆภายในห้อง ห้องพักของคุณเริ่นเจี้ยนกว๋อ ก็สะอาดเรียบร้อยราวกับห้องใหม่

 

รับ “คุณเริ่นเจี้ยนกว๋อ” ผู้ลี้ภัยชาวจีนที่ไร้ซึ่งที่พึ่งพิง อาศัยเพียงลำพัง เป็นเคสที่ฉือจี้ให้การดูแลระยะยาว ในระหว่างเยี่ยมบ้าน จิตอาสาฉือจี้พบว่า ห้องพักของคุณเริ่นเจี้ยนกว๋อมีสภาพไม่ดีนัก จึงตัดสินใจช่วยทำความสะอาด โดยหวังว่า สภาพที่อยู่อาศัยที่สะอาด ถูกสุขอนามัย จะทำให้อาการป่วยโรคหอบหืดของคุณเริ่นเจี้ยนกว๋อดีขึ้นเรื่อยๆ จิตอาสาฉือจี้ คุณกวอซิ่วจู แบ่งปันว่า “เราเตรียมสิ่งของต่างๆไปทำความสะอาดห้องพักของคุณเริ่นเจี้ยนกว๋อ และยังได้นำเตียงกุศลปัญญาฉือจี้ มุ้ง รวมทั้งที่นอนไปมอบให้คุณเริ่นเจี้ยนกว๋ออีกด้วยค่ะ ”

หลังจากจิตอาสาร่วมแรงร่วมใจกันจัดการกับขยะ และทำความสะอาดปัดฝุ่นข้าวของเครื่องใช้ภายในห้องอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว ห้องพักของคุณเริ่นเจี้ยนกว๋อก็สะอาดเรียบร้อยราวกับห้องพักใหม่ เมื่อเห็นถึงบรรยากาศของความอบอุ่นเฉกเช่น “บ้าน” ทำให้คุณเริ่นเจี้ยนกว๋อรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างยิ่งและแบ่งปันความรู้สึกว่า “ผมขอบคุณมากๆที่คุณมาช่วยทำความสะอาด ติดตั้งข้าวของเครื่องใช้ต่างๆมากมาย (ราวตากผ้า ชั้นวางสิ่งของ เตียงกุศลปัญญา) ผมรู้สึกซาบซึ้งใจฉือจี้ เพราะผมก็ตัวคนเดียวในต่างถิ่นฐานบ้านเกิด จึงยากสำหรับการใช้ชีวิต ตอนนี้ก็เลยต้องพึ่งทั้งเงินสงเคราะห์ ทั้งข้าวของเครื่องใช้จากฉือจี้ และยังมีจิตอาสามาช่วยทำความสะอาดห้องอีก ผมซาบซึ้งใจจนรู้สึกว่าน้ำตาคลอเบ้าไปหมด ขอบคุณมากๆครับ ผมก็คิดในใจว่า ผมก็อายุ 70 ปีแล้ว ยังไม่เคยพบเจอกับเรื่องราวที่น่าซาบซึ้งใจอย่างนี้เลยครับ ”

 

20200711-079-bydatchanee-faceblur
เมื่อเห็นถึงบรรยากาศของความอบอุ่นเฉกเช่น “บ้าน” ทำให้คุณเริ่นเจี้ยนกว๋อรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง สองมือประนมไหว้ขอบคุณจิตอาสา

เมื่อเห็นว่า คุณเริ่นเจี้ยนกว๋อ จะกลั้นน้ำตาแห่งความซาบซึ้งใจในระหว่างแบ่งปันความรู้สึกไว้ไม่อยู่ คุณจิ้นหรงกางจึงเข้าปลอบโยนจิตใจ พร้อมทั้งให้กำลังใจคุณเริ่นเจี้ยนกว๋อว่า “ไม่ต้องร้องไห้นะครับ คนเราก็อย่างนี้แหละ เมื่อต้องพบเจอกับปัญหา หรืออุปสรรคที่ยากจะหลีกหนีได้อย่างนี้ เราก็ต้องรักษาจิตใจให้สงบ มีสติเผชิญกับสิ่งที่เกิดขึ้น เดี๋ยวมันก็จะผ่านไปครับ”

 

ช่วยเหลือด้วยการทำงาน บ่มเพาะการเป็นผู้ให้กับผู้ลี้ภัย

เพราะทราบดีว่า ผู้ลี้ภัยซึ่งต้องพำนักอาศัยในประเทศไทย อันต่างถิ่นฐานบ้านเกิด มีชีวิตลำบากต่างๆนานาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อเกิดสถานการณ์โรคระบาดขึ้นอีก เหมือนซ้ำเติมชีวิตของพวกเขาให้ดำดิ่งสู่มุมมืด ยากเกินกว่าจะอธิบายได้ ดังนั้น ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ฉือจี้ในเมืองไทยนอกจากให้ความช่วยเหลือด้านต่างๆแล้ว ยังอาศัย “การช่วยเหลือด้วยการทำงาน” ให้ผู้ลี้ภัย 6 คน มาช่วยทำงานทั่วไปที่มูลนิธิฯสัปดาห์ละ 3 วัน เช่น ช่วยขนสิ่งของ ทำความสะอาด จัดสถานที่กิจกรรม ช่วยงานมอบถุงยังชีพ เป็นต้น

ไม่เพียงเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ให้พวกเรามีรายได้จุนเจือครอบครัว หากยังเป็นโอกาสอันดี บ่มเพาะกุศลจิต ทำให้พวกเขารู้จักการเป็นผู้ให้ เสียสละเพื่อผู้อื่นมากขึ้น

 

20200424-154-bylek-blur
ฉือจี้อาศัย “การช่วยเหลือด้วยการทำงาน” ให้ผู้ลี้ช่วยงานมอบถุงยังชีพและขนสิ่งของ ในขณะเดียวกันยังอาศัยโอกาสนี้บ่มเพาะจิตวิญญาณการเป็นผู้ให้ของเขา

 


   เรื่อง ดรรชนี สุระเทพ       ภาพ พิณญ์ธิชา จันทร์สุขศรี ดรรชนี  สุระเทพ

 

 

