ค้นหาข่าว

ชั้นเรียนกราฟฟิคดีไซน์ของผู้ลี้ภัย

20170629-86-byxiaolian resize

 

เรียนรู้ด้วยตนเอง พลิกเปลี่ยนชีวิต เสียสละสร้างวัฏจักรแห่งรักอันยิ่งใหญ่

 

“อย่าดูแคลนตนเอง เพราะคนเรามีศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัด” เนื่องจากปัจจัยความขัดแย้งทางศาสนา คุณอาซีฟในวัยเพียง 20 ปี ต้องลี้ภัยจากปากีสถานมาพร้อมกับครอบครัว จนมาถึงกรุงเทพมหานคร เป็นจุดเริ่มต้นชีวิต “ผู้ลี้ภัย” ของพวกเขา ด้วยเพราะไม่มีความเชี่ยวชาญด้านใดเป็นพิเศษ แม้จะสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี แต่เมื่อไปสมัครเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ ตามสถานศึกษาต่างๆ กลับได้รับคำตอบเป็นคำปฏิเสธมาโดยตลอด

 

 

20170514-19-byxiaolian resize

▲ ครั้งแรกที่คุณอาซีฟ (คนที่ 2 จากขวา) เดินทางมายังสถานธรรมจิ้งซือ เพื่อปรึกษาพูดคุยและขอความอนุเคราะห์สถานที่ในการจัดชั้นเรียนกราฟฟิกดีไซน์


ใช้ทรัพยากรที่จำกัดฟันฝ่าอุปสรรค พร้อมแบ่งปันสู่ผู้อื่น


ในช่วงแรก ครอบครัวของอาซีฟทั้งสามรุ่น รวม 11 คน ต้องอาศัยอยู่รวมกันในอพาร์ทเม้นท์เล็กๆ พื้นที่เพียง 20 กว่าตารางเมตร ด้วยความแออัดและยากลำบาก รู้สึกเหมือนวันข้างหน้าไร้ซึ่งความหวังและจมลงสู่ความเศร้าโศก ทว่าพวกเขากลับไม่เคยยอมก้มหน้าให้กับโชคชะตา ต่อมาพี่ชายคนที่สอง คุณวากัส ซึ่งได้ลองไปค้นคว้าถึงทิศทางการหารายได้ผ่านอินเตอร์เน็ต แล้วจึงแนะนำให้คนในครอบครัว ลองเรียนรู้การทำงาน “กราฟฟิกดีไซน์” เพราะเชื่อมั่นว่า จะสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของครอบครัวได้


งานกราฟฟิกดีไซน์ ทำให้ชีวิตของพวกเขาได้พบกับความหวังอีกครั้ง อาซีฟเล่าว่า เขาและพี่ชายทั้งสอง ต้องเรียนรู้กราฟฟิกดีไซน์ ผ่านอินเตอร์เน็ตด้วยตนเองนานต่อเนื่องถึงสามเดือน และยังได้ประสานไปยังมหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง เพื่อขอความอนุเคราะห์ให้ช่วยส่งคลิปวีดีโอชั้นเรียนกราฟฟิกดีไซน์มาให้พวกเขาเรียนรู้ด้วยตนเอง เมื่อเรียนรู้ได้ระดับหนึ่งแล้ว พวกเขาจึงเข้าไปหางานกราฟฟิกดีไซน์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต จนมีรายได้มาจุนเจือครอบครัว และปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้พลิกเปลี่ยนเป็นดียิ่งขึ้นได้


สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือ ความมีน้ำใจไม่เห็นแก่ตัวของพวกเขา โดยยินดีเปิดสอนกราฟฟิกดีไซน์ ให้กับเหล่าผู้ลี้ภัยโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย แม้จะพบเจอกับอุปสรรคความยากลำบากนานัปการ แต่ก็ยังยืนหยัดเคียงข้าง เพื่อช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาให้ดียิ่งขึ้นตามมาด้วย อาซีฟกล่าวว่า “เส้นทางที่ผ่านมา มันยากมากเลยครับ เพราะว่าไม่มีใครคอยชี้แนะ แต่เราก็ลองผิดลองถูกไปหลายครั้งหลายครา จนเราสามารถทำงานกราฟฟิกดีไซน์ หารายได้มาจุนเจือครอบครัวได้ในที่สุด”

 

20170629-15-byxiaolian resize

▲เมื่อคุณอาซีฟ (ขวา) และพี่ชายคนที่สอง คุณวาคัส (ซ้ายอยู่ที่บ้าน พวกเขาก็มักจะใช้เวลาไปกับการตรวจการบ้านให้กับผู้เรียนกราฟฟิกดีไซน์


