ค้นหาข่าว

ให้รางวัลเป็นกำลังใจ ยืนหยัดเดินบนวิถีโพธิสัตว์

20191021-020-bydatchanee resize

ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ พ.ศ 2535 ทางราชการจึงกำหนดให้วันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี อันเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เป็นวันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ ต่อมาใน พ.ศ.2553 ยังกำหนดให้เพิ่มเป็นวันอาสาสมัครไทย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ร่วมกันจัดงานวันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติและวันอาสาสมัครไทยเป็นประจำทุกปี นับตั้งแต่ พ.ศ. 2528 เป็นต้นมา เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในงานด้านการจัดการสวัสดิการสังคม สังคมสงเคราะห์ และพัฒนาสังคม อีกทั้งจัดพิธีประกาศเกียรติคุณอาสาสมัครดีเด่นเนื่องในโอกาสดังกล่าว ไม่เพียงสร้างขวัญ กำลังใจให้อาสาสมัครดีเด่น หากยังใช้โอกาสนี้ เผยแพร่ผลงานของอาสาสมัครให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชน จุดประกายจิตใจผู้คน ให้เข้ามาร่วมทำงานอาสาสมัคร พัฒนาประเทศชาติให้ก้าวหน้าต่อไป

นับเป็นครั้งที่ 27 ของการจัดงานวันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติและวันอาสาสมัครไทย ประจำปี 2562 ในการนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ โปรดให้หม่อมหลวงสราลี กิติยากร เป็นผู้แทนพระองค์ มอบโล่ประกาศเกียรติคุณอาสาสมัครดีเด่นและองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น จำนวนทั้งสิ้น 256 ราย แบ่งออกเป็นอาสาสมัครดีเด่น 241 คน และองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น 15 องค์กร โดยมูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวันในประเทศไทย ได้คัดเลือกและเสนอ “คุณสุกัญญา ริมพนาเวศ” ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานบริหารมูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวันในประเทศไทย เข้ารับประทานโล่ประกาศเกียรติคุณ

 

1.
รางวัลอาสาสมัครดีเด่น อันมาจากแรงกายแรงใจของทุกคน


ตลอด 30 กว่าปีที่คุณสุกัญญาประกอบธุรกิจในเมืองไทย มักจะนำคำสอนของท่านธรรมาจารย์ที่เคยกล่าวไว้ว่า “เมื่ออาศัยอยู่ใต้ผืนฟ้า ยืนอยู่บนผืนแผ่นดินใด ก็ต้องรู้จักตอบแทนบุญคุณผืนแผ่นดินนั้น” โดยคุณสุกัญญาเริ่มร่วมกิจกรรมฉือจี้ในปี 2545 ต่อมาผ่านการรับรองวุฒิกรรมการฉือจี้ในปี 2549 และดำรงตำแหน่งประธานบริหารมูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวันในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา

17 ปีในครอบครัวแห่งรักอันยิ่งใหญ่ของฉือจี้ คุณสุกัญญาทุ่มเททำงานอย่างสุดกำลังแรงกายแรงใจ โดยเฉพาะการสนับสนุนกองทุนก่อสร้างสำนักงานผลักดันภารกิจต่างๆของฉือจี้ในเมืองไทย และไม่ว่าในกิจกรรมเล็ก หรือกิจกรรมใหญ่ของฉือจี้ คุณสุกัญญาล้วนลดตัวตน เดินเข้าสู่ชุมชนต่างๆ เพื่อดูแลและให้ความช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก ดังนั้น ทุกก้าวย่างที่ผ่านมา ล้วนเต็มไปด้วยความทุ่มเทเสียสละด้วยจิญญาณแห่งความรักอันยิ่งใหญ่ จนเป็นที่ประจักษ์ในสังคมไทยและได้รับคัดเลือกเป็นอาสาสมัครดีเด่นในวันนี้ คุณสุกัญญา แบ่งปันความรู้สึกว่า “ความจริงแล้ว ฉันเป็นเหมือนตัวแทนจิตอาสาฉือจี้มารับรางวัลนี้นะคะ เพราะว่ารางวัลแห่งเกียรติยศนี้เป็นของทุกคน ไม่ใช่ของฉันแค่คนเดียว ทุกคนล้วนมีส่วนผลักดันให้เกิดผลสำเร็จในวันนี้ เพราะฉะนั้นแล้ว วันนี้ฉันเป็นเพียงแค่ตัวแทนของจิตอาสาฉือจี้ค่ะ”

20191021-008-bydatchanee resizeผู้ร่วมงานที่เคยรู้จักฉือจี้มาก่อน เมื่อเห็นจิตอาสาฉือจี้ก็เข้ามาร่วมแสดงความยินดีและถ่ายภาพเป็นที่ระลึกร่วมกัน

2.
ทำจิตอาสาสร้างประโยชน์เพื่อผู้อื่น เห็นทุกข์ รู้บุญ พัฒนาตนเอง


เป็นระยะเวลา 5 ปีแล้ว ที่คุณสุกัญญา ริมพนาเวศ ดำรงตำแหน่งประธานบริหารมูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวันในประเทศไทย อันเป็นหน้าที่ที่จะต้องทำงานด้านบริหารและด้านจิตอาสาควบคู่กันไปทั้งสองอย่าง ดังนั้นภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ และความกดดันจึงเพิ่มมากขึ้น เพราะแต่ก่อนเป็นแค่จิตอาสา เปรียบเสมือนทำงานพาร์ทไทม์ ซึ่งอาจจะมาร่วมกิจกรรมได้ตามความสะดวก แต่เมื่อทำหน้าที่เป็นประธานแล้ว ก็เปรียบเสมือนการทำงานเต็มเวลา ซึ่งไม่เพียงเป็นจิตอาสาเต็มเวลา หากยังหมายถึงการทุ่มเททำงานอย่างสุดกำลังแรงกายแรงใจอีกด้วย

สภาพชีวิตอันทุกขเวทนาที่ได้พบเห็นจากการลงพื้นที่ในชุมชมต่างๆในระหว่างให้ความช่วยเหลือดูแลผู้ยากไร้นั้น ทำให้คุณสุกัญญาเรียนรู้ประสบการณ์ “เห็นทุกข์เขา รู้บุญเรา” จึงมักจะเตือนตัวเองให้หมั่น คิดดี พูดดี ทำดีเสมอ และเรียนรู้ที่จะปรับปรุงตัวเองให้ดียิ่งๆขึ้นไป คุณสุกัญญา แบ่งปันว่า “แต่ก่อนฉันเป็นคนที่ชอบความสมบูรณ์แบบมากๆเลยค่ะ อะไรก็ตามต้องดีที่สุด ต้องแต่งตัวดี ใช้ของดีๆ แต่ทำฉือจี้ผ่านไปหลายๆปี โดยเฉพาะช่วงที่เป็นประธานหลายปีหลังๆมานี้ ฉันคิดว่าฉันเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นในทุกๆด้าน ฉันขอบคุณที่ได้เดินบนเส้นทางนี้ ฉันคิดว่าชีวิตของฉันในตอนนี้เป็นชีวิตที่มีคุณค่าและมีความหมายค่ะ”

 

20191021-017-bydatchanee resizeข้าราชการของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมแสดงความยินดีกับจิตอาสาฉือจี้

3.
จิตวิญญาณของฉือจี้คงอยู่ตลอดไป


งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา แม้พีธีประกาศเกียรติคุณอาสาสมัครดีเด่น และองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น จะสิ้นสุดลงแล้ว ทว่า จิตวิญญาณของความเป็นจิตอาสายังคงอยู่ต่อไป คุณสุกัญญา แบ่งปันว่า “ฉันก็จะทำงานจิตอาสาฉือจี้นี้ต่อไปจนวันสุดท้าย และฉันก็หวังว่าจะสามารถผูกบุญสัมพันธ์อันดีกับผู้คนให้มากขึ้น และชักชวนผู้คนให้มาร่วมเดินบนวิถิโพธิสัตว์ให้มากยิ่งๆขึ้นค่ะ”

 

20191021-019-bydatchanee resizeคุณสุกัญญา ริมพนาเวศ (ซ้าย 3) แบ่งปันว่า “รางวัลอาสาสมัครดีเด่นเป็นรางวัลเกียรติยศของชาวฉือจี้ เพราะทุกคนล้วนมีส่วนผลักดันให้เกิดผลสำเร็จในวันนี้”

 


เรื่อง  ดรรชนี สุระเทพ       ภาพ  ดรรชนี สุระเทพ