มอบเวชภัณฑ์ สนับสนุนฮีโร่ชุดขาว

20200430 medical relief cover

“หากมีหมอติดเชื้อโควิดหนึ่งคน เท่ากับจะมีคนดูแลรักษาโรคลดน้อยลง และมีคนไข้เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคนทันที นอกจากนั้น คนที่ทำงานกับหมอคนนี้ ก็ต้องออกจากหน้างานไปกักตัวอีก 14 วัน ส่งผลให้ทีมงานดูแลคนไข้ยิ่งลดน้อยลง” ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวถึงความสำคัญของเวชภัณฑ์ป้องกัน ต่อการทำงานด่านหน้าเพื่อสกัดโรคโควิด-19 ของบุคลากรทางการแพทย์

 

จากการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้มีเที่ยวบินน้อยลง จนการขนส่งทางอากาศต้องใช้เวลานานกว่าปกติ อีกทั้งมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันการระบาดของโรค ทำให้หน้ากากอนามัยที่ฉือจี้ไต้หวันบริจาคสนับสนุนจำนวน 50,000 ชิ้น เพิ่งถูกส่งจากประเทศจีนมาถึงไทยเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2563 

20200429-015-bylek

จิตอาสาฉือจี้มอบเวชภัณฑ์ สนับสนุนแก่โรงพยาบาลศิริราช

 

ขณะเดียวกัน จิตอาสาฉือจี้ในไทย ยังได้พยายามเสาะหาซื้อชุดตรวจหาเชื้อโรค (ชุดPPE) จำนวน 1,000 ชุด เพื่อนำไปมอบแด่โรงพยาบาลต่างๆ ช่วยสนับสนุนให้กับบุคลากรทางการแพทย์ เหล่าฮีโร่ชุดกาวน์มีเกราะป้องกันเชื้อโรค  ในการทำงานตรวจรักษาผู้ป่วยต่อไป

20200427-046-bylek

จิตอาสาฉือจี้มอบเวชภัณฑ์ สนับสนุนแก่โรงพยาบาลรามาธิบดี

 

ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ โรงพยาบาลรามาธิบดี ศ.นพ.พรชัย สิมะโรจน์ กล่าวว่า “แน่นอนว่าสิ่งนี้คือขวัญกำลังใจสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ก็เหมือนกับเราไปออกรบนั่นแหละ หากเราไม่มีอาวุธหรือเกราะป้องกันตัวเลย แล้วเราจะเอาอะไรไปสู้”

20200429-069-bylek

จิตอาสาฉือจี้มอบเวชภัณฑ์ สนับสนุนแก่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว

 

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านแพ้ว นพ.พรเทพ พงศ์ทวิกร กล่าวว่า “ขอบคุณแรงน้ำใจทุกกำลังใจ ที่มาช่วยโรงพยาบาลบ้านแพ้ว ขอบคุณจิตอาสาฉือจี้ทุกท่านที่เสียสละ ทั้งสิ่งของและเวลามาช่วยกัน”

20200429-108-bylek

จิตอาสาฉือจี้มอบเวชภัณฑ์ สนับสนุนแก่โรงพยาบาลกระทุ่มแบน

 

รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์  รพ.กระทุ่มแบน นพ.พรชัย พงศ์ประภากร กล่าวว่า “พวกเราหมอ พยาบาลและเจ้าหน้าที่ ต่างรู้สึกมีพลังมีกำลังใจ ขอบคุณมากนะครับ”

 

total chart-20200522update

บุคลากรทางการแพทย์นั้นถือเป็นผู้ที่อยู่แนวหน้า ในการต่อต้านเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อมีอุปกรณ์ป้องกันที่ครบครัน จึงจะสามารถทำงานตรวจรักษาได้อย่างเต็มที่ จิตอาสาฉือจี้จึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมดูแลฮีโร่ชุดขาวเหล่านี้ด้วยความรัก

 


 

   เรื่อง  บุษรา สมบัติ      ภาพ  พิณญ์ธิชา จันทร์สุขศรี   วีระชัย ทาบุญสม 

หากมีหมอติดเชื้อโควิดหนึ่งคน เท่ากับจะมีคนดูแลรักษาโรคลดน้อยลง และมีคนไข้เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคนทันที นอกจากนั้น คนที่ทำงานกับหมอคนนี้ ก็ต้องออกจากหน้างานไปกักตัวอีก 14 วัน ส่งผลให้ทีมงานดูแลคนไข้ยิ่งลดน้อยลง” ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวถึงความสำคัญของเวชภัณฑ์ป้องกัน ต่อการทำงานด่านหน้าเพื่อสกัดโรคโควิด-19 ของบุคลากรทางการแพทย์

 

จากการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้มีเที่ยวบินน้อยลง จนการขนส่งทางอากาศต้องใช้เวลานานกว่าปกติ อีกทั้งมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันการระบาดของโรค ทำให้หน้ากากอนามัยที่ฉือจี้ไต้หวันบริจาคสนับสนุนจำนวน 50,000 ชิ้น เพิ่งถูกส่งจากประเทศจีนมาถึงไทยเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2563

 

ขณะเดียวกัน จิตอาสาฉือจี้ในไทย ยังได้พยายามเสาะหาซื้อชุดตรวจหาเชื้อโรค (ชุดPPE) จำนวน 1,000 ชุด เพื่อนำไปมอบแด่โรงพยาบาลต่างๆ ช่วยสนับสนุนให้กับบุคลากรทางการแพทย์ เหล่าฮีโร่ชุดกาวน์มีเกราะป้องกันเชื้อโรค  ในการทำงานตรวจรักษาผู้ป่วยต่อไป

 

ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ โรงพยาบาลรามาธิบดี ศ.นพ.พรชัย สิมะโรจน์ กล่าวว่า “แน่นอนว่าสิ่งนี้คือขวัญกำลังใจสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ก็เหมือนกับเราไปออกรบนั่นแหละ หากเราไม่มีอาวุธหรือเกราะป้องกันตัวเลย แล้วเราจะเอาอะไรไปสู้”

 

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านแพ้ว นพ.พรเทพ พงศ์ทวิกร กล่าวว่า “ขอบคุณแรงน้ำใจทุกกำลังใจ ที่มาช่วยโรงพยาบาลบ้านแพ้ว ขอบคุณจิตอาสาฉือจี้ทุกท่านที่เสียสละ ทั้งสิ่งของและเวลามาช่วยกัน”

 

รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์  รพ.กระทุ่มแบน นพ.พรชัย พงศ์ประภากร กล่าวว่า “พวกเราหมอพยาบาลและเจ้าหน้าที่ ต่างรู้สึกมีพลังมีกำลังใจ ขอบคุณมากนะครับ”

 

บุคลากรทางการแพทย์นั้นถือเป็นผู้ที่อยู่แนวหน้า ในการต่อต้านเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อมีอุปกรณ์ป้องกันที่ครบครัน จึงจะสามารถทำงานตรวจรักษาได้อย่างเต็มที่ จิตอาสาฉือจี้จึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมดูแลฮีโร่ชุดขาวเหล่านี้ด้วยความรัก

ถุงยังชีพฉือจี้ สู้วิกฤตโควิด-19

 

2-20200427 relief cover

“ข้าวสารที่บ้านกำลังจะหมดพอดี ถุงยังชีพนี้ช่วยทำให้ประหยัดเงินที่เหลือติดตัวอยู่เพียงน้อยนิดได้เป็นอย่างดี” การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบไปทั่วโลกเป็นวงกว้าง รวมถึงผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนจำนวนมาก ดังนั้น ด้วยความเมตตาของท่านธรรมาจารย์เจิ้งเอี๋ยน และความห่วงใยของจิตอาสาฉือจี้ ที่มีต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อีกทั้งการสนับสนุนจากผู้มีจิตศรัทธาในสังคม จึงได้เริ่มดำเนิน “โครงการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จากการระบาดของโรคโควิด-19” เพื่อมอบถุงยังชีพมากกว่า 56,000 ชุด ช่วยเหลือต่อเนื่องนานสามเดือน 

 

20200423-132-bylek resize

หลังจากจิตอาสาร่วมแรงร่วมใจกันบรรจุถุงยังชีพแล้วเสร็จ จึงรีบดำเนินการลำเลียงขนส่ง เพื่อมอบถุงยังชีพแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิดโดยเร็วที่สุด โดยการบริจาครอบแรก จัดขึ้นเมื่อวันที่ 23 เมษายน พ.ศ.2563 ณ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ซึ่งสิ่งของในถุงยังชีพฉือจี้ ประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำมันพืช น้ำตาล เกลือ ขนมข้าวอบกรอบ และน้ำผักผลไม้ เป็นต้น ซึ่งช่วยให้ครอบครัวที่มีสมาชิก 4 คน สามารถยังชีพได้นานกว่าสองสัปดาห์

 

20200425-051-bydatchanee resize

โดยการมอบถุงยังชีพครั้งนี้ ฉือจี้ได้รับความอนุเคราะห์จากอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) และกรรมการชุมชนพื้นที่ต่างๆ เป็นสื่อกลางส่งมอบรายชื่อผู้ที่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ ฉือจี้ยังดำเนินโครงการ “มอบเงินช่วยเหลือด้วยการทำงาน” ให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบช่วยทำงานขนส่งสิ่งของ ฉือจี้ยังเชิญชวนจิตอาสาในพื้นที่ มาร่วมกันเสียสละ ช่วยจัดเตรียมสถานที่และถุงยังชีพ ให้ทุกคนได้มีโอกาสแบ่งปันน้ำใจ ส่งมอบความห่วงใยแก่กัน

 

20200425-189-bylek resize

เมื่อชาวบ้านได้รับแจ้งให้มารับถุงยังชีพ ทุกคนต่างปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัด ทั้งการเว้นระยะห่างและการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย บางคนยังพาลูกหลานมารับ “ถุงยังชีพ” กลับบ้านด้วยความดีใจ ชาวบ้านกล่าวว่า “ข้าวสารที่บ้านกำลังจะหมดพอดี ถุงยังชีพนี้ช่วยทำให้ประหยัดเงินที่เหลือติดตัวอยู่เพียงน้อยนิดได้เป็นอย่างดี”

 

20200423-114-bylek resize 

20200425-229-bylek resize

 

จิตอาสาที่มาช่วยงานทุกคนต่างเสียสละด้วยความยินดี แม้เมษายนจะเป็นเดือนที่ร้อนที่สุด ถุงยังชีพของฉือจี้ก็แสนจะหนัก จนเสื้อผ้าทุกคนล้วนชุ่มไปด้วยเหงื่อ แต่สำหรับเราแล้ว ถือเป็นโอกาสอันดีที่ได้ร่วมช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนอย่างเต็มกำลังความสามารถของตน

20200425-264-bylek resize

 

ฉือจี้จะส่งมอบถุงยังชีพ ถึงมือผู้ที่เดือดร้อนเนื่องจากการระบาดของโรคโควิด-19 ต่อเนื่องนานสามเดือน โดยกรรมการชุมชนกล่าวว่า สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ลูกบ้านสามารถก้าวข้ามช่วงวิกฤตนี้ไปได้ ยกตัวอย่างเช่น คุณตาผวนวัย 91 ปี ซึ่งมีลูกสาวทำงานบริเวณท่าเรือคลองเตย แต่ต้องขาดรายได้ในช่วงที่ผ่านมา เมื่อได้รับถุงยังชีพฉือจี้ในครั้งนี้ จึงช่วยคลายความวิตกเรื่องปากท้องในปัจจุบันและอีกสองเดือนที่เหลือข้างหน้า นอกจากนี้ ผู้ที่ได้รับผลกระทบบางคน ยังบอกเล่าถึงความตื้นตันใจที่ได้รับจากผู้คนในสังคม ตลอดระยะเวลาที่ต้องเผชิญกับวิกฤตว่า เป็นกำลังใจสำคัญให้ตนเองยืนหยัดสู้ต่อ เพื่อรอวันที่จะสามารถกลับไปดำเนินชีวิตได้ตามปกติในเร็ววัน 

20200426-049-bylek resize

 

ด้วยความร่วมแรงร่วมใจกันของจิตอาสาฉือจี้ อพม. กรรมการชุมชนและผู้คนในพื้นที่ ทำให้การมอบถุงยังชีพในแต่ละครั้งสำเร็จลุล่วงลงด้วยดี  ไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่ เขตหนองจอก เขตคลองเตย เขตหนองแขม เขตสวนหลวง เขตประเวศ เขตสะพานสูง เขตมีนบุรี เขตลาดกระบัง เขตวัฒนา เขตคลองสามวา เขตบางนา เขตบางกะปิ เขตห้วยขวาง เขตพระโขนง กรุงเทพมหานครและอำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี จนถึงเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2563 ได้ดำเนินการมอบถุงยังชีพช่วยเหลือไปแล้วมากกว่า 56,000 ชุด

20200426-182-bylek resize

 

หวังว่าจะสามารถช่วยบรรเทาความยากลำบากของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 ให้สามารถก้าวข้ามวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันได้ในเร็ววัน ฉือจี้ขอขอบพระคุณการบริจาคสนับสนุนของผู้มีจิตศรัทธาในสังคมไทย รวมถึงการเสียสละของจิตอาสาทุกท่านเป็นอย่างสูง ในวิกฤตครั้งนี้ ทำให้เราได้เห็นถึงน้ำใจจากทุกภาคส่วนของสังคม

20200426-232-bylek resize

 


   เรื่อง  บุษรา สมบัติ      ภาพ  พิณญ์ธิชา จันทร์สุขศรี   ดรรชนี สุระเทพ 

 

โรคภัยแพร่ระบาดเดือดร้อนถ้วนหน้า ฉือจี้เตรียมถุงยังชีพคลายทุกข์เติมสุข

20200419preparereliefcovid

 

เพื่อควบคุมสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) รัฐบาลจึงประกาศบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในวันที่ 26 มีนาคม 2563 ทำให้ทั้งห้างสรรพสินค้า สถานบันเทิง โรงเรียน มหาวิทยาลัย สนามกีฬา และสวนสาธารณะต่างปิดให้บริการ ทว่า ยังมีผู้ติดเชื้อรายวันทะลุหลักร้อย ยอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็นหลักพัน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น เพื่อควบคุมสถานการณ์โรคระบาดไม่ให้เลวร้ายไปกว่านี้ 3 เมษายน ที่ผ่านมา รัฐบาลจึงยกระดับมาตรการในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพิ่มเติม โดยประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศ ห้ามประชาชนออกนอกเคหสถานช่วงเวลา 22.00-04.00 น.


โรคภัยแพร่ระบาด ประชาชนเดือดร้อนถ้วนหน้า

ภายใต้การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินและเคอร์ฟิว ทำให้ประชาชนจำนวนไม่น้อยได้รับผลกระทบ บางคนถูกเลิกจ้าง บางคนถูกลดเงินเดือน บางคนตกงาน หรือทำมาหากินลำบากขึ้น “เดี๋ยวนี้ไม่มีรายได้อะไรเลย หมดเลย แย่มากเลย โอ้โห...เหนื่อย บางทีเครียด เครียดมาก ” คุณเพียง เจ้าของร้านเสริมสวยแห่งหนึ่ง ซึ่งใบหน้าเต็มไปด้วยความทุกข์กังวล ระบายความอัดอั้นภายในจิตใจ

คุณวิภาส ประกอบอาชีพขับจักรยานยนต์รับจ้าง ซึ่งปกติมีรายได้ประมาณ 500-700 บาทต่อวัน แต่เมื่อโรคโควิด-19 ระบาด ทำให้ประชาชนไม่ค่อยออกนอกบ้าน รายได้ต่อวันลดลงเหลือเพียง 100-200 บาทเท่านั้น ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในครอบครัว คุณวิภาสจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการช่วยเหลือ “มันวิกฤตก็ต้องทนกันไปก่อน แต่ถ้ามีการช่วยเหลือได้ มันก็จะพอได้กินได้อยู่ได้ใช้ไปได้พอวันๆนึง ”

 

20200417-009-bylek
จิตอาสาฉือจี้เดินทางสู่ลงชุมชน เพื่อสำรวจสถานที่จัดกิจกรรมมอบถุงยังชีพ

 

คุณศิริวัฒน์ ประธานชุมชนโมราวรรณ เขตสวนหลวง กทม. ในฐานะผู้นำชุมชน เมื่อได้เห็นประชาชนได้รับความเดือดร้อนในทุกๆวันเช่นนี้ ก็รู้สึกทุกข์ใจเช่นเดียวกัน ดังนั้น จึงคิดว่าการได้รับความช่วยเหลือ เป็นสิ่งที่ประชาชนคาดหวังและรอคอยมากที่สุด คุณศิริวัฒน์ แบ่งปันว่า “อยากให้หน่วยงานต่างๆเข้ามาช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องในชุมชนนะครับ ที่เน้นๆก็จะเป็นถุงยังชีพนี่ละครับ ต้องการมากๆเลยครับ ”

เสียงความทุกข์ร้อนของประชาชน มิอาจทำให้ชาวฉือจี้นิ่งเฉยได้ ดังนั้น มูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวันในประเทศไทย จึงจัดตั้งโครงการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาด Covid-19 ซึ่งจะให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้ยากไร้ซึ่งเดิมทีฉือจี้ให้การดูแลระยะยาวที่ได้รับผลกระทบ และคนยากจนที่ไม่ได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐ ผ่านการมอบถุงยังชีพบรรเทาความเดือดร้อนต่อเนื่อง 3 เดือน

 

20200417-224-bylek
จิตอาสาฉือจี้ร่วมหารือถึงผังกิจกรรมและรูปแบบการมอบถุงยังชีพกับผู้นำชุมชน


20200417-062-bylek
จิตอาสาฉือจี้เดินทางสู่ลงชุมชน เพื่อสำรวจสถานที่จัดกิจกรรมมอบถุงยังชีพ ทั้งยังสำรวจสภาพความเป็นอยู่ของประชาชน ให้กำลังใจพวกเขาสู้ชีวิตต่อไป

 

หลังจากประชุมพูดคุยกันหลายครั้ง หารือกับผู้เกี่ยวข้องกันหลายรอบแล้ว การดำเนินงานเริ่มมีความคืบหน้าบ้างแล้ว โดย 17 เมษายน 2563 จิตอาสาฉือจี้ลงพื้นที่สำรวจสถานที่ ร่วมหารือถึงผังกิจกรรมและรูปแบบการมอบถุงยังชีพกับผู้นำชุมชน ทั้งยังสำรวจสภาพความเป็นอยู่ของประชาชน ให้กำลังใจพวกเขาสู้ชีวิตต่อไป และ 19 เมษายน ที่ผ่านมา ได้ดำเนินการบรรจุสิ่งของลงในถุงยังชีพ


ร่วมแรงร่วมใจแพ็คสิ่งของ บรรจุความรักลงในถุงยังชีพ
ผู้คนจากชุมชนต่างๆ โดยมิแบ่งกั้นเชื้อชาติ ศาสนา เกือบ 200 คน มาร่วมเป็นจิตอาสาบรรจุสิ่งของที่มูลนิธิฯ ก่อนการบรรจุสิ่งของจะเริ่มต้นขึ้น คุณแซม ลู จิตอาสาฉือจี้ นำทุกคนยืดเส้นสาย กายบริหารอบอุ่นร่างกาย เพื่อลดการบาดเจ็บและความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อ เมื่อการบรรจุสิ่งของเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ ก็เห็นได้ถึงภาพบรรยากาศ “ทุกคนมีงานทำ ทุกงานมีคนทำ” จิตอาสาทุกคนต่างตั้งใจทำหน้าที่ที่ตนได้รับมอบหมาย ร่วมมือร่วมใจและทุ่มเทอย่างสุดกำลังแรงกายแรงใจทำงานภายใต้ห้องบรรยายธรรมที่เปิดโล่งไม่ได้เปิดเครื่องปรับอากาศ เพื่อนำข้าวสาร น้ำมัน น้ำตาล เกลือ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำผลไม้ ขนมอบกรอบ บรรจุลงในถุงยังชีพ

 

20200419-002-bydatchanee
ผู้คนจากชุมชนต่างๆ โดยมิแบ่งกั้นเชื้อชาติ ศาสนา เกือบ 200 คน มาร่วมเป็นจิตอาสาบรรจุสิ่งของที่มูลนิธิฯ ทุกคนต่างรักษาระยะห่างทางสังคม เว้นระยะ 1-2 เมตร ลดความเสี่ยงติดในการติดเชื้อ

 

คุณสุนทร  อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(อพม.)ของชุมชนหัวหมากเกาะกลาง เขตสวนหลวง กทม. เล่าว่า เพราะความซาบซึ้งใจที่ฉือจี้ยื่นมือมอบความช่วยเหลือ ดังนั้น เมื่อทราบว่าฉือจี้ต้องการกำลังคนมาช่วยบรรจุสิ่งของ คนในชุมชนรวม 39 คน ต่างยินดีมาร่วมเป็นจิตอาสา คว่ำมือลงเป็นผู้ให้โดยไม่ลังเลใจ คุณสุนทร แบ่งปันว่า “ทุกคนมีความสุขมาก เขาดีใจที่ทางมูลนิธิฉือจี้ว่าจะไปช่วยเหลือ แล้ววันนี้คนยากจนเหล่านั้นก็ขอร่วมเป็นหนึ่งพลัง มาช่วยแพ็คของในวันนี้ครับ ”

การเป็นผู้ให้ไม่เพียงทำให้รู้สึกอิ่มเอมใจ หากยังเห็นถึงแสงสว่างแห่งความหวัง คุณสารภี ประธานอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) เขตหนองจอก กทม. แบ่งปันความรู้สึกว่า “วันนี้พอมาเห็นของที่ทางมูลนิธิฯจะเอาไปแจกจ่ายให้ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน ก็คิดในใจว่า โอ้โห... สิ่งของเหล่านี้นี้ช่วยพี่น้องประชาชนได้จริงๆ ส่วนตัวคิดว่าน่าจะพอบรรเทาความเดือดร้อนได้ถึงสองอาทิตย์ ”

 

20200419-072-bydatchanee
จิตอาสาใส่เฟซชิลด์เพื่อรักษาสุขอนามัยส่วนตัวและป้องกันเชื้อโรคในระหว่างบรรจุสิ่งของลงในถุงยังชีพ

 

ให้โดยไม่หวังผลตอบแทน ใจเปี่ยมด้วยปีติสุข
ภัยจากโรคระบาดครั้งนี้ ทำให้ชีวิตของประชาชนจำนวนมากดำดิ่งสู่ความมืดมน แม้ว่าหลายคนที่มาร่วมเป็นจิตอาสาในครั้งนี้ มีชีวิตความเป็นอยู่ยากลำบาก แต่พวกเขาก็ยังยินดีทำเพื่อผู้อื่น คุณอัญชนีย์ จากชุมชนพัฒนาริมคลองบ้านป่า เขตสวนหลวง กทม. แบ่งปันความรู้สึกว่า “ยิ่งเราลำบาก เรายิ่งต้องช่วยเหลือกันนะคะ เพราะว่าถ้าต่างคนต่างเห็นแก่ตัว มันก็ไม่มีความอยู่รอด”

เดือนเมษายน คือช่วงเวลาที่อากาศร้อนที่สุดของเมืองไทย ด้วยเหตุนี้ จิตอาสาทุกท่านจึงต่างบรรจุสิ่งของด้วยเหงื่อโชกท่วมตัว ทว่า จิตใจกลับเปี่ยมไปด้วยความปีติ คุณจางฮุ่ยเจิน แบ่งปันว่า “แม้ว่าสิ่งของจะหนัก มือจะล้าจนไร้เรี่ยวแรง รอบตาจะเต็มไปด้วยเหงื่อ แต่ฉันก็มีความสุข อิ่มเอมใจ เพราะว่าประชาชนจำนวนมากล้วนต้องการสิ่งของเหล่านั้น ดังนั้นเวลาที่แพ็คสิ่งของ ฉันก็คิดอย่างนี้ตลอด ก็เหมือนกับที่ท่านธรรมาจารย์คอยเน้นย้ำกับเราชาวจิตอาสาฉือจี้ถึงการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เพราะว่าสิ่งของเหล่านี้สามารถช่วยชีวิตพวกเขาได้ ดังนั้น การมอบสิ่งของช่วยเหลือฉุกเฉิน จึงเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อพวกเขามากค่ะ”


20200419-052-bydatchanee
จิตอาสาร่วมแรงร่วมใจกันนำข้าวสาร น้ำมัน น้ำตาล เกลือ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำผลไม้ ขนมอบกรอบ บรรจุลงในถุงยังชีพ

 

20200419-057-bydatchanee
ฉือจี้จะเร่งดำเนินการมอบถุงยังชีพเหล่านี้ในเร็ววัน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย บรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชน ให้พวกเขาอิ่มท้อง อุ่นใจ ผ่านวิกฤติครั้งนี้อย่างไร้กังวล

 

โดยฉือจี้จะเร่งดำเนินการนำถุงยังชีพเหล่านี้ไปมอบให้ครอบครัวผู้ยากไร้ซึ่งเดิมทีฉือจี้ให้การดูแลระยะยาวที่ได้รับผลกระทบ และคนยากจนที่ไม่ได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐในกทม.และจังหวัดราชบุรีในเร็ววัน เดือนละประมาณ 10,000 ครอบครัว ต่อเนื่องสามเดือนรวมประมาณ 30,000 ครอบครัว เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย บรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชน ให้พวกเขาอิ่มท้อง อุ่นใจ ผ่านวิกฤตครั้งนี้อย่างไร้กังวล

 

 


   เรื่อง ดรรชนี สุระเทพ       ภาพ พิณญ์ธิชา จันทร์สุขศรี ,จรรยพร เข้มแข็ง ,ดรรชนี  สุระเทพ

 

ฉือจี้ DIY เฟซชิลด์ ป้องกันเชื้อโรคเพิ่มอีกขั้น ร่วมก้าวผ่านวิกฤติโควิด-19

 

20200403-diy-face-shield

 

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ 2019 (โควิด-19) ทั่วโลกในปัจจุบัน ทำให้มีผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้นเป็นจำนวนมาก เวชภัณฑ์หรืออุปกรณ์ที่ใช้สำหรับป้องกันเชื้อโรคในทางการแพทย์ขาดแคลน โดยเฉพาะหน้ากากอนามัย ที่ไม่เพียงหาซื้อยาก หากยังมีราคาสูงมาก ดังนั้น บุคลากรทางการแพทย์จึงต้องใช้หน้ากากอนามัยอย่างประหยัด

จิตอาสาฉือจี้ คุณจารุวรรณ หีบท่าไม้ ซึ่งเป็นพยาบาลที่โรงพยาบาลโพธาราม จ.ราชบุรี สังเกตุเห็นว่า บุคลากรทางการแพทย์ นอกจากสวมใส่หน้ากากอนามัยแล้ว ยังใส่หน้ากากกันกระเด็น หรือ เฟซชิลด์ (Face shield) เพื่อประสิทธิในการป้องกันโรคอีกหนึ่งชั้น คุณจารุวรรณก็หวังเช่นเดียวกันว่า ประชาชนทั่วไปจะสามารถใส่หน้ากากกันกระเด็น เพื่อลดการติดเชื้อหรือการกระจายเชื้อได้เช่นกัน

 

ร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ทำประโยชน์เพื่อสังคม

ดังนั้น คุณจารุวรรณ ซึ่งเดิมทีชื่นชอบงานฝีมือ จึงเรียนรู้การทำหน้ากากกันกระเด็นจาก Youtube จากนั้นใช้ทุนของตัวเองจัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆ และเริ่มลงมือทำหน้ากากกันกระเด็นที่บ้านกับสามีตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมเป็นต้นมา ส่วนคุณแม่ วัย 91 ปี ซึ่งเห็นการรายงานข่าวจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคระบาดนี้เพิ่มสูงขึ้นเป็นจำนวนมากในทุกๆวัน ท่านก็มิอาจทนเฉยได้ จึงขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจ ร่วมสมทบทุนให้คุณจารุวรรณนำไปซื้ออุปกรณ์ทำหน้ากากกันกระเด็น เพื่อมอบให้กับโรงพยาบาลและผู้ที่ต้องการใช้

ภายหลังคุณจารุวรรณ ยังชักชวนจิตอาสาฉือจี้มาร่วมทำหน้ากากกันกระเด็นด้วยกัน ซึ่งในระหว่างทำหน้ากากกันกระเด็น จิตอาสาล้วนใส่หน้ากากอนามัยและหน้ากากกันกระเด็น แบ่งหน้าที่กันเป็นอย่างดีและรักษาระยะห่างทางสังคม อยู่ห่างกันประมาณ 1-2 เมตร ซึ่งวัสดุในการ DIY หน้ากากกันกระเด็นเป็นวัสดุที่สามารถหาซื้อได้ง่าย ตามที่คุณจารุวรรณ แบ่งปันว่า “วัสดุทำเฟซชิลด์ก็มีฟองน้ำที่ใช้ในงานก่อสร้าง เทปกาวสีต่างๆ เทปกาวสองหน้า คัตเตอร์ กรรไกร เครื่องเย็บกระดาษ ไม้บรรทัด ยางยืด สติ๊กเกอร์ และวัสดุที่สำคัญที่สุดคือ ปกพลาสติกใสขนาด A4 ค่ะ”

 

20200403 diy faceshield material

 

ขั้นตอนการทำหน้ากากกันกระเด็น มีวิธีง่ายๆ ดังนี้
1.ตัดฟองน้ำให้มีความกว้างประมาณ 1 นิ้ว ดังนั้น ฟองน้ำ 1 แผ่นจะแบ่งตัดได้ 4 เส้นยาว
2.ใช้กาวสองหน้าติดบนด้านยาวของปกพลาสติกใส จากนั้น นำฟองน้ำที่ตัดไว้แล้วมาวางบนกาวสองหน้า แล้วใช้มือกดให้ฟองน้ำและปกพลาสติกใสแนบสนิทกัน
3.ตัดยางยืดให้มีความยาวมากกว่าฟองน้ำประมาณ 1 นิ้ว ใช้เครื่องเย็บกราะดาษเย็บยางยืดที่ปลายปกพลาสติกใสและฟองน้ำทั้งสองด้าน จากนั้นนำเทปกาวสี สติกเกอร์ตกแต่งให้สวยงาม เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

 

20200403 diy faceshield

 

ผูกบุญสัมพันธ์อันดีด้วยเฟซชิลด์ เพิ่มการป้องกันโรคอีกขั้น อวยพรทุกท่านให้ปลอดภัย

ตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม จนถึงวันนี้ (9 เมษายน) จิตอาสาฉือจี้ทำหน้ากากกันกระเด็นไปแล้วเกือบ 1,000 ชิ้นแล้ว และทยอยมอบให้กับโรงพยาบาลต่างๆทั้งในกรุงเทพมหานครและในจังหวัดราชบุรี เพื่อบรรเทาความขาดแคลนเวชภัณฑ์ป้องกันโรค ทั้งยังนำไปมอบให้กับประชาชนในชุมชน สมาชิกผู้บริจาค ครอบครัวผู้ยากไร้ที่ฉือจี้ให้การช่วยเหลือระยะยาว และจิตอาสาฉือจี้ที่มีความประสงค์

20200403-001-byjaruwan

จิตอาสาฉือจี้นำหน้ากากกันกระเด็นมอบให้โรงพยาบาลต่าง ๆ เพื่อบรรเทาความขาดแคลนเวชภัณฑ์สำหรับป้องกันโรค บุคลากรทางการแพทย์ต่างรู้สึกดีใจ ร่วมกันไหว้แสดงความขอบคุณ

 

ในขณะที่มอบหน้ากากกันกระเด็นให้กับประชาชนนั้น จิตอาสายังรณรงค์บอกกล่าวให้ทุกคนตะหนักถึงความสำคัญของการป้องกันโรค หมั่นดูแลสุขอนามัยในชีวิตประจำวัน และไม่ลืมแนะนำวิธีการใช้หน้ากากกันกระเด็นว่า “ใส่หน้ากากอนามัยแล้ว ค่อยใส่หน้ากากกันกระเด็น ป้องกันโรคเพิ่มอีกชั้นหนึ่ง หน้ากากกันกระเด็นเหล่านี้เป็นอุปกรณ์ป้องกันโรคที่เรียบง่าย หลังทำความสะอาดแล้ว ก็สามารถนำกลับมาใช้ได้อีกนะคะ”

 

20200403-010-byjaruwan
จิตอาสาฉือจี้มอบหน้ากากกันกระเด็นให้ประชาชนทั่วไป พร้อมทั้งรณรงค์บอกกล่าวให้ตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันโรคและการรักษาสุขอนามัยในชีวิตประจำวัน

 

โรคระบาดครั้งนี้ ทำให้มูลนิธิฉือจี้จำเป็นต้องงดกิจกรรมต่างๆ จิตอาสาฉือจี้จังหวัดราชบุรีจึงอาศัยโอกาสนี้ทำหน้าหน้ากันกระเด็น แจกจ่ายผูกบุญสัมพันธ์อันดีกับประชาชน โดยปัจจุบันยังคงดำเนินการจัดทำอยู่ หากมีผู้ประสงค์จะนำไปใช้ จิตอาสาก็ยินดีทุ่มเทแรงกายแรงใจเป็นอย่างยิ่ง เพื่อส่งต่อความปรารถนาอันดีไปดูแลผู้คน และรณรงค์ให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันโรค หวังให้โรคระบาคครั้งนี้สิ้นสุดในเร็ววัน และขอให้ทุกคนผ่านพ้นวิกฤตินี้ด้วยความปลอดภัย

 

20200403-006-bynarumol
พ่อค้าแม่ค้าในตลาดต่างดีใจ และนำหน้ากากกันกระเด็นที่ฉือจี้มอบให้สวมใส่ทันที

 

 


   เรื่อง ดรรชนี สุระเทพ       ภาพ จารุวรรณ หีบท่าไม้ , นฤมล คุณธร

 

 

ฉือจี้ดูแลคุณยายผู้โดดเดี่ยว ทุกข์เพราะป่วยไข้

cover-001

“โรคภัยไข้เจ็บ” นอกจากจะสร้างความเจ็บปวดทางกายแล้ว ผู้ป่วยยังต้องเผชิญกับความทุกข์ยากอีกหลายประการ โดยเฉพาะเมื่ออาการของโรค

เพิ่มมาตรการป้องกันโรคในฟรีคลินิก ลดความเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19

 

20200223FreeCliniccover

 

เนื่องจากการระบาดอย่างต่อเนื่องเป็นวงกว้างของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือไวรัสโควิด-19 ด้วยเหตุนี้ จิตอาสาฉือจี้จึงใช้มาตรการป้องกันโรค

มินิคอนเสิร์ตไวโอลินเพื่อการกุศล โดยครูจิงและจิตอาสาตัวน้อย

 

1violinminiconcertcover


16 กุมภาพันธ์ 2563 คุณพัชรา วิเศษรักสกุล หรือ “ครูจิง” ครูสอนไวโอลินนำนักเรียนไวโอลิน 16 คน ร่วมจัดการแสดง “มินิคอนเสิร์ตไวโอลินเพื่อการกุศล”

มอบเครื่องกรองน้ำดื่ม บรรเทาทุกข์ให้ชาวบ้าน

 

1cover2

พิธีมอบเครื่องกรองน้ำให้หมู่บ้านดู่เหนือ ชาวบ้านทุกคนล้วนมีความสุข เพราะตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป มีน้ำสะอาดสำหรับบริโภคแล้ว

 

14 กุมภาพันธ์ 2563 จิตอาสาฉือจี้จัดพิธีมอบเครื่องกรองน้ำดื่มให้หมู่บ้านดู่เหนือ เทศบาลตำบลดู่ใต้ อ.เมืองน่าน จ.น่าน เพื่อเป็นของขวัญอันสื่อถึงความรักอันจริงใจของฉือจี้

ขอบคุณทุกท่านที่สนับสนุน ร่วมใจไถหว่านนาบุญ สรรค์สร้างสังคมให้ดีงาม

20200210teathankspartycover

 เนื่องในโอกาสครบรอบ 12 ปี ฉือจี้จังหวัดราชบุรี จิตอาสาฉือจี้จังหวัดราชบุรีจึงจัดงานเลี้ยงน้ำชาขอบคุณ ผ่านพิธีเสิร์ฟน้ำชาขึ้น เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ส่งชุดป้องกันการติดเชื้อ มอบกำลังใจ ช่วยเหลือภัยจากโรคระบาด

SendingProtectiveClothingToChinaWebCover

จิตอาสาร่วมแรงร่วมใจกันติดโลโก้ฉือจี้บนกล่องชุดป้องกันการติดเชื้อ

ส่งความรักและกำลังใจ ช่วยเหลือภัยจากโรคระบาด
จากการระบาดอย่างต่อเนื่องเป็นวงกว้างของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ทำให้ทั่วโลกต่างดำเนินการจัดหาเวชภัณฑ์ป้องกันการแพร่ระบาดส่งไปช่วย

งดแจกถุงพลาสติก ร่วมรักษ์โลกในฟรีคลินิก

 

 

20200119FreeClinicCover

 

1 มกรา บอกลาถุงพลาสติกทั่ว

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ถุงพลาสติกเป็นหนึ่งในตัวการสร้างปัญหาสิ่งแวดล้อมมากมาย หลายประเทศทั่วโลกต่างให้ความสำคัญและเร่งแก้ไขปัญหา

อวยพรส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ รวมใจผู้คน จุดประกายกุศลจิต

20200105-webcover

 

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว หนึ่งปีช่างแสนสั้นราวพริบตาเดียว ในช่วงเวลาส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นี้ มูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวันในประเทศไทย จัดกิจกรรม

มอบสิ่งของช่วยภัยหนาว อบอุ่นกายใจชาวเมืองน่าน

cover

มูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวันในประเทศไทย จัดกิจกรรมมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาว จ.น่าน ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง

อันมีมูลเหตุจากเหตุอุทกภัย จ.น่าน ปีที่ผ่านมา

นศ.เทคโนฯฉือจี้ร่วมฟรีคลินิก แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมผ่านบทเพลง บำบัดทุกข์กายใจของผู้ป่วยด้วยดนตรี

20191124Web Cover

นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีฉือจี้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมผ่านบทเพลงอันไพเราะ บำบัดทุกข์ในกายและใจของผู้ป่วย

 

กิจกรรมบริการชุมชน รักษาพยาบาลฟรีเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา มีความพิเศษต่างจากครั้งไหนๆ เพราะว่าครั้งนี้มีนักศึกษาชมรมออร์เคสตร้าจากสาขาพยาบาลศาสตร์

ในปัญหาพบคำตอบ เข้าใจชีวิตด้วยการ “ขอบพระคุณ”

 20191119Web Cover

  

“ในที่สุด วันนี้ผมก็ได้พบกับคำตอบ” หลังจากรับฟังการบรรยายและยกมือซักถามข้อสงสัยกันอย่างคึกคัก ผู้ร่วมฟังการบรรยายพิเศษความสุขของชีวิต ต่างบอกเล่าความประทับใจของตนเอง และชื่นชมการตอบคำถามของผู้บรรยาย 

 

ส่งมอบรถพยาบาล ยกระดับบริการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน

20191031-039-bydatchanee resize

 

1.
สามหน่วยงานส่งมอบรถพยาบาลร่วมยกระดับบริการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน

 

รถพยาบาลคันใหม่ถูกประดับตกแต่งด้วยโบว์สีแดงอันใหญ่ ให้ความรู้สึกราวกับว่าเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ สำหรับมอบให้บุคคลสำคัญ โดยในพิธีส่งมอบรถพยาบาลนั้น จิตอาสาฉือจี้

ให้รางวัลเป็นกำลังใจ ยืนหยัดเดินบนวิถีโพธิสัตว์

20191021-020-bydatchanee resize

ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ พ.ศ 2535 ทางราชการจึงกำหนดให้วันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี อันเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

ครบรอบ 15 ปี โรงเรียนฉือจี้เชียงใหม่ การศึกษาคู่คุณธรรมหยั่งรากลึก

20191019-252-bylek resize

“ขอบคุณที่ทำให้ชีวิตหนูเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นขนาดนี้ ถ้าไม่มีฉือจี้ ก็คงไม่มีคุณครูหวายในวันนี้ค่ะ” นางสาวศตนันท์ ขันศิริ หนึ่งในศิษย์เก่าโรงเรียนฉือจี้เชียงใหม่

เชิญชวนผู้คนร่วมกินเจและแนะนำฉือจี้ในเทศกาลแห่งบุญ

S  72015874 resize


1.
ผู้มีจิตศรัทธาต่างร่วมบุญให้บริการอาหารเจ


“เทศกาลถือศีลกินเจ” หนึ่งในประเพณีวัฒนธรรมอันสำคัญของไทย จิตอาสาฉือจี้แต่ละเขตต่างอาศัยช่วงเทศกาลอันดีนี้ รณรงค์แนวคิดการกินเจ อาทิ

“เทศกาลกินเจเขตประเวศ” อิ่มบุญอิ่มใจได้สุขภาพ

20191001-040-bydatchanee resize

 “แจ๋วมากเลยครับ แจ๋วมากเลย อร่อยมากครับ อร่อยทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นจืดหรือเผ็ด รสชาติแจ๋วมากๆ มืออาชีพจริงๆ ครับ” 

อุทกภัยในพื้นที่ราชบุรี จิตอาสาฉือจี้เยี่ยมเยียนมอบเงินเยียวยา

20190929-23-byJanyaporn resize

“เดือดร้อนที่สุดก็คือ หมู่ 4 กับหมู่ 9 ซึ่งมีคลองกั้นระหว่างกันอยู่ แต่หมู่ 9 จะเดือดร้อนสุด เพราะว่ามันเป็นทางน้ำผ่าน จากการสำรวจ พบว่ามีชาวบ้านเดือดร้อนประมาณ 85

มอบผ้าห่มรักษ์โลกฉือจี้ ส่งความอบอุ่นให้ครูและนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล

20190918-108-bydatchanee resize

18 กันยายน 2562 จิตอาสาฉือจี้เดินทางไปจัดกิจกรรมมอบสิ่งของช่วยเหลือภัยหนาวที่โรงเรียนบ้านตะโกล่าง ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี โดยครั้งนี้จิตอาสาได้มอบผ้าห่มรักษ์

เนื้อหาอื่นๆ...