เมื่อความเป็นอยู่ของตนเองดีขึ้น อาซีฟและครอบครัวก็ยังคงเห็นอกเห็นใจเหล่าพี่น้องผู้ลี้ภัย เดิมทีคิดอยากจะมอบเงินช่วยเหลือจุนเจือพวกเขา เพื่อช่วยแบ่งเบาความยากลำบากในชีวิต แต่อาซีฟ ก็พบว่า เมื่อพวกเขาได้รับเงินช่วยเหลือ กลับไม่ได้มีความสุขมากอย่างที่เขาคิด เพราะปัญหาเศรษฐกิจของครอบครัวยังคงอยู่ อาซีฟจึงเริ่มถามตัวเองว่า จะทำอย่างไรเพื่อช่วยเหลือผู้ลี้ภัยที่ต้นเหตุได้อย่างแท้จริง


ขอความอนุเคราะห์ รังสรรค์ชั้นเรียนกราฟฟิกดีไซน์


อาซีฟจึงเริ่มชักชวนเหล่าผู้ลี้ภัย มาเรียนรู้กราฟฟิกดีไซน์ แม้คอนโดที่พวกเขาอยู่จะไม่ได้กว้างขวางมากนัก จุคนได้มาสุดแต่ละครั้งไม่เกินสิบคน แต่พวกเขาก็ใช้วิธีแบ่งชั้นเรียนออกเป็นวันละสามรอบ เมื่อรอบแรกจบ รอบที่ 2 ก็เข้ามาเรียนต่อ แม้อาซีฟและพี่ชายจะเหน็ดเหนื่อย แต่พวกเขาต่างก็รู้สึกว่า นี่เป็นความหวังที่จะช่วยเหลือผู้ลี้ภัยเหล่านี้ได้จริง จึงทุ่มเททำด้วยความสุข

 

20170629-37-byxiaolian resize

▲เพราะความมุ่งมั่นที่ไม่เคยหยุดหย่อน ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวค่อยๆ ดีขึ้น 


เวลาแต่ละวันของอาซีฟ ผ่านพ้นไปอย่างคุ้มค่า เมื่อตื่นนอนในตอนเช้าก็จะไปมหาวิทยาลัยเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับจิตวิทยา นำความรู้ที่ได้ มาพัฒนาผลงานกราฟฟิกดีไซน์ ตอนเที่ยงเมื่อกลับมาถึงบ้าน ก็เริ่มสอนผู้ลี้ภัย จากนั้นจึงตรวจการบ้านของเหล่านักเรียนพร้อมให้คำชี้แนะ ตกเย็นก็ไปออกกำลังกาย กลับมารับประทานอาหารเย็นพร้อมพ่อแม่ ก่อนจะเริ่มทำงานกราฟฟิกดีไซน์ของตนเองในเวลา 20.00 น. จนถึงเวลาเช้ามืด 4.00 น. จึงจะนอนหลับพักผ่อน


แม้จะมีเวลาพักผ่อนเพียงวันละ 3-4 ชั่วโมง แต่อาซีฟกลับไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย เพราะเขาทราบดีว่า นี่คือภารกิจของเขาระหว่างที่อาศัยอยู่ในเมืองไทย อาซีฟกล่าวว่า “ผมไม่รู้ว่า เมื่อเดินทางไปยังประเทศที่สามแล้ว ผมจะยังมีโอกาสได้ช่วยเหลือผู้อื่นอีกไหม ดังนั้น ผมจึงถนอมโอกาสในการช่วยเหลือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเหล่านี้ครับ”


คุณวากัส พี่ชายคนที่สองของอาซีฟ บอกเล่าว่า การสนับสนุนที่ได้รับจากชาวฉือจี้ในการจัดชั้นเรียนกราฟฟิกดีไซน์นี้ เป็นกำลังใจสำคัญ สำหรับพวกเขา โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นห้องเรียนที่ฉือจี้ให้ความอนุเคราะห์ ไม่เพียงเพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์ที่จำเป็นในการเรียน ยังมีเครื่องปรับอากาศ โปรเจคเตอร์และโต๊ะเก้าอี้อีกด้วย คุณวากัสกล่าวว่า “ห้องเรียนที่ฉือจี้อนุเคราะห์ให้กับเรา ผมเชื่อมั่นว่าแม้กระทั่งมหาวิทยาลัย ก็ยังไม่สามารถจัดเตรียมให้ครบครันได้เท่านี้ นักเรียนของเราต่างก็ดีใจมากที่ได้มาเรียนในสภาพแวดล้อมที่ดีอย่างนี้ครับ”
พลังแห่งการเคียงข้าง พลิกชีวิตให้เพื่อนผู้ลี้ภัย


คุณชาฟกัส ซึ่งเคยได้รับความช่วยเหลือจากอาซีฟ เดิมทีรับจ้างเป็นคนล้างจานในร้านอาหารแห่งหนึ่ง โดยต้องออกจากบ้านไปทำงานตั้งแต่เวลา 8.00 น. และทำงานจนถึง 22.00 น. แต่ละวันต้องระหกระเหินอยู่ข้างนอกถึงวันละเกือบ 16 ชั่วโมง เพื่อแลกกับรายได้เพียงเดือนละประมาณ 3,000-4,000 บาท แม้ตอนแรกชาฟกัส คิดอยากจะลาออกจากงาน เพื่อจะได้ทุ่มเทเวลาเรียนกราฟฟิกดีไซน์ อย่างเต็มที่ ทว่าอาซีฟได้เตือนสติเขาว่า หากตัดสินใจลาออก แล้วระหว่างที่เรียน เอารายได้ที่ไหนมาจุนเจือครอบครัว

 

20170629-56-byxiaolian resize

▲หลังจากการสัมภาษณ์สิ้นสุดลงแล้ว อาสาสมัครฉือจี้ คุณเผิงชิวอวี้ นำชาแดงจากร้านหนังสือจิ้งซือ นิตยสารฉือจี้ ฉบับภาษาอังกฤษและพวงกุญแจสิริมงคล มอบให้พวกเขาเพื่อแสดงถึงคำขอบคุณและคำอวยพร


ดังนั้นชาฟกัส จึงยังคงออกไปทำงานตามปกติเป็นประจำทุกวัน พร้อมทั้งจัดสรรเวลาหนึ่งวันต่อสัปดาห์ เพื่อไปเรียนกราฟฟิกดีไซน์ ต่อเนื่อง 5 ชั่วโมง วันอื่นๆ ก็จะเจียดเวลาหลังเลิกงานอีกวันละ 5 ชั่วโมง เพื่อทำการบ้านงานออกแบบกราฟฟิกดีไซน์ที่ได้รับมอบหมาย และอาซีฟก็ช่วยให้คำแนะนำ เพื่อแก้ไขปรับปรุงเรื่อยมา จนผ่านไปสองเดือน ก็ถึงระดับที่สามารถสำเร็จการศึกษากราฟฟิกดีไซน์ได้ ในตอนนี้ชาฟกัสก็ถามอาซีฟอีกว่า สามารถลาออกจากงานล้างจานได้แล้วใช่ไหม อาซีฟจึงแนะนำต่ออีกว่า รอจนกว่าจะหางานกราฟฟิกดีไซน์ได้จริงๆ ก่อนค่อยคิดเรื่องลาออกเถิด


การหางานกราฟฟิกดีไซน์ของชาฟกัสผ่านอินเตอร์เน็ตในช่วงแรก ไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คาดหวัง เคราะห์ซ้ำกรรมซัด เมื่อเจ้าของร้านอาหารที่ชาฟกัสทำงานล้างจานอยู่บอกข่าวร้ายกับเขาว่า เนื่องจากทางร้านมีพนักงานมากเกินไป จึงขอให้เขาลาออกจากงาน ชาฟกัสจึงได้มาปรึกษาอาซีฟอีกครั้ง อาซีฟก็ได้แต่ปลอบใจเขาว่า “ไม่เป็นไรนะ เมื่ออัลเลาะห์ปิดประตูบานหนึ่ง ก็จะเปิดประตูอีกร้อยบานให้คุณ”


ทว่า ผ่านไปถึง 15 วันแล้ว ชาฟกัสยังคงไม่สามารถหางานกราฟฟิกดีไซน์ได้ ทำให้อาซีฟเริ่มเป็นกังวลแทนเขาว่า หากยังหารายได้ไม่ได้ ชีวิตความเป็นอยู่ในเดือนหน้าจะเป็นอย่างไร และคาดไม่ถึงว่า ในตอนนี้เอง ที่ชาฟกัสได้รับงานกราฟฟิกดีไซน์ชิ้นสำคัญมา และภายในระยะเวลาสั้นๆ เพียง 15 วัน เขาก็ได้รับค่าตอบแทนถึง 400 ดอลลาร์ (ประมาณ 13,000 บาท)


อาซีฟเล่าว่า เมื่อชาฟกัสนำข่าวดีมาบอกนั้น เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นรอยยิ้มของเขา ถือเป็นสิ่งที่ล้ำค่าทางความรู้สึกอย่างมาก ทุกวันนี้ชาฟกัสสามารถหารายได้จากการทำงานกราฟฟิกดีไซน์ได้เดือนละประมาณ 500 ดอลลาร์ (ประมาณ 16,600 บาท) จากรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น ไม่เพียงช่วยแบ่งเบาความกดดันทางเศรษฐกิจของสมาชิกในครอบครัวของชาฟกัสทั้งสี่คน แต่คุณภาพชีวิตของพวกเขายังเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นด้วย


ชาฟกัสเล่าว่า “ตอนนี้เราสามารถย้ายมาอยู่ใน อพาร์ทเมนท์ที่กว้างขวางยิ่งขึ้น มีเครื่องปรับอากาศ นอกจากนี้ ผมยังทำงานกราฟฟิกดีไซน์ที่บ้านได้ สามารถอยู่กับครอบครัวและลูกๆ ได้ทั้งวันเลยครับ”

 

ชีวิตพลิกเปลี่ยน ร่วมสร้างวัฏจักรแห่งรัก
ทุกวันนี้คณะวิทยากรชั้นเรียนกราฟฟิกดีไซน์ของอาซีฟและพี่ชายทั้งสอง มีสมาชิกเกือบ 20 คน ชาฟกัสก็เป็นหนึ่งในนั้น เหล่าวิทยากรเหล่านี้ นำเรื่องราวชีวิตของตนเอง มาเป็นแรงผลักดัน เพราะทุกคนต่างก็มีจิตใจที่อยากจะช่วยเหลือผู้อื่น จึงมาร่วมกันทำงานเสียสละ ร่วมกันถ่ายทอดความรู้กราฟฟิกดีไซน์ของตนเองให้กับผู้อื่นต่อไปโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ร่วมกันสร้างวัฏจักรแห่งความรักอันยิ่งใหญ่

 

 20170629-56-byxiaolian resize

▲หลังจากได้เรียนกราฟฟิกดีไซน์แล้ว คุณชาฟกัสก็สามารถรับงานมาทำที่บ้านได้ และมีเวลาอยู่กับลูกๆมากยิ่งขึ้น 

 

อาซีฟเล่าว่า ประสบการณ์การเรียนรู้ของทุกคน ล้วนเป็นสิ่งล้ำค่า ทุกคนต่างใช้ใจขอบพระคุณและต้องการทดแทนคุณ เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้กับเหล่าพี่น้องผู้ลี้ภัยต่อไป และสโลแกนประจำใจของทุกคนก็คือ “หากเราทำได้ คุณก็ทำได้”


แท้จริงแล้ว ก่อนที่อาซีฟและพี่ชายทั้งสองจะเริ่มโครงการชั้นเรียนกราฟฟิกดีไซน์ขึ้นนั้น ก็เคยถูกผู้คนสบประมาทเอาไว้ว่า “เธอเองก็ยังเด็ก ฐานะก็ไม่ใช่ว่าสุขสบายอะไร ทำไมถึงคิดการณ์ใหญ่ขนาดนั้น ไม่ดูกำลังตนเองเลย” ทว่าทั้งอาซีฟและพี่ชายทั้งสอง ยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์ของตนเอง ดังเช่นที่ท่านธรรมาจารย์เจิ้งเอี๋ยนเคยปรารภเอาไว้ว่า “สิ่งที่ถูกต้อง ลงมือทำ ย่อมถูกต้องแล้ว” และด้วยอุดมการณ์นี้ของพวกเขา ทำให้สามารถช่วยเหลือปรับปรุง คุณภาพชีวิตของเหล่าผู้ลี้ภัยไปแล้วเกือบ 100 คน และถือเป็นกุญแจหลักในการพลิกเปลี่ยนอนาคตของพวกเขา


แม้ในอนาคตอันใกล้ อาซีฟและพี่ชายทั้งสาม จะต้องเดินทางไปเริ่มต้นเส้นทางชีวิตใหม่ในประเทศที่สาม ทว่า “ความรัก” ในเมืองไทยของพวกเขา จะยังคงมีคณะวิิทยากรรับช่วงสืบสานต่อ เพื่อหว่านเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งวัฏจักรความรักอันยิ่งใหญ่ต่อไป อาซีฟยังเล่าอีกว่า ตอนนี้แม้เขาจะมีรายได้ มีเงินสามารถหาซื้อสิ่งของต่างๆ มากมายได้ หรือเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ได้ แต่ว่าความสุขจากการทำงานช่วยเหลือผู้อื่นนี้ เป็นความสุขที่แม้จะใช้เงินมากเท่าไร ก็ไม่สามารถหาซื้อได้ ดังนั้นทั้งอาซีฟและพี่ชายทั้งสองจะถนอมโอกาสนี้และลงมือทำต่อไปให้ดีที่สุด


20170629-108-byxiaolian resize

▲ชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวคุณชาฟกัส ซึ่งมีสมาชิกรวม 4 คน ค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีคุณอาซีฟและพี่ชายจัดชั้นเรียนกราฟฟิกดีไซน์ให้ผู้ลี้ภัยฟรี และคอยช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาให้อยู่เสมอ

 

 


เรื่อง บุษรา สมบัติ       ภาพ บุษรา สมบัติ