ค้นหาข่าว

ครบรอบ 15 ปี โรงเรียนฉือจี้เชียงใหม่ การศึกษาคู่คุณธรรมหยั่งรากลึก

20191019-252-bylek resize

“ขอบคุณที่ทำให้ชีวิตหนูเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นขนาดนี้ ถ้าไม่มีฉือจี้ ก็คงไม่มีคุณครูหวายในวันนี้ค่ะ” นางสาวศตนันท์ ขันศิริ หนึ่งในศิษย์เก่าโรงเรียนฉือจี้เชียงใหม่ รวมถึงคุณแม่ชุลีรัตน์ ศรีบุญสม ซึ่งเดินทางมาจากจังหวัดขอนแก่นเป็นการเฉพาะ ได้ขึ้นเวทีบอกเล่าเรื่องราวความซาบซึ้งใจตลอดระยะเวลาสิบกว่าปีในรั้วสถานศึกษาฉือจี้

 วันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2562 นางนนทภัทร ประวีณชัยกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนฉือจี้เชียงใหม่ ได้นำตัวแทนนักเรียนและคณะครูจำนวน 84 คน ออกเดินทางจาก อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อมาร่วม “พิธีเสิร์ฟน้ำชาสำนึกคุณ เนื่องในโอกาสครบรอบ 15 ปี โรงเรียนฉือจี้เชียงใหม่” ณ สถาบันสุขภาพและความงาม ตรัยญา กรุงเทพมหานคร อาศัยการลงมือทำ เพื่อขอบพระคุณผู้มีจิตเมตตา ที่ให้การสนับสนุนโรงเรียนมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน พร้อมทั้งอาศัยโอกาสนี้ จัดนิทรรศการแสดงผลสังานจากความทุ่มเทผลักดันแนวคิดการศึกษาฉือจี้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

 

20191019-148-bylek resize

เหล่านักเรียนอาศัยโปสเตอร์ บอกเล่าผลสำเร็จและแนวคิดการจัดการศึกษาตามวิถีฉือจี้แก่แขกผู้มีเกียรติ

 

1
หนทางหลุดพ้นความยากจน มีเพียง “การศึกษา”

คณะครูและนักเรียน อาศัยละครสั้นเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นมา เมื่อครั้งจิตอาสาฉือจี้จากไต้หวัน ได้เดินทางมายังพื้นที่ราบสูงทางภาคเหนือของไทย เพื่อดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวอดีตทหารจีนคณะชาติ ผ่าน “โครงการสงเคราะห์ภาคเหนือของไทยต่อเนื่องสามปี” พ.ศ. 2538-2541 เพื่อช่วยให้พวกเขาได้อุ่นกาย สบายใจและมีชีวิตมั่นคงผ่านการเสริมสร้างอาชีพ จนหลุดพ้นจากสถานะ “เด็กกำพร้าแห่งเอเชีย” จากนั้น ภายใต้การชี้แนะของท่านธรรมาจารย์เจิ้งเอี๋ยน จิตอาสาฉือจี้จึงได้ผลักดันโครงการก่อสร้างแห่งความหวัง ก่อสร้าง “โรงเรียนฉือจี้เชียงใหม่” ขึ้น จนเปิดทำการเรียนการสอนเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2548 และย่างเข้าสู่ปีที่ 15 ในวันนี้ จากความพากเพียรพยายามของโรงเรียน ได้แปรเปลี่ยนชีวิตของเด็ก ๆ ซึ่งมีภูมิลำเนาในพื้นที่อันห่างไกล ให้ได้รับการศึกษาแบบบูรณาการที่มีคุณภาพ

 

20191019-275-bylek resize

คณะครูและนักเรียนอาศัยการแสดงละครสั้น เพื่อนำทุกคนย้อนเวลากลับไปช่วงแรกเริ่มที่จิตอาสาฉือจี้ไต้หวัน เดินทางมาผลักดัน "โครงการสงเคราะห์ภาคเหนือของไทยต่อเนื่องสามปี" และความเป็นมาของการก่อสร้างโรงเรียนฉือจี้เชียงใหม่

 

ในวันนี้ คุณอะแล รุ่งนภาศิริวงศ์ อดีตผู้ใหญ่บ้านห้วยหก หนึ่งในหมู่บ้านที่ฉือจี้ช่วยก่อสร้างที่พักอาศัย ได้นำบุตรชาย นายกันตพงศ์ และบุตรสาวนางสาวน้ำทิพย์ มาร่วมบอกเล่าเรื่องราวบุญสัมพันธ์ของพวกเขากับฉือจี้ รวมถึงความซาบซึ้งที่มีในหัวใจตลอดระยะเวลา 20 กว่าปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะนางสาวน้ำทิพย์ ซึ่งได้รับทุนการศึกษาให้เข้ารับการศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยฉือจี้ไต้หวันในปัจจุบัน ได้บอกเล่าความในใจของตนว่า “ขอบคุณฉือจี้มากๆ ค่ะ ที่ให้โอกาสหนูได้เปิดโลกทัศน์ ทำให้ได้เห็นโลกที่กว้างยิ่งขึ้น หนูสัญญาว่า เมื่อจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยฉือจี้ไต้หวัน หนูจะกลับมาเป็นครูสอนที่โรงเรียนฉือจี้เชียงใหม่ เพื่อส่งมอบความรักที่หนูเคยได้รับ ให้กับรุ่นน้องต่อไปค่ะ”

 

20191019-329-bylek resize

อดีตผู้ใหญ่บ้านฉือจี้ห้วยหก คุณอะแล รุ่งนภาศิริวงศ์ (กลาง) นำบุตรชายและบุตรสาวมาร่วมบอกเล่าความรู้สึกขอบพระคุณที่มีต่อฉือจี้ตลอด 20 กว่าปีที่ผ่านมา


คุณแม่ชุลีรัตน์ ศรีบุญสม ซึ่งเชื่อมั่นในแนวคิดการศึกษาของฉือจี้ แม้จะเหน็ดเหนื่อยจากการตั้งแผงขายเครื่องประดับเล็กๆ น้อยๆ ในตลาดเปิดท้ายยามค่ำคืน แต่ก็กัดฟันสู้ เพื่อส่งบุตรสาวเพียงคนเดียว คือ นางสาวศตนันท์ ขันศิริ ให้เดินทางจากบ้านเกิดที่ขอนแก่น ผ่านระยะทางด้วยรถโดยสารประมาณ 10 ชั่วโมง มาเรียนหนังสือ ณ โรงเรียนฉือจี้เชียงใหม่ จนกระทั่งได้รับทุน ให้เข้ารับการศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยฉือจี้ไต้หวัน จนสำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาเมื่อกลางปีที่ผ่านมา การเติบโตท่ามกลางการบ่มเพาะวัฒนธรรมอันดีงามฉือจี้ของบุตรสาว เป็นสิ่งที่คุณแม่ชุลีรัตน์ รู้สึกวางใจเป็นที่สุด โดยกล่าวว่า “จากเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ได้เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ เรียนจบแล้ว ก็ยังได้เป็นคุณครูอีกนะคะ ตรงนี้บอกได้เลยว่ารู้สึกว่าภูมิใจเป็นอย่างยิ่งค่ะ”

 

20191019-515-bylek resize
นางสาวศตนันท์ ขันศิริ (ซ้าย) และคุณแม่ชุลีรัตน์ ศรีบุญสม (กลาง) ขึ้นกล่าวบอกเล่าเรื่องราวความรักอันยิ่งใหญ่ที่ได้รับจากฉือจี้

นางสาวศตนันท์ ขันศิริ ซึ่งปัจจุบันเป็นหนึ่งในคุณครูโรงเรียนฉือจี้เชียงใหม่ได้อาศัยโอกาสนี้บอกเล่าความขอบพระคุณในหัวใจของตนเองว่า “ขอบคุณผู้มีพระคุณทุกท่าน ขอบคุณที่มอบโอกาสให้หนูได้เป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของฉือจี้ ขอบคุณที่ทำให้ชีวิตหนูเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นขนาดนี้ ถ้าไม่มีฉือจี้ก็คงไม่มีคุณครูหวายในวันนี้ค่ะ”

20191019-412-bylek resize
ดร. ถงเจิ้นหยวน ผู้แทนรัฐบาลสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒธรรมไทเป ประจำประเทศไทย (คนที่ 3 จากซ้าย) ให้เกียรติมาร่วมพิธีในวันนี้

 2

การศึกษาคู่คุณธรรม สู่การปรับใช้ในชีวิต

หลังจากแขกผู้มีเกียรติผ่านโซน “ล้างมือ ล้างใจ” ณ ประตูทางเข้าแล้ว จึงเริ่มทยอยเข้าสู่งาน ก่อนจะร่วมรับชมการแสดงรำไทยชุด “ฮีตฮอย ตำนาน เมืองฝาง” เพื่อนำทุกคนไปเยือน “เมืองฝาง” ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครเป็นระยะทางกว่า 1,000 กิโลเมตร จากนั้นคณะครูและนักเรียน ต่างบริการเสิร์ฟน้ำชาให้ด้วยความเคารพ แทนความหมายยินดีต้อนรับการมาเยือนของทุกท่าน

 

20191019-228-bylek resizeคณะครูและนักเรียนบริการเสิร์ฟน้ำชาต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ

ในโอกาสนี้ คุณหวังตวนเจิ้ง ประธานบริหารภารกิจส่งเสริมวัฒนธรรมอันดีงามของมนุษย์ มูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวัน ได้ขึ้นเวทีบอกเล่าถึงเอกลักษณ์ด้านการศึกษาของฉือจี้ว่า “เราสอนให้เด็กๆ มีวัฒนธรรมอันดีงาม บ่มเพาะคุณธรรมจริยธรรมคู่การศึกษา และเพิ่มพูนสติปัญญา ด้วยการรู้จักเสียสละเพื่อผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากในสังคม ด้วยความรักอันยิ่งใหญ่”

นับตั้งแต่โรงเรียนฉือจี้เชียงใหม่เปิดทำการเรียนการสอน เมื่อ พ.ศ.2548 เป็นต้นมา ด้วยการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากผู้มีจิตเมตตา ทำให้งานภารกิจการศึกษาทางภาคเหนือของไทย ณ โรงเรียนฉือจี้เชียงใหม่ มีทรัพยากรที่ครบครัน ในวันนี้ศิษย์เก่ารุ่นที่ 1-6 ยังได้ถือโอกาสมาบอกเล่าเรื่องราวที่ผ่านมาของตนเอง

 

20191019-233-bylek resizeนักเรียนบริการเสิร์ฟน้ำชาด้วยความเคารพ ต้อนรับแขกผู้มีเกียรติด้วยความปีติ

 

นางสาววรมน เกียรติธีรชัย ศิษย์เก่าโรงเรียนฉือจี้เชียงใหม่ รุ่นที่ 2 และปัจจุบันรับหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่เลขานุการ มูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวันในประเทศไทยกล่าวว่า “ระหว่างที่เรียนหนังสือ การที่โรงเรียนมอบโอกาสให้เราได้เป็นจิตอาสาเสียสละช่วยเหลือผู้อื่นอย่างต่อเนื่อง เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ และสิ่งที่เราได้รับหรือได้เรียนรู้จากการให้เหล่านั้น มันยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าสิ่งที่เราได้มอบให้คนอื่นเสียอีกค่ะ นี่คือสิ่งที่หนูรู้สึกมาโดยตลอด”

นอกจากนี้ นายชาญธิราช แซ่หว่าง ศิษย์เก่าโรงเรียนฉือจี้เชียงใหม่ รุ่นที่ 1 หลังจากสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายปีที่ 3 แล้ว จึงได้ออกไปสานฝันในการเป็นเจ้าของธุรกิจของตนเอง โดยบอกเล่าว่า “หลังจากจบ ม.6 ผมก็ยังคงน้อมนำคำสอนของโรงเรียน คณะครู และผู้อำนวยการ มาปรับใช้กับสังคมการทำงานครับ” การทำธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์และซื่อตรง ส่งผลให้สามารถไปถึงเป้าหมายจากเดิมที่ตั้งไว้ 10 ปีได้เพียงในระยะเวลาเพียงแค่ 5 ปี นอกจากนั้น เขายังถนอมโอกาสในการเป็นจิตอาสา มักจะกลับมาช่วยงานฉือจี้อย่างสม่ำเสมอ โดยอาศัยการลงมือทำ เพื่อตอบแทนคำสอนสั่งที่ได้รับจากโรงเรียนฉือจี้เชียงใหม่

 

20191019-547-bylek resizeช่วงเวลาแห่งการสำนึกคุณ ศิษย์เก่าโรงเรียนฉือจี้เชียงใหม่ ขึ้นกล่าวขอบพระคุณผู้มีจิตเมตตาที่ให้การสนับสนุนโรงเรียนฉือจี้เชียงใหม่ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา

3
การศึกษาคู่คุณธรรม สู่ความเชื่อมั่นที่หยั่งรากลึก


“สอนสั่งมารยาท บ่มเพาะคุณธรรม” บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความดี ที่เสียสละด้วยความจริงใจ แนวคิดการศึกษาของฉือจี้ดังกล่าว เป็นที่เชื่อมั่นและยอมรับจากผู้ทรงคุณวุฒิในแวดวงการศึกษาของไทย ในงานเลี้ยงน้ำชาสำนึกคุณวันนี้ ยังได้มีโอกาสต้อนรับ ดร.บรรเจอดพร สู่แสนสุข รอง ผอ.สำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมถึงผู้บริหารสถานศึกษา คุณครูและนักศึกษา รวมทั้งสิ้น 160 คน เพื่อบอกเล่าแนวคิดการศึกษาฉือจี้ โดยได้รับคำชื่นชมและเชื่อมั่นเป็นอย่างมากจากผู้ร่วมงาน ดร.บรรเจอดพร สู่แสนสุข กล่าวว่า “นักเรียนโรงเรียนฉือจี้เชียงใหม่เพียบพร้อมด้วยมารยาท และมีความอ่อนน้อมถ่อมตน ทั้งหมดนี้เกิดจากการปลูกฝังและทำให้เห็นเป็นแบบอย่างของคุณครู จึงเชื่อมั่นว่าการจัดการศึกษาแบบฉือจี้เป็นตัวอย่างที่ดีมากๆ ค่ะ”

20191019-528-bylek resize

การแสดงสาธิตจริยศิลป์ฉือจี้ การชงชาและการจัดดอกไม้ ตามวัฒนธรรมอันดีงามของฉือจี้ของนักเรียนโรงเรียนฉือจี้เชียงใหม่


ซิสเตอร์ กรรณิการ์ เอี่ยมไธสง จากโรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ กล่าวชื่นชมแนวคิดจัดการศึกษาความรู้คู่คุณธรรมของฉือจี้ว่า “จากการชมนิทรรศการผลงานในวันนี้ ผ่านการบอกเล่าของตัวนักเรียนเอง ทำให้เกิดความประทับใจเป็นอย่างมากค่ะ และขอบคุณฉือจี้ที่ได้พัฒนาเด็กๆ ที่มีความกล้าหาญ ที่จะบอกเล่าได้ด้วยตัวเขาเอง อันนี้ดีมาก ชื่นชมอย่างมากค่ะ” พร้อมทั้ง กล่าวว่าจากการได้ไปเยี่ยมชมฉือจี้ไต้หวันและโรงเรียนฉือจี้เชียงใหม่ ทำให้ท่านได้รับแรงบันดาลใจ ในการกลับไปบ่มเพาะคุณธรรมให้กับลูกศิษย์ ด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ต่อไป

ในโอกาสนี้ คุณสุนิสา ชื่นเจริญสุข ผู้อำนวยการโรงเรียนรุ่งอรุณ ยังได้กล่าวชื่นชมอีกว่า “การสอนที่เราไม่ได้แยกคุณธรรมจริยธรรมออกจากโรงเรียน ก็ทำให้เด็กๆเติบโตอย่างมีความสุขและประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน”

“สืบทอดความหวัง สืบสานความรัก” ภารกิจการศึกษาเป็นงานที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง ขอขอบพระคุณการสนับสนุนของทุกท่าน ที่ร่วมกันสร้างสรรค์เมล็ดพันธุ์แห่งความหวังเหล่านี้ ให้เติบใหญ่ขึ้นเป็นไม้ใหญ่ ให้ร่มเงากับสังคมในวันข้างหน้าต่อไป

 


เรื่อง บุษรา สมบัติ ดรรชนี สุระเทพ       ภาพ  พิณญ์ธิชา จันทร์สุขศรี