เรียนรู้จากการบริการผู้อื่น พัฒนาตนเองจากการเสียสละ

20151103-05-bywangchunghsien resize

 

อุทิศศักยภาพ ด้วยหัวใจเสียสละ

“ทางเต็นท์ขอชุดเครื่องเสียงและไมโครโฟนเพิ่มอีกหนึ่งชุดค่ะ” อาสาสมัครฉือจี้ คุณหธญา ริมพนาเวศ แปลคำร้องขอจากอาสาสมัครฉือจี้ชาวไต้หวันที่ได้ยินจากวิทยุสื่อสารเป็นภาษา

ไทย เพื่อแจ้งต่อไปยังเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ให้ช่วยดำเนินการต่อไป

 

ระหว่างกิจกรรมบริการชุมชน รักษาพยาบาลฟรี ภายในห้องโถงอันกว้างใหญ่ของสถานธรรมจิ้งซือ ได้ถูกจัดวางไว้ด้วยห้องตรวจรักษาเกือบยี่สิบห้อง โดยคุณหธญา มักจะเดินถือวิทยุสื่อสาร เดินทะลุไปตามจุดต่างๆ เพื่อช่วยประสานงานให้กับแพทย์พยาบาล และผู้ลี้ภัยที่มารับการตรวจรักษา รวมถึงช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าต่างๆ ให้กับบรรดาคณะทำงาน

พ.ศ.2558 เมื่อกิจกรรมบริการชุมชน รักษาพยาบาลฟรีเริ่มต้นขึ้น อาสาสมัครฉือจี้ คุณหธญา จึงเริ่มเข้ามาเรียนรู้การทำงาน จากเดิมทีได้ประจำอยู่ตรงจุดลงทะเบียน ที่จะค่อนข้างยุ่งเฉพาะช่วงเช้าเท่านั้น แต่เมื่อแผนผังสถานที่ และหน้าที่แผนกต่างๆ ในกิจกรรมรักษาพยาบาลฟรี ได้ปรับเปลี่ยนไปตามความคืบหน้าการก่อสร้างสถานธรรมจิ้งซือ ภายหลังคุณหธญา จึงได้เข้ามาช่วยหน้าที่ประสานงานหน้าห้องตรวจตลอดทั้งวัน คุณหธญาอธิบายถึงรายละเอียดงานของตนเองว่า “ตอนนี้มีโอกาสได้มาช่วยทำงานประสานงานกับแพทย์พยาบาล และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายภายในห้องตรวจ โดยจะช่วยดูแลความเรียบร้อยระหว่างผู้ให้บริการกับคนไข้ และจะช่วยแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าต่างๆ ค่ะ” ซึ่งระหว่างกิจกรรมรักษาพยาบาลฟรี คุณหธญาก็มักจะพบเจอกับเหตุการณ์เฉพาะหน้าต่างๆ อยู่บ่อยครั้ง ถือเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ช่วยให้มีโอกาสได้พัฒนาตนเอง

เนื่องจากมีคุณแม่คือ คุณสุกัญญา ริมพนาเวศ เป็นชาวฉือจี้ ทำให้คุณหธญา ซึ่งเริ่มเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษา เมื่อ พ.ศ.2547 ได้มีโอกาสเข้าร่วมการแสดงประกอบพระสูตรกตัญญุกตเวฑิตาสูตรเพื่อการกุศล ช่วยระดมทุนเพื่อก่อสร้างโรงเรียนฉือจี้เชียงใหม่ คุณหธญาเล่าถึงความทรงจำในช่วงเวลาดังกล่าวว่า ในตอนนั้นตนเองไม่รู้จัก “ฉือจี้” มาก่อน เพียงแต่โดนขอให้มาช่วยร่วมแสดง ทว่าระหว่างการฝึกซ้อม ได้รับชมภาพวีดิทัศน์การแสดงของไต้หวัน และการซักซ้อมครั้งแล้วครั้งเล่า ความหมายอันลึกซึ้งของคำร้อง ทำให้ตนเองรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก พร้อมทั้งตระหนักว่าควรที่จะทำความดีและทดแทนบุญคุณอย่างทันท่วงที คุณหธญาเล่าว่า “ตอนนั้นเราก็กลับไปบอกรักแม่ คิดว่าท่านเองก็คงจะรู้สึกตกใจ เพราะว่าในตอนนั้น เรายังไม่ค่อยได้คุยอะไรกันมาก” คุณหธญาในวัย 16 ปี ซึ่งไม่ชอบแสดงออกถึงความรู้สึกกับคนในครอบครัว แต่อาศัยการติดตามคุณแม่ ทำให้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของฉือจี้ทั้งในเมืองไทยและไต้หวัน

 

บริการช่วยเหลือผู้อื่น เรียนรู้พัฒนาตนเอง

“อะไรคือฉือจี้” หรือ “ฉือจี้ทำอะไรบ้าง” คำถามเหล่านี้ติดค้างอยู่ภายในใจของคุณหธญามาโดยตลอด จากนั้นจึงแบ่งปันถึงความเป็นมา ที่ทำให้มีโอกาสรู้จักฉือจี้มากยิ่งขึ้นว่า “ที่บ้านมีหนังสือภาษาอังกฤษเกี่ยวกับท่านธรรมาจารย์ ที่แปลมาจากภาษาจีนอยู่ประมาณ 1-2 เล่ม ซึ่งพอได้อ่านแล้ว ก็เลยทำให้รู้สึกสนใจ เมื่อเราได้อ่านแล้ว ก็รู้เรื่องราวของฉือจี้มากขึ้น จนรู้สึกอยากจะมีส่วนร่วมค่ะ”

หลังจากพายุมรกตพัดถล่มไต้หวันเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2552 คุณหธญาได้มีโอกาสติดตาม 慈友會เดินทางไปช่วยทำความสะอาดพื้นที่ประสบภัย โดยเล่าถึงความรู้สึกในตอนนั้นว่า “ตอนทำความสะอาด ก็ช่วยกวาดด้วยความตั้งใจสุดๆ ค่ะ กวาดไปหัวโล่งมาก รู้สึกใจสงบ ไม่ได้มีคิดเลยว่ามันสกปรก มันเหม็น หรือมันเหนื่อย ในจุดที่ยืนตอนนั้นเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นสภาพพื้นที่แบบนั้นด้วยตาตัวเอง” ทุกคนต่างก็ไม่มีสิทธิ์ครอบครองร่างกาย มีเพียงสิทธิ์ใช้ร่างกายให้มีคุณค่า แม้จะอยู่ในพื้นที่ประสบภัยเพียงแค่วันเดียว แต่คุณหธญาก็ทุ่มเทอย่างสุดกำลังความสามารถ เพื่อให้เวลาหนึ่งวันนั้นเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ประสบภัย

พ.ศ.2553 หลังจากคุณหธญาสำเร็จการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ด้วยคำเชิญชวนจากอาสาสมัครฉือจี้ในไต้หวัน จึงได้มีโอกาสเดินทางกลับไปเรียนรู้การเป็นอาสาสมัครร้านหนังสือจิ้งซือที่ไต้หวันต่อเนื่องถึงสามเดือน ประจวบกับเมื่อร้านหนังสือจิ้งซือในเมืองไทยเปิดทำการ คุณหธญาจึงได้นำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากไต้หวัน มาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์

คุณหธญาเล่าว่า “หลังจากช่วยงานฉือจี้ไปพักหนึ่ง ก็รู้สึกว่าเราช่วยอะไรอาสาสมัครคนอื่นๆ ได้ไม่มาก เพราะว่าในฉือจี้ซึ่งเป็นองค์กรที่มาจากไต้หวัน ยังคงจำเป็นต้องใช้ภาษาจีนอยู่ ซึ่งเราสามารถฟังพูดอ่านเขียนภาษาไทยกับภาษาอังกฤษได้ แต่สำหรับภาษาจีน สามารถฟังกับพูดได้ แต่ยังเขียนกับอ่านได้ไม่มากค่ะ ดังนั้นจึงอยากจะพัฒนาตนเอง จึงเดินทางกลับไปเรียนภาษาจีนที่ไต้หวันนานเก้าเดือน”

นอกจากเข้าศึกษาชั้นเรียนภาษาจีนและอบรมครูสอนภาษาจีน ในศูนย์การเรียนการสอนภาษา ณ มหาวิทยาลัยฉือจี้แล้ว คุณหธญา ยังอาศัยช่วงเวลานี้เข้ารับการอบรมกรรมการฉือจี้ ซึ่งทำให้ยิ่งตระหนักถึงคุณค่าของชีวิต ไม่เพียงได้พัฒนาตนเอง แต่ยังได้บริการช่วยเหลือผู้อื่นไปด้วยพร้อมกัน โดยคุณหธญาแบ่งปันว่า “เหมือนเราได้พัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ ในระหว่างที่เรามาเป็นอาสาสมัคร มาบริการคนอื่นค่ะ”

ในระหว่างที่ลงมือปฏิบัตินี้ ในที่สุดคุณหธญาก็ค้นพบคำตอบว่า “ฉือจี้” คืออะไร “ก่อนที่เราจะทุ่มเทอะไร เราก็ต้องเข้าไปศึกษาก่อน ซึ่งหลังจากที่ได้เข้ามาทำด้วยตนเองแล้ว ก็พบว่าทุกอย่างที่ฉือจี้ทำนั้น มันล้วนเป็นสิ่งที่มีความหมาย มันได้ช่วยเหลือคนจริงๆ ไม่ได้มีอะไรแอบแฝงอยู่ค่ะ” คุณหธญาบอกเล่าถึงคำตอบที่ตนเองค้นพบ

“กล้ารับภาระหน้าที่ ยินดีร่วมมือสนับสนุน” หลังจากเดินทางกลับมาประเทศไทย คุณหธญายังได้มีโอกาสเดินทางไปเป็นคุณครูสอนภาษาจีนให้กับนักเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น รวมถึงสอนภาษาอังกฤษให้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนฉือจี้เชียงใหม่ ด้วยหัวใจที่คิดว่า “ควรทำ” ไม่ว่าจุดใดต้องการกำลังสนับสนุน ก็ยินดีที่จะเป็นกำลังเสริมให้เสมอ ทำงานอาสาสมัครฉือจี้ด้วยความสุข

 

จริงจัง ตั้งใจ ในทุกเรื่อง

เมื่อมีศักยภาพ สิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือมีความรักอันยิ่งใหญ่ หัวใจที่เปี่ยมด้วยความเมตตานี้ อาจจะเพราะได้รับการบ่มเพาะมาจากครอบครัว คุณหธญากล่าวว่า “เราเห็นแม่ทำมาตั้งแต่เรายังไม่รู้ว่าอะไรคือ ฉือจี้ ใช่มั้ยคะ ก็รู้สึกว่าเขาเป็นตัวอย่างที่ดีให้เราเห็นว่า การมีจิตอาสา การช่วยเหลือคนอื่นนั้น ก็ทำให้เกิดความสุขในใจได้”

ภาระหน้าที่ต่างๆ ภายในกิจกรรมบริการชุมชนรักษาพยาบาลฟรี ยังเป็นบททดสอบไหวพริบในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เมื่อแบกรับภาระหน้าที่ จึงมีโอกาสได้แสดงศักยภาพแห่งชีวิต และจากการร่วมทำงานรักษาพยาบาลฟรี ทำให้คุณหธญาได้มีโอกาสร่วมงานกับองค์กรอื่นๆ ที่ร่วมดูแลผู้ลี้ภัย และจากการบอกต่อของพวกเขา ทำให้คุณหธญาได้สวมบทบาทเป็นสะพานบุญ เพื่อนำความช่วยเหลือที่เหมาะสมไปมอบแก่ผู้ลี้ภัยได้มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการช่วยประสานให้ผู้ลี้ภัย 6 คนได้รับการผ่าตัดรักษาตาต้อกระจก และได้กลับมามองเห็นได้อย่างชัดเจนอีกครั้ง หรือแม้กระทั่งช่วยเหลือความเป็นอยู่ของทั้งครอบครัวแบบครบวงจร ทั้งการซ่อมบ้านพักอาศัย การมอบอุปกรณ์การรักษาพยาบาลและสิ่งของเครื่องในชีวิตประจำวัน แบ่งเบาภาระให้กับสมาชิกในครอบครัวนับสิบคน
“เราได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนพวกเขาแค่ไม่กี่ครั้ง แต่กลับสร้างความซาบซึ้งใจให้กับทุกคนมาจนถึงทุกวันนี้ โดยเขาไม่เพียงร่วมหยอดกระปุกออมบุญ แต่ยังยินดีเดินทางจากที่พักของเขาเอง เพื่อนำหยาดหยดธารน้ำใจในกระปุก มาบริจาคสมทบให้กับมูลนิธิ” คุณหธญาแบ่งปันถึงหนึ่งในเรื่องราววัฏจักรแห่งความดี ที่เกิดขึ้นจากการดูแลด้วยความรักอันจริงใจของชาวฉือจี้

คุณหธญาซึ่งจริงจัง ตั้งใจ ในทุกเรื่อง ยังได้แบ่งปันถึงความตั้งใจของตนเองว่า “กิจกรรมรักษาพยาบาลฟรี ซึ่งเราได้มีโอกาสร่วมทำงานมาตั้งแต่เริ่มต้น จึงตั้งใจว่า จะขอทำเรื่อยไป จนกระทั่งไม่มีงานอะไรให้ทำแล้วค่ะ”

 


 

S  6955059 resize

 

20100711-2225-bylek resize

 

20101114-1783-byming resize

 

20150125-79-bypolsak resize

 

20160724-214-byxiaolian resize

 

20151107-06-byxiaolian resize

 

20160228-20-byxiaolian